ติดต่อ

ยิ้ม (1)

          เมื่อเร็วๆ นี้  ผมมีโอกาสคุยกับนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส  เขาบอกว่าชอบเมืองไทยมาก  มาเป็นครั้งที่ห้าแล้ว  และคิดว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย
          ผมถามว่า  เมื่อชอบแล้วทำไมจะไม่มาอีก  เขาตอบว่า  เขาชอบเมืองไทยตรงที่  ไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม  เมื่อพบเห็นคนไทยก็มีความสุขด้วยรอยยิ้มของคนไทย  รวมทั้งการต้อนรับของคนไทย  มาครั้งหลังๆ รอยยิ้มหายไป  การไหว้และการต้อนรับแบบไทยหายไป  เปลี่ยนเป็นการทักทายแบบฝรั่ง  เซย์  ฮัลโหล  และจับมือเขย่าแทน  เขาไม่ต้องการ  เพราะการทำแบบนี้หาที่ไหนก็ได้ในโลก
                ผมกลับมาคิดต่อ  รอยยิ้มของคนไทยหายไปไหน  ทำไมคนไทยเลิกยิ้ม  หรือถ้ายิ้มก็ยิ้มแบบฝืนๆ  ยิ้มแหยๆ  ยิ้มเฝื่อนๆ  ยิ้มแบบไม่เต็มใจยิ้ม  ฯลฯ
                น่าเห็นใจ  สาเหตุของการไม่ยิ้มน่าจะมาจาก  ความทุกข์  ความเครียด  ฯลฯ  วิเคราะห์เช่นนี้เพราะคนที่ยิ้ม  คือคนที่มีความสุข  ไม่เครียด  ฯลฯ
                ลองอ่านเรื่องนี้ดู  แล้วท่านจะยิ้มหรือไม่ยิ้มก็ตามใจท่าน  เป็นโจ๊กฝรั่ง (Joke) ครับ
                นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น  ได้รับเชิญให้ไปพบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา  เพื่อสร้างสัมพันธไมตรี  แต่ปัญหาคือ  นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ (สมมตินะครับ สมมติ) จึงต้องมีการฝึกพูดภาษาอังกฤษ  แต่เนื่องจากเป็นเวลากระชั้นชิด  และมีเวลาน้อย  ผู้เชี่ยวชาญการทูตจึงแนะนำว่าควรฝึกพูดภาษาอังกฤษเพื่อเป็นการทักทายแค่ 2 ประโยคก็พอ  ต่อจากนั้นพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น  ล่ามจะแปลเอง
                นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นตกลง  จึงฝึกพูดทักทายแค่ 2 ประโยค  ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญดังนี้
                เมื่อพบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (จอร์ช  ดับบลิว  บุช)  ให้ทักว่า  How are you ? (คุณสบายดีหรือ?) ประธานาธิบดีจะตอบว่า I’m fine, thank you and how are you? (ผมสบายดี  ขอบคุณ  แล้วท่านล่ะ?)  ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตอบว่า  Me too (ผมด้วย  หมายถึง ผมสบายดีครับ)
                นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางถึงประเทศสหรัฐอเมริกา  ทันที่ที่พบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (จอร์ช  ดับบลิว  บุช)  นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจึงกล่าวทักทายตามที่ฝึกมา  แต่ด้วยความตื่นเต้นจึงถามว่า  Who are you? (คุณเป็นใคร?)  แทนที่จะถามว่า How are you ? (คุณสบายดีหรือ?)
                ประธานาธิบดี จอร์ช  ดับบลิว  บุช  รู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นพูดผิด  แต่ด้วยอารมณ์ขันจึงตอบว่า I’m Mrs.Bush’ s husband. (ผมคือสามีของนางบุช ครับ)
                นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นพูดตอบกลับตามที่ฝึกมาทันทีว่า Me too (ผมด้วยครับ)
                อ่านช้าๆ ไม่ยิ้ม  ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ 
ท่านลืมยิ้มมานานเท่าไรแล้วครับ?
                อย่าทุกข์  อย่าเครียดมากนักนะครับ  ยิ้มเสียบ้าง  โลกมีไว้ให้เหยียบครับ  ไม่ใช่มีไว้ให้แบก
                ผู้บริหารต้องยิ้ม (Smile) บ้างนะครับ  ลูกน้องจะได้ไม่เครียด
                การบริหารไม่ยากอย่างที่คิด ใช่ไหมครับ?
                ผมขอส่ง ยิ้ม เป็น ส.ค.ส ปีใหม่ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 10515, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (2)

อ.หนึ่ง
IP: xxx.147.120.178
เขียนเมื่อ 

ชีวิตนี้ บางที มันแสนเศร้า
เวลา ความเงียบเหงา เข้าหลอกหลอน
โลกนี้ดูกำสรด ทุกบทตอน
ความศรัทธาคลายคลอนย้อนกลับคืน

มาแจกยิ้มกันดีกว่าให้หน้าใส
ยิ้มจากใจมอบไป ไม่ต้องฝืน
มิตรภาพอาบใจไปยั่งยืน
ยิ้มสดชื่น หน่อยจ้ะ มายิ้มกัน

 

สวัสดีคะ

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย คือ วัฒนธรรม ไทยนั่นเอง แต่ส่วนใหญ่ คนไทยนิยมจะปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้ง่าย จึงเป็นเหตุอย่างที่นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสว่าไว้คะ

แต่อาจารย์เล่าเรื่องได้สนุกดีจังคะ ดิฉันอยากอ่านอีกคะ :)