เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2550 ว่าขยายตัวได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 20.86% มูลค่า 13,049 ล้านเหรียญสหรัฐ และการนำเข้าขยายตัวสูงสุดเช่นกัน เพิ่มขึ้น 6.71% มูลค่า 12,248.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ไทยได้ดุลการค้า 800.2 ล้านเหรียญสหรัฐ   ทั้งนี้ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ไทยส่งออกแล้วมูลค่า 58,747.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.84% นำเข้า 53,420.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.36% และได้ดุลการค้า 5,326.9 ล้านเหรียญสหรัฐ   "คาดว่าปีนี้ไทยน่าจะได้ดุลการค้า 8,000-9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังคงอัตราเติบโตที่ 12.5% หรือมีมูลค่า 1.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพราะยังต้องดูสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ภาวะราคาน้ำมัน ค่าบาทแข็ง และปัจจัยอื่น ๆ"

 วันเดียวกัน นายเกริกไกร กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก้าวใหม่ที่ท้าทายหรือความฝันที่ไกลเกินจริง จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ ว่า การที่รัฐบาลเร่งใช้จ่ายงบประมาณและออกมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ แนวโน้มการเมืองนิ่ง รวมถึงการขยายตัวของการส่งออกดี จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นและการขยายตัวเศรษฐกิจดีขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ หรือไตรมาส 3 ของปีนี้ จะทำให้กำลังซื้อดีขึ้น ซึ่งเฉลี่ย 5 เดือนดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) ขยายตัวแล้ว 2-2.5% หากราคาน้ำมันไม่มีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง เงินเฟ้อทั้งปีน่าจะอยู่ระดับ 2.5-3% ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 1.5-2.5%   ขณะที่นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เคยให้สัมภาษณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปีนี้วันเดียวกัน นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งมาตรการต่าง ๆ เริ่มเห็นผล โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ส่งผลให้อัตราเติบโตของผู้บริโภคในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็นบวก 11% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนติดลบ 4.7% ขณะที่ข้อมูลการลงทุนในเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่ามีการนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มขึ้น หลังจากที่ติดลบมา 8 เดือนมติชน  ไทยรัฐ  แนวหน้า    21  มิ.ย.  50