วันนี้ขณะเขียนบันทึก เวลาประมาณ 10.45 น. ได้รับโทรศัพท์จากศิษย์เก่ามน. เอกเคมี (ผมสอนคณะวิทยาศาสตร์ เอกชีววิทยา) ทำนองว่าไปรับราชการทหาร ขณะนี้ติดยศร้อยโท งานที่ทำนี้ต้องเดินทางไปแถวชายแดนประมาณ 40 กว่าจังหวัด (ผมสงสัยว่าทำไมมากจัง จึงลองดูแผนที่ประเทศไทย ว่าจังหวัดที่ติดกับชายแดนประเทศอื่นมีสักกี่จังหวัด จึงลองนับดู ไล่จากทางเหนือไป มี แม่ฮ่องสอน,เชียงใหม่,เชียงราย,พะเยา,น่าน,อุตรดิตถ์,พิษณุโลก,เลย,หนองคาย,นครพนม,มุกดาหาร,อำนาจเจริญ,อุบลราชธานี,ศรีสะเกษ,สุรินทร์,บุรีรัมย์,สระแก้ว,จันทบุรี,ตราด ทางใต้มี นราธิวาส,ยะลา,ปัตตานี,สงขลา,สตูล,ระนอง,ชุมพร,ประจวบ,เพชรบุรี,ราชบุรี,กาญจนบุรี,อุทัยธานี,กำแพงเพชร,ตาก นับได้ประมาณ 33 จังหวัด อาจจะมีจังหวัดที่เป็นทางผ่านด้วยก็ได้)
เหตุที่โทรมา (โทรจากกรุงเทพฯ) คงจะเกี่ยวกับงานที่ทำ ซึ่งต้องไปส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน เลยมาถามผมเรื่อง"การเลี้ยงผึ้ง" ว่าจะมีการอบรมไหม ผมบอกว่าเรื่องอบรมคงไม่ยาก และผมได้บอกต่อไปว่า ถ้าจะคุยเรื่องผึ้ง "ต้องใช้เวลาคุยนาน" คือจากประสบการณ์ของผม
- การเลี้ยงผึ้งทำเป็นอาชีพเสริมไม่ค่อยได้ผล ต้องทำเป็นอาชีพหลัก
- คนจนเลี้ยงผึ้งไม่ได้ เพราะเป็นอาชีพที่ลงทุนสูง (แต่ก็ได้ผลตอบแทนสูง) ควรมีเงินลงทุน (ไว้เผื่อขาดทุน) สัก 1 แสนบาท
- คนมักจะคิดว่าเลี้ยงผึ้งง่าย แค่อ่านตำราก็เลี้ยงได้แล้ว แต่ความจริงการเลี้ยงผึ้งนี้ต้องเน้นปฏิบัติ ควรได้รับการปฏิบัติจริงในฟาร์มเลี้ยงผึ้งมาตรฐานอย่างน้อยสัก 7 วัน (เรียนทฤษฎีสักวันหนึ่งก็น่าจะเพียงพอแล้ว)
- คนไทยเวลาจะทำอาชีพอะไร มักทำตามคนอื่นเขา และมักไม่ค่อยคิดเรื่องตลาด
- ผมคิดว่าอบรมให้เลี้ยงผึ้งได้ ไม่ยาก แต่การทำให้เขาอยู่ในอาชีพได้ ยากกว่าหลายเท่า
- ผมบอกเขาไปว่า อาชีพเลี้ยงผึ้งจะยั่งยืนได้ ต้องเริ่มจากใจรัก (มีฉันทะมาก่อนอย่างอื่น) ครับ
ความจริงผมคุยกับเขานิดเดียว เขาขอเบอร์โทรสายตรงหรือมือถือของผมไปแล้วก็ขอวางสายก่อน คงเป็นการติดต่อในเบื้องต้น
ที่ผมเขียนมานี่เป็นบันทึกช่วยจำอย่างหนึ่ง กับอยากจะบอกผู้ที่สนใจจะเลี้ยงผึ้งให้ดูข้อควรจำในการเลี้ยงผึ้งของผมก่อนที่จะเริ่มคิดเลี้ยงผึ้งครับ....
คงเหนื่อยเนาะ เดินทางไปตั้งหลายจังหวัด แต่ก็เป็นกำลังใจช่วยนะครับ "รั้วของชาติ"