วันที่ดอกมันปลาบาน
ช่วงของการฝึก STAFF ชุดเตรียมความพร้อมของทุกๆปีนอกจากเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามคราคร่ำไปด้วยความเงียบเหงาแล้ว สิ่งที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูมีชีวิตชีวาอีกอย่างหนึ่งคือ กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณ ที่ชูช่อส่งกลิ่นหอมอบอวลทั่วบริเวณ
ตีห้าครึ่ง มดกับทิพย์ตื่นจากความหลับใหล “เช้าแล้วหรอเนี่ย” ดูเหมือนว่า เราสองคนจะยังไม่ค่อยอยากตื่นนอนสักเท่าไหร่ เพราะยังไม่ชินกับการนอนน้อยและการตื่นนอนแต่เช้า คงเพราะเป็นวันแรกที่เราต้องเริ่มกิจวัตรประจำวันในช่วงเช้าด้วยกระมัง พี่ปอกับพี่จูตื่นเพราะเสียงคุยกันของมดกับทิพย์และต้องรับหน้าที่ไปส่งเราที่อาคารพลศึกษาด้วย
ในช่วงเช้าของวันนี้และทุกๆวัน STAFF ชุดเตรียมความพร้อมจะไปวิ่งตามเส้นทางที่กำหนดและมีกิจกรรมเต้นแอโรบิก เล่นกีฬา กิจกรรมทวนเพลง และการประชุมในช่วงเช้า ซึ่งพี่ๆเพื่อนๆทุกคนล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ส่วนมดกับทิพย์วิ่งไม่ได้เหมือนคนอื่นจึงไปทีหลังได้.......
“พี่ส่งแค่นี้นะ”พี่จูบอก
“พี่ไปก่อนนะ”พี่ปอว่า
“แล้วเจอกันนะคะพี่จู พี่ปอ”ทิพย์บอกก่อนจะมีใครก็ไม่รู้มาพาเราสองคนไปนั่งที่บันไดอาคารพลศึกษา
“หมู่แมกไม้เอนไหว ชูช่อใบทั่วริมสายธาร หลากพันธุ์ งามตาตระการ ลมโชยผ่านร่มเย็นสุขใจ”เพลงนี้มดกับทิพย์ยังร้องไม่ได้เลย รู้แต่ว่าเป็นเพลง “ร่มธงเหลืองเทา” แต่ไม่เป็นไร ถ้าเราสองคนตั้งใจซะอย่างทำไมเราจะร้องเพลงนี้รวมทั้งเพลงอื่นๆไม่ได้
“นี่ดอกไม้หอมๆครับ”ใครก็ไม่รู้อีกนั่นแหละที่เอาดอกไม้กลิ่นคล้ายดอกจำปามาให้มดกับทิพย์
“ดอกอะไรคะเอามาจากไหน” มดถาม
“ดอกมันปลาครับ ทุกๆปีในช่วงนี้ ดอกมันปลาที่ตึกบัญชีจะส่งกลิ่นหอม เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของการเริ่มต้นการฝึก STAFF เพื่อเตรียมการประชุมเชียร์” คนให้ตอบ
แต่มดกับทิพย์กลับคิดไปอีกมุมหนึ่งที่ต่างไปจากคนอื่นๆคือ อยากให้ดอกมันปลาส่งกลิ่นหอมอย่างนี้ตลอดปี เพราะถ้าหากมี คนตาบอด เดินทางไปที่ไหนสักที่ในมหาวิทยาลัย เมื่อได้กลิ่นดอกมันปลา ก็จะรู้ว่าถึงตึกบัญชีแล้ว สรุปก็คือ ดอกไม้ธรรมดา ก็เป็น เครื่องหมายบอกเส้นทาง ของผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นได้เหมือนกัน โดย ไม่จำเป็นต้องดูด้วยตา ก็ได้
“ห้านาทีรวม”เสียงของผู้ที่ทำหน้าที่เป็นกลุ่มผู้นำในวันนี้พูดขึ้นหลังจากการเป่านกหวีด ได้เวลาประชุมแล้ว ทุกคนรู้ดีเพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องทำทุกวัน
การประชุมในช่วงเช้าเป็นสิ่งที่มดกับทิพย์ชอบมาก เพราะเป็นการประชุมที่สบายๆ และเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างเพื่อน พี่ และน้องให้แน่นแฟ้นมากขึ้น วาระแจ้งเพื่อทราบก็จะเป็นการแจ้งเรื่องอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผลบอล ข่าวสาร หรือแม้แต่เรื่องบันเทิงก็ยังได้วาระเสนอเพื่อร่วมพิจจารณาก็จะเป็นการเสนอเรื่องทั่วไป ที่ตกหล่นจากการประชุมเมื่อคืนนี้ หรือก่อนการฝึกในวันนี้
ซึ่งวันนี้มีการแจ้งข่าวสารบ้านเมืองของพี่เอในวาระแจ้งเพื่อทราบและมีการเสนอให้ทุกๆคนเลิกเด็ดดอกมันปลามาเพราะเป็นการทำลายสิ่งที่เกิดและเติบโตขึ้นเองโดยธรรมชาติในวาระเสนอเพื่อร่วมพิจารณา ......
ทุกคนต่างเห็นด้วยกับการเสนอของเพื่อน STAFFและนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเด็ดดอกมันปลาหรือแม้แต่ดอกไม้ชนิดอื่นๆมาอีกเลย เพราะต่างเข้าใจร่วมกันว่า ดอกไม้จะสวยงามได้ก็ต่อเมื่ออยู่บนกิ่งก้านของมันเท่านั้น หากเด็ดมันมาเชยชมแล้ว ดอกไม้จะมีความสวยงามอยู่ได้อย่างไรกัน.............
หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง ก็จะมีการไปรับประทานอาหารร่วมกันของ STAFF ชุดเตรียมความพร้อมซึ่งเรามีนัดกันที่โรงอาหารกลาง แต่ถ้าตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ โรงอาหารกลางไม่เปิด เราก็จะยกขบวนแรลลี่มอเตอร์ไซต์กันไปที่ MSU PLAZA หรือที่นิสิตเรียกกันสั้นๆว่าPLAZZAนั่นเอง ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำงานในรายละเอียดของแต่ละหน้าที่ หรือกลับไปอาบน้ำที่หอพักของใครของเรา ก่อนที่จะมาพบกันอีกครั้งห้าโมงเย็น ที่ตึกวิทยบริการ B...........???????
พี่เรียนและทำงานที่ มมส. มาก็เป็น 10 ปีแล้ว ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศตอนรุ่งสางอย่างนี้เลยครับ
ขอบพระคุณค่ะ พี่แจ๊ค
หนูกับทิพย์ก็เพิ่งได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศสวยงามของมมส.เรา ที่หลายๆคนยังไม่ได้สัมผัสเช่นกันค่ะ
ดีใจจริงๆ
ขอบพระคุณค่ะ พี่นายบอน
พี่ยังไม่เคยได้กลิ่นดอกมันปลาหรอคะ สงสัยต้องรอปีหน้าแล้วหละค่ะ
ขอบพระคุณนะค่ะที่ทำให้อีฟรุว่าดอกมันปลามีที่ตึกบัญชี อีฟคงไม่มีโอกาสที่จะได้ดมกลิ่นดอกไม้ชนิดนั้อีกแล้วสินะ รู้แต่ว่ามันหอมมาก
ตอนนี้ มดกับทิพย์รู้แล้วว่า คนที่เอาดอกมันปลามาให้เราคือใคร คือ พี่ปั๋ม แห่งเทคโนชีวภาพนั่นเอง พอดีพี่เค้าอยากมีส่วนร่วมในความประทับใจในครั้งนี้ด้วย
น้องมด น้องทิพย์ บรรยายมาทำให้พี่อยากกลับไปอยู่ในช่วงเวลานั้นอีกสักครั้งหนึ่งทั้งๆที่ ทำstaffชุดเตรียมฯ มาตั้ง 3 ปื ก็ยังอยากจะกลับไปอยู่ในช่วงเวลานั้นอีก แต่คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว เพราะพี่จะจบแล้ว แต่ที่บรรยายมา ก็เป็นชีวิตการทำงานจริงๆ ของพวกเราชาว staff ชุดเตรียมความพร้อม