ดิฉันเป็นครูสอนระดับปฐมวัยทุกปีการศึกษาผู้ปกครองจะนำเด็กมาเข้าเรียน ในปีการศึกษานี้เช่นกันผู้ปกครองนำบุตรสาวฝากเข้าเรียนและบอกดิฉันว่า"เด็กหญิงคนนี้ไม่สมบูรณ์ทางสมองและสมาธิสั้นไม่ค่อยพูด พูดไม่ชัดเพราะลิ้นไก่สั้น มีอาการกลัวคนแปลกหน้า" ดิฉันรับเด็กหญิงคนนี้เข้าเรียน ผู้ปกครองเล่าพฤติกรรมทางบ้านให้ฟังว่าเด็กคนนี้เคยชักมาก่อนถ้าตกใจหรือตื่นเต้นจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้จะปัสสาวะราดทันที
ผู้ปกครองจะมาส่งโรงเรียนทุกวันเด็กจะไม่ยอมให้ผู้ปกครองกลับบ้านจน 2 เืดือนผ่านไปเด็กคนอื่นคุ้นเคยกับเพื่อนในห้องแล้ว ดิฉันจึงมีเวลาดูแลเด็กหญิงคนนี้ต่อเมื่อรับเด็กจากผู้ปกครองแล้วดิฉันให้เด็กในห้องมีส่วนร่วมดูแลเด็กหญิงคนนี้ด้วย ดิฉันเริ่มฝึกให้เด็กช่วยเก็บของบนโต๊ะครู คอยพูดเสริมแรงให้เด็กบ่อยๆให้อยู่ใกล้ๆตลอดเวลาคอยพูดซักถามให้ตอบคำถามด้วยวาจาที่สุภาพตามสถานการณ์
ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงเริ่มติดโรงเรียนเด็กเริ่มพูดคุยกับครู เพื่อนร่วมห้องอย่างร่าเริงตามวัยและสิ่งที่ฉันประทับใจเด็กหญิงคนนี้คือพฤติกรรมที่คล้ายกับดิฉันคือเด็กจำนำผ้าเช็ดหน้ามาเหน็บไว้ที่เอว"
เคยดูหนังเรื่องหนึ่งสร้างจากชีวิตจริงของเด็กหญิงตาบอด จำชื่อไม่ได้แล้วครับ ครู(พี่เลี้ยง)ให้การดูแล โดยวิธีการต่างๆ ครูเป็นผู้สังเกตพฤติกรรมของเด็ก และพยายามสร้างโอกาสให้เด็กช่วยเหลือตนเอง
ครู คือ ผู้ชี้แนะ ความสุขของครูคือเห็นลูกศิษย์เจริญเติบโตเป็นคนสมบูรณ์
ดีใจด้วยครับ ที่ได้ช่วยเหลือลูกศิษย์ตัวน้อยๆ