การเล่นถือเป็นโลกสมมติที่เด็กสร้างขึ้น เพราะการเล่นเป็นการสื่อสารถึงความคิดของเด็กที่มีต่อสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเมื่อมองย้อนกลับไปในวัยเด็กแม่เคยห้ามเราเล่นกระดาษชำระแม่กล่าวกับเราว่า "เล่นไม่ได้" แต่เราในวัยเด็กกลับถึงกระดาษชำระทิ้งลงมาแล้วบอกกับแม่ว่า " หนูเล่นได้ หนูเล่นได้" เพื่อแสดงให้แม่เห็นว่า การดึงกระดาษชำระลงพื้นนั้น ทำได้ไม่ยากเลย เราก็ทำได้ และเมื่อโตขึ้นเราไม่ดึงกระดาษชำระทิ้งเล่น ด้วยเหตุผลของคนโตๆว่ากระดาษชำระมีไว้ชำระสิ่งสกปรก ไม่ใช่ของที่จะนำมาดึงเล่น การเล่นของเด็กก็คือ การให้เหตุผลของผู้ใหญ่เพียงแต่เกิดในเวลาต่างๆกัน ฉะนั้น การเล่นของเด็กจึงหมายถึง เด็กได้ฝึกทักษะในการใช้ภาษาฝึกฝนความคิด ได้เรียนรู้บทบาทของตนเองรวมถึงการค้นหาวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

        เราเล่นตั้งแต่เรายังเป็นทารก ยังเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้มากนัก ทารกจึงใช้ร่างกายเป็นวัตถุดิบ ในการเล่น เช่น การเล่นน้ำลาย การดูดปาก และเมื่อเติบโตขึ้นร่างกายจึงไม่ใช่สิ่งที่น่าตื่นเต้นอีกต่อไป เจ้านักสำรวจน้อยก็เริ่มให้ความสนใจกับสิ่งต่างๆที่มา อยู่รอบตัวแต่นักสำรวจตัวน้อยก็ยังคงใช้ร่างกายพิสูจน์โลก เราคงเคยเห็นเด็กเล็กๆใช้ปากอมสิ่งต่างๆ เพื่อตรวจดูว่าสิ่งนั้นคืออะไร การเล่นจะเพิ่มความเข้มข้นไปเรื่อยๆ จากเกมที่เล่นเพียงลำพัง จนกระทั่งเล่นเป็นทีม กิจกรรมการเล่นจะพัฒนาตามคาวามพร้อมของร่างกาย ด้วยองค์ประกอบต่างๆที่เอื้อต่อการเล่นของเด็ก เช่น เรามาเรียนรู้กันเพื่อว่าจะเป็นกำลังให้เจ้าตัวน้อยมีการเล่นที่สำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างไร

กิจกรรมการเล่นควรส่งเสริมวุฒิภาวะทางร่างกายสำหรับเด็กเล็ก

        พ่อแม่ควรชักชวนให้เด็ก เล่นกิจกรรมที่กระตุ้นการทำงาน และการประสานงานของกล้ามเนื้อต่างๆ อย่างเด็กเล็กๆที่เริ่มจะใช้กล้ามเนื้อเล็กๆ เช่นนิ้วมือ ก็ควรให้เด็กฝึกติดกระดุมเสื้อเอง เกมส์ร้อยลูกปัดใส่เชือก สำหรับเด็กโตห็ควรเล่นกิจกรรมที่ออกกำลังเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เพราะความแข็งแรงของร่างกายเป็นรากฐานในการพัฒนาความแข็งแกร่งในการเข้าสู่สังคม

ให้อิสระในการเล่น เพื่อพัฒนาความคิด

        เด็กๆจะเล่นเกมส์อะไร ควรให้เด็กดำเนินการเล่น ด้วยความคิดและจินตนาการของเด็กเอง ผู้ปกครองเพียงแต่ยอมรับจินตนาการของเด็ก เช่น การวาดใบไม้เป็นสีฟ้า ท้องฟ้าเป็นสีชมพู ผู้ปกครองยอมรับว่าเจ้าตัวน้อยต้องการให้มีท้องฟ้าสีหวาน ไม่ควรจูงมือลูกไปดูท้องฟ้าแล้วบอกลูกว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด เด็กจะพัฒนาความคิดสร้างสรรค์จากจินตนาการที่ไร้ขอบเขต ซึ่งจะแสดงจากความอิสระทางความคิด

ท่าทีของพ่อแม่ที่มีต่อการเล่นของลูก

        ไม่ควรเอาใจใส่มากเกินไป อาจจะทำให้เด็กไม่กล้าตัดสินใจ ไม่มั่นในตนเองและไม่ควรกวดขัน เข้มงวด ที่สำคัญแจ้งผลเกมที่เล่น เพราะเด็กจะรับรู้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่กดดันทำให้เด็กฝังใจถึงการถูกคาดหวัง มุ่งหวังแต่ผลตนทำมากกว่าจะสนใจเรียนรู้ในประสบการณ์การแก้ปัญหา หรือความสนุกสนานที่ได้รับจากการเล่นเกม

ไม่ควรตำหนิการเล่นของเด็กๆ

        เพราะว่าคำตำหนิของผู้ปกครองจะมีผลต่อพฤติกรรมของพวกเด็กๆโดยจะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกผิดขึ้นภายในใจซึ่งจะส่งผลให้รับรู้ตนเองว่าไร้ความสามารถ ทำให้ไม่กล้าทำสิ่งต่างๆ เด็กจะรับรู้ว่าตัวเขาล้มเหลว ดังนั้นผู้ปกครองควรมีท่าทีให้กำลังใจ ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ความผิดพลาดที่เกิดจากิจกรรมต่างๆที่เด็กทำนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เด็กต้องหาทางแก้ปัญหาต่อไป ไม่ใช่ความพ่ายแพ้หรือความล้มเหลวในชีวิต

        หลักการเล่นนั้นจะช่วยให้เด็กสนุกสนานในการเล่น มีอิสระในการใช้ความคิดและพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ ท่าทีที่ให้กำลังใจของพ่อแม่จะช่วยให้เด็กรับรู้ถึงความสามารถของตัวเด็ก ได้เป็นอย่างดี เด็กจะเรียนรู้ถึงวิธีแก้ปัญหาเห็นบทบาทของตนเองที่มีในสังคม การเล่นของเด็ก จึงเป็นโลกที่เด็กสร้างขึ้นเพื่อเรียนรู้โลกนั่นเอง