โรคหอบหืด ภูมิแพ้ ใครว่ารักษาไม่หาย


หอบหืด รักษาไม่หายแต่ควบคุมได้(จริงๆนะ)-=byหมอแมว=-M-square-

หอบหืด รักษาไม่หายแต่ควบคุมได้(จริงๆนะ)-=byหมอแมว=-
โรคนี้คงเป็นโรคที่หลายคนคงจะรู้จักกันดี(มั้ง) โดยมีอาการคือ หายใจหอบเหนื่อยหอบ และมีเสียงหวีด คนที่เป็นจะรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจลำบาก
การรักษานั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่ให้ยาพ่นขยายหลอดลม และให้ยากลับบ้านได้
-----จบ-----

เดี๋ยวก่อน ถ้าจบง่ายๆ แล้วผมจะเอามาเล่าทำไม , ถูกต้องครับ มันมีเหตุผลที่ต้องเอามาเล่า เพราะโรคนี้เป็นโรคที่ทำความยุ่งเหยิงปวดหัวให้กับพยาบาลและหมอมากที่สุดโรคหนึ่งในห้องฉุกเฉิน โดยเฉพาะเมื่อญาติหรือคนไข้ไม่มีความเข้าใจกับโรค หรือมีความรู้ความเชื่อที่ผิดๆ

*หอบหืดคืออะไร*
ปัญหาแรกคือ ความเข้าใจของชื่อโรคที่ไม่ตรงกัน(definition)ของคนที่ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์
หอบหืด,โรคหอบ(Asthma) คือภาวะการตีบตัวของหลอดลมอย่างเฉียบพลัน ซึ่งสามารถกลับมาดีขึ้นได้ด้วยการใช้ยาขยายหลอดลม -- นี่เป็นความหมายทางการแพทย์
หอบ เหนื่อยหอบ ในความรู้สึกของคนทั่วไป หมายถึง อาการเหนื่อย หรือหายใจเร็วขึ้นไม่ว่าจะเกิดจากอะไร อาการแบบนี้แหละที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า ถ้าหอบก็ต้องเป็นโรคหอบหืด ซึ่งในทางการแพทย์ หอบแบบนี้เราเรียกว่า ‘อาการหายใจลำบาก’หรือ dyspnea
ดังนั้น คนที่เป็นโรคหอบหืดมีอาการมา ก็มักมีอาการเหนื่อยหอบ แต่ในขณะเดียวกัน คนที่มีอาการเหนื่อยหอบ ทุกคน ไม่ได้เป็นโรคหอบหืดไปซะทุกคน

*ถ้าไม่ใช่หอบหืด แล้วจะเป็นอะไรได้*
ปัญหาที่สองก็คือ เมื่อความเข้าใจของคนไข้ที่มีอาการหอบมาคือ เมื่อตนเองมีอาการเหนื่อยหอบ ก็ต้องเป็นโรคหอบหืด และเมื่อเป็นหอบก็จะต้องพ่นยา
แต่ในความเป็นจริง เวลาหมอเจอคนที่มีอาการเหนื่อยหอบเข้ามา ก็ต้องตรวจก่อนว่าเป็นโรคหอบหืดจริงหรือไม่ ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นโรคอะไรได้บ้าง หรือถ้าเป็น เป็นจากอะไรได้ ไม่ใช่ว่ามาถึงก็ให้พ่นยาตะบี้ตะบัน (เดี๋ยวจะบอกว่าทำไม)

อาการหายใจหอบเหนื่อย เกิดได้จากโรคนานาชนิด โดยหลักทางการแพทย์จะต้องให้นึกถึงสาเหตุที่ทำให้เหนื่อยหอบ ซึ่งคนเราจะมีอาการเหนื่อยหอบก็ต่อเมื่อ ร่างกายได้Oxygenไปไม่พอกับความต้องการของร่างกายไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง
- ร่างกายนำเข้าoxygen ได้ลดลง ได้แก่มีการตีบแคบลงของทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูกมากๆ เสมหะมากๆ เส้นเสียงบวม ‘โรคหอบหืด’ หลอดลมตีบอื่นๆ ถุงลมโป่งพอง ปอดขยายตัวไม่ดีจากสาเหตุต่างๆ , การแลกเปลี่ยนก๊าซแย่ลงเช่นโรคปอดบวม หรือโรคน้ำท่วมปอด
- ร่างกายต้องการoxygenมากขึ้น เช่นการมีไข้ โรคหัวใจบางอย่าง
- หรือแม้แต่ในบางกรณี การหอบก็ไม่ได้เกี่ยวกับoxygenเช่นการหายใจเร็วจากความผิดปกติของระบบประสาท ผิดปกติทางดุลเกลือแร่หรือน้ำตาล

จะเห็นว่าโรคหอบหืดเป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีอาการหอบเหนื่อยได้ หรือแม้กระทั่งในการหอบชนิดที่มีเสียงหวีดๆ ตัวโรคหอบหืดก็เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆสาเหตุเท่านั้น
แล้วทำไมล่ะ ถ้าอย่างนั้นใช้วิธีพ่นยาไปก่อน ใครไม่หายก็ค่อยไปหาวิธีรักษาอื่นก็ได้นี่นา
คำตอบที่เรามักต้องหาสาเหตุก่อนการพ่นยาก็เพราะ ยาพ่นขยายหลอดลมที่ได้ผลดีและเป็นที่นิยมใช้ในโรงพยาบาลได้แก่ Salbutamol ซึ่งมีผลข้างเคียงอย่างหนึ่งก็คือ ทำให้หัวใจเต้นเร็วแรงขึ้น
เมื่อลองดูกับสาเหตุอื่นที่ทำให้มีอาการหอบเหนื่อยได้ จะเห็นว่าคนไข้จะเหนื่อยอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว ดังนั้นถ้าหากหมอให้ยาพ่นกับคนทุกคนที่หอบเหนื่อยมาโรงพยาบาล ก็จะมีเฉพาะคนที่เป็นหอบหืดที่จะมีอาการดีขึ้น แต่ส่วนที่ไม่ได้เป็นหอบหืดนอกจากอาการอาจจะไม่ดีขึ้น ยังอาจจะได้รับผลข้างเคียงของยาทำให้ยิ่งเหนื่อยและแย่กว่าเดิมลงไปอีก

*อะไรทำให้เป็นหอบหืด
ตอบง่ายๆว่า “ไม่รู้ครับ” เหตุที่แท้จริงคงบอกยาก และไม่รู้ว่าจะรู้ไปทำไม เพราะในแต่ละคนมีสาเหตุที่แตกต่างกันไปไม่ซ้ำกัน แม้กระทั่งพี่น้องบ้านเดียวกันที่เป็นหอบเหมือนกันก็สามารถมีเหตุที่ต่างกันได้
ดังนั้นของที่น่าจะมีประโยชน์ที่จะรู้ก็คือ อะไรที่กระตุ้นให้เกิดอาการหอบ โดยตัวกระตุ้นที่พบบ่อยก็คือ
1. สารภูมิแพ้ เช่นฝุ่น เกสร อาหาร ผงแมลงสาบ ขนสัตว์
2. ยา เช่นยาลดการอักเสบบางชนิด
สองอย่างข้างต้นพบว่าคนที่เป็นภูมิแพ้หรือแพ้ยาบางอย่างมีความเสี่ยงที่จะเป็นหอบหืดง่ายกว่าคนทั่วไป
3. สารเคมี(ว่าแต่อะไรในโลกบ้างที่ไม่ได้เป็นสารเคมี)
4. การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
5. อารมณ์ อุณหภูมิ การออกกำลังกาย
ตัวกระตุ้นเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนที่เป็นต้องรู้และระวังหลีกเลี่ยงให้มาก เพื่อป้องกันหืดจับ....

*รักษา*
ถ้าใครอายุมากพอ อาจจะทันได้เห็นการรักษาวิธีเก่า ก็คือ การใช้ยาขยายหลอดลมชนิดสูบ – พูดง่ายๆคือเป็นบุหรี่ขยายหลอดลม ถ้าหากเป็นมากหน่อย ก็กินยาขยายหลอดลมควบคู่ไปด้วย
อีกสมัยนึงที่ผมยังทันได้ใช้ การรักษาหลักก็เป็นการใช้ยาขยายหลอดลมกิน โดยมียาพ่นหลอดๆเป็นตัวเสริม แต่ในเมื่อยาพ่นมันมีราคาสูง คนก็ไม่นิยมใช้
ในช่วงหลังมีองค์ความรู้ใหม่ขึ้นจากการตรวจเนื้อปอดว่าหอบหืดเป็นการอักเสบของหลอดลม ดังนั้นจึงมีความนิยมใช้ยาสเตียรอยด์เพิ่มมากขึ้น ทั้งรูปแบบกินและแบบพ่น(แพง) ซึ่งในการใช้ยากินมากๆ ก็มีอันตรายข้างเคียงของสเตียรอยด์
แต่ปัจจุบัน การรักษาและวิจัยก็พบว่า ยาที่มีความจำเป็นและสำคัญที่สุดในการรักษาและควบคุมโรคหอบหืดก็คือ “ยาพ่นสเตียรอยด์พ่น”
ส่วนยาขยายหลอดลมพ่นนั้นถือเป็นเพียงองค์ประกอบเฉพาะเวลาหืดจับเท่านั้น
ในขณะที่ยากินในแบบต่างๆ แทบจะถือได้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในการรักษาแบบปัจจุบันครับ

คราวหน้าเราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับปัญหาที่พบในการรักษา ในเมืองไทยครับ

โดย : หมอแมว   
อีเมล์ : [email protected]
วันที่ : 2006-01-05 15:21:41