ที่บ้าน เลี้ยงสุนัขไว้ 1 ตัว พุดเดิ้ล ชื่อ "เป็บซี่" เลี้ยงมานานมากแล้วจนเดี่ยวนี้ไม่รู้ว่ามันอายุเท่าไหร่แล้ว คงแก่ใช้ได้เลยทีเดียว ก่อนพามาอยู่ที่บ้านนี้ เคยอยู่ที่บ้านแม่ที่แปดริ้วมาก่อน แล้วพอเราย้ายมากรุงเทพฯ ซื้อบ้านเป็นของตัวเองแล้ว เหตุที่เอามันมาอยู่ที่นี่เพราะว่าตอนนั้นมันเป็นเห็บเต็มตัวไปหมดเลย อยู่บ้านแม่ เราสงสารมันมาก ถ้าทิ้งไว้มันต้องตายแน่ ๆ ก็เลยเอามันมารักษา จนไม่มีเจ้าตัวร้ายมาสูบเลือดสูบเนื้อมันอีก เดี่ยวนี้ตัวใหญ่กว่าเดิมอ้วนสมบูรณ์ แสนรู้มากเลย ที่ว่าแสนรู้เดี่ยวจะเล่าให้ฟัง พอดีพี่ชายไปเที่ยวเวียดนาม ฝากให้นอนเฝ้าบ้านในช่วงกลางคืนให้ คืนแรกไป เป็บซี่ก็แค่เห่า เร้า เหมือนขอไปด้วย แล้วสักพักก็เงียบไป พอคืนที่ 2 มันเริ่มรู้แล้วว่าเราจะทิ้งมันไปอีก ทีนี้มันเห่าอย่างมากมาย เหมือนจะตาย แต่เราก็ไม่ได้สนใจมันกะว่าเดี่ยวมันเหนื่อยก็เงียบไปเอง ในช่วงที่ทิ้งมันไป ฝนเริ่มตกปรอย ๆ แล้ว เป๊บซี่กลัวฝนมาก ถ้าฝนตกมันจะร้องยิ่งไม่มีคนอยู่บ้าน จะยิ่งกลัวไปใหญ่ เราก็นึกถึงมันตลอดเวลาที่อยู่โน้น เพราะมันถูกทิ้งมา 2 คืนแล้ว ตอนเช้าจึงรีบกลับมาบ้าน พอมาถึงบ้านโดยปกติ รถยังไม่ถึงหน้าบ้าน มันก็จะยืนรออยู่ตรงประตูแล้ว พอเรามาถึง ไม่เห็นมัน เริ่มใจไม่ดีแล้ว เรียกหาอยู่นาน ก็ไม่มา มองไปเห็นลวดที่กั้นประตูมีรูใหญ่มาก กะว่ามันหายไปแล้ว เพราะเรียกหาอยู่นาน ก็ไม่มีแววมันจะออกมาเลย บ่นกะแฟนว่า มันคงหายไปแล้ว หรือไม่ก็โดนใครอุ้มไปแล้ว (นึกในใจ เหม็นจะตายใคร้..... ยังเอามันไปอีก) หรือว่าโดนหมาใหญ่กัน ใจคิดไปสารพัด นั่งทำใจอยู่หน้าบ้านได้สักพัก มันก็วิ่งออกมาจากบ้านแฟนของมัน (แหม่! แอบไปนอนกะแฟนมา) ทันทีที่เห็นมัน คำแรกที่พูดออก "โอ๊ย...นึกว่าหายไปไหน" แล้วมันก็วิ่งมาหาเรา ด้วยท่าทางที่ดีใจ อย่างมาก ๆ ตอนนี้ก็เลย หาลวดมากั้นให้แข่งแรงขึ้น เพราะกลัวมันจะหลุดไปอีกเพราะมันต้องทิ้งมันอีกหลายคืน.......
ไม่ว่าพุดเดิ้ล หรือสุนัขพันธุ์ไหน ๆ นิสัยมันจะเหมือนกัน ก็คือรักเจ้าของ.....และจงรักภักดีต่อเจ้าของมาก จริงใจ ไม่เสแสร้งแกล้งทำ................รักแกนะ เจ้าเป็บซี่
แปบซี่เรารู้จัก แปบซี่รสชาดของคนรุ่นใหม่