ผมเองไม่ได้อ่านข่าวในประเทศไทยมานานแล้วครับ เพราะไม่คิดว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจที่ผมพึงใช้ได้ในการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน

แต่ผมติดตามข่าวของประเทศไทยจากเว็บไซต์ต่างประเทศตลอดเวลา

ผมขอเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านว่า ถ้าอยากรู้ข่าวเกี่ยวกับประเทศไทย ขอให้อ่านข่าวจากต่างประเทศครับ

อย่างท่านที่สนใจข่าวเกี่ยวกับการประท้วงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ หากท่านอ่านข่าวในประเทศ หรือดูทีวี หรือฟังวิทยุ ท่านจะได้รับข่าวแบบหนึ่ง แต่เมื่อตรวจสอบกับข่าวในต่างประเทศท่านก็จะได้รับข่าวอีกแบบหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ถ้ามีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวที่ "กระทบต่อความมั่นคง" กลุ่ม "รู้ทัน" ก็จะช่วยกันออกมาให้เหตุผลว่าสำนักข่าวนั้น "ถูกซื้อ"

แต่ตอนนี้ข่าวเต็มไปทุกสำนักข่าวในต่างประเทศเลยครับ

คงกล่าวหาว่าสำนักข่าวเหล่านั้น "ถูกซื้อ" ยากแล้ว เพราะถ้าต้องการให้มีข่าวเยอะขนาดนี้คนรวยขนาดไหนคงไม่มีปัญญาซื้อ

เมื่อข่าวของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ทั่วโลกรายงานในลักษณะเดียวกันหมด ดังนั้นหาก ICT จะ "ปิด" เว็บเหล่านั้นให้หมดก็คงทำไม่ไหว

สิ่งที่ผมเดาว่าอาจจะได้เห็นคือการ "ปิดอินเทอร์เน็ต" ขอให้จับตาครับ

แปลกจัง ว่ากลุ่ม "รู้ทัน" ที่เป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องการปิดกั้นสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ หายไปไหนหมดก็ไม่รู้

ความน่าเชื่อถือของท่านหายวับไปกับตา เพราะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าที่แท้ก็เป็นลูกน้องนายทุนสื่อมวลชนเพื่อแลกกับตำแหน่ง "ราษฎรอาวุโส" ที่สื่อแต่งตั้งให้นี่นา

มิน่าล่ะ ขนาดงบการเงินมันฟ้องอยู่โท่งๆ ใครที่พอมีความรู้บัญชีอยู่บ้างเห็นงบแล้วเกาหัวแกรกๆ อาแปะยังช่วยออกมาเถียงคอเป็นเอ็น

กิ๊วๆ คนรุ่นหลังรู้ทันกันหมดแล้วล่ะอาแปะ

ถ้าอยากสร้างความน่าเชื่อถือกลับมา ก็คงต้องเริ่มจากศูนย์ละคราวนี้ แต่คราวนี้ขอให้จำไว้ว่า "อย่าไปเป็นเครื่องมือนายทุนสื่อมวลชน" จำไว้นะอาแปะนะ ที่ทำไปหน่ะคนรุ่นหลังไม่ชอบ วัยรุ่นถึงวัยกลางคนมะพอจ่ย

กลับมาทำดีแล้วเลิกเป็น "ดารา" ให้สื่อมวลชน สังคมยังให้อภัย กลับตัวกลับใจซะนะ ที่ผ่านมาหน่ะทำดีแล้ว ไปเสียคนกับสื่อมวลชนเท่านั้นเอง

อย่าลืมนะครับ "อยากรู้เรื่องประเทศไทย ให้อ่านข่าวไทยจากต่างประเทศ" และที่สำคัญที่สุดคืออย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่ม "รู้ทัน" เพราะท่านจะตกเป็นเครื่องมือของสื่อมวลชนโดยไม่รู้ตัว