ผมยังอยากที่จะเล่าถึงวาทกรรมการรับน้อง อันเป็นเสมือนถ้อยคำแห่งการต้อนรับผู้มาใหม่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้อีกสักระยะ คราวนี้, ปรากฏอยู่ในวารสารปฐมนิเทศนิสิตใหม่ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว
15 ปีที่แล้วก็หมายถึงว่า ครั้งนั้น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ยังคงมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตมหาสารคาม (มศว มหาสารคาม) ซึ่งวารสารปฐมนิเทศที่ว่านั้น เป็นฉบับทำมือ - ที่ฝ่ายกิจการนิสิตได้ทำสำเนาด้วยการโรเนียวแจกจ่ายแก่นิสิตใหม่
ภายในเล่มประกอบด้วยเนื้อหาสำคัญ 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ บทความที่ว่าด้วยแนวทางสู่ความสำเร็จทางการศึกษา และข้อมูลบุคคลและงานบริการของฝ่ายกิจการนิสิต

แต่ที่ผมอยากจะนำเสนอในบันทึกนี้ก็คือ ถ้อยคำที่ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตในขณะนั้น คือ อ.ไพบูลย์ ลิ้มมณี ได้เขียนขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเสมือนคำต้อนรับนิสิตใหม่ ดังว่า
"ฉันเชื่อใจ
เธอมีความคิดที่ดี
เธอจะไม่งมงายอยู่กับโลกวัตถุ
เธอจะเดินด้วยลำแข้งของตนเองได้
ฉันเชื่อมั่นในความเข้มแข็งของเธอ
ฉันเชื่อแน่ว่า
เธอไม่หวาดที่จะเดินบนทางดีงาม
เธอจะฝ่าฟัน ข้ามความลำเค็ญไปได้
ฉันเชื่อใจ
เธอมีความคิดที่ดี
มีอุดมการณ์อันมาดมั่น
มีศรัทธาอันทานทน
คนหนุ่ม..คนสาว

เป็นที่น่าสังเกตว่าวาทกรรมเหล่านั้น เป็นเสมือนคำต้อนรับนิสิตใหม่ที่มีลักษณะของการพร่ำสอนให้ตระหนักมั่นในการไม่หลงระเริงไปกับลัทธิวัตุนิยม ชี้ให้เห็นคุณค่าของตนเอง และการพร่ำเตือนให้มีพลังในการขับเคลื่อนชีวิตอย่างทระนง ขณะเดียวกัน ก็ไม่วายที่จะบอกกล่าวความเชื่อมั่นว่านิสิตใหม่จะเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์อันดีงามต่อสังคม
ขณะที่แผ่นรองปกก็พบบทกลอนปรัชญาชีวิตที่ไม่ระบุชื่อผู้แต่ง อ่านแล้วก็สัมผัสได้ถึงกำลังใจที่มีต่อผู้มาใหม่อย่างชัดเจน พร้อมทั้งการสะท้อนถึงแนวคิดที่มุ่งให้นิสิตใหม่กล้าที่จะกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง
บนย่างก้าว ที่เจ้าเดิน คือชีวิต
เป็นลิขิต ขีดเส้น ชะตาไว้
จงต่อสู้ อยู่บนทุกข์ สุขกายใจ
ก้าวต่อไป สู่จุดหมาย ชัยชนะ
แม้เจ้าล้ม ลงไป ใครจะช่วย
จงลุกด้วย กำลังใจ ที่กล้าแกร่ง
หยัดยืนขึ้น ต้านพายุ ที่พัดแรง
ไปกับแสง สุริยา ที่ท้าทาย

การได้อ่านคำต้อนรับในแต่ละยุคสมัย จะช่วยให้เราได้พบเจอถึงบรรยากาศทางความคิดของผู้คนในห้วงเวลานั้น ๆ ไม่มากก็น้อย บางปีอาจจะเป็นถ้อยคำแห่งการต้อนรับธรรมดา บางปีอาจจะมุ่งเป้าที่ชัดเจนต่อการเตือนใจให้ผู้มาใหม่ ได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตและเรียนรู้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยและสังคม
ผมไม่เคยคิดที่จะละเลยต่อถ้อยคำและวาทกรรมที่เป็นเสมือนคำต้อนรับน้องใหม่เลยแม้แต่สักนิด
ไม่เคยเลยสักครั้ง ที่จะมีความรู้สึกเบื่อเมื่อถูกถามถึงวันแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย
ผมยังเก็บหนังสือเล็กๆที่พี่ปี 2 มอบให้ในวันปฐมนิเทศน์ไว้เลยครับ ว่างๆจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนที่มันจะเปื่อยยุ่ย
ตามมาอ่าน...เพราะติดใจ..
และก็รู้สึกดีจัง....ดังที่ใครๆหลายๆคนก็พูดว่าเด็กๆ ก็มีแม่แบบที่ดีที่มหาวิทยาลัยนี่เอง...เป็นส่วนสำคัญมากในการแนะแนวเส้นทางของชีวิตได้ดีที่เดียว ...
สวัสดีค่ะ
บนย่างก้าว ที่เจ้าเดิน คือชีวิต
เป็นลิขิต ขีดเส้น ชะตาไว้
จงต่อสู้ อยู่บนทุกข์ สุขกายใจ
ก้าวต่อไป สู่จุดหมาย ชัยชนะ
แม้เจ้าล้ม ลงไป ใครจะช่วย
จงลุกด้วย กำลังใจ ที่กล้าแกร่ง
หยัดยืนขึ้น ต้านพายุ ที่พัดแรง
ไปกับแสง สุริยา ที่ท้าทาย
อ่านแล้ว เป็นการให้ข้อคิดที่ดีมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ขอบคุณนะครับที่แวะมาให้กำลังใจ</p><p>ผมเองก็มีความทรงจำที่แจ่มชัดเกี่ยวกับชีวิตการเป็นน้องใหม่ สมัยนั้นการเข้าคลาสเชียร์ หนักหน่วงและเข้มข้นมาก พี่ ๆ เอาจริงเอาจังกับกระบวนการ โดยเฉพาะการเน้นคำสอนที่เกี่ยวกับการแต่งกาย ใครผมยาวโดนเรียกให้ไปตัด ใครไม่ผูกไทด์ก็เรียกให้ไปถูกลงโทษ รวมถึงการพาลอดซุ้มที่เต็มไปด้วยสีสัน …</p><p>เสียดายก็แต่ผมหาสมุดเพลงในอดีตไม่พบ, ส่วนภาพถ่ายในสมัยนั้นก็มีน้อยมาก เพราะไม่ค่อยได้ถ่ายภาพไว้</p><p>เอาใจช่วยให้จัดเก็บสมุด หรือหนังสือรับน้องไว้ให้นานที่สุดนะครับ และก็เชื่อเช่นกันว่าเมื่อพลิกไปดู ภาพและบรรยากาศเหล่านั้นจะดูคล้ายกับว่าเพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน …</p><p>ขอบคุณครับ</p>
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><div class="content">
ตามมาอ่าน...เพราะติดใจ../ ใครๆ หลายๆ คนก็พูดว่าเด็กๆ ก็มีแม่แบบที่ดีที่มหาวิทยาลัยนี่เอง
....
ขอบคุณนะครับที่แวะมาอ่านอีกครั้ง, ผมเองก็รู้สึกในทำนองเดียวกันว่า มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่สำคัญในการสร้างและหล่อหลอมคนหนุ่มสาวก่อนการก้าวออกไปสู่สังคม ซึ่งก็เคยมีการเปรียบเปรยมหาวิทยาลัยว่าเป็นเสมือน "เรือนเพาะชำชีวิต" นั่นเอง
แต่สภาพการณ์ปัจจุบัน เราเองก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า หนุ่มสาวชาวมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อย กลับใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย พลัดหลงเข้าไปสู่กระแสทุนนิยม ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยอย่างน่าเสียดาย
สังคมวันนี้มีศัตรูที่เลื่อนไหลจนคนหนุ่มสาวยากยิ่งต่อการรู้ได้ จะรู้ตัวอีกทีก็ตกเป็นทาสพ่ายพับไปกับมันเสียแล้ว
...
ขอบคุณครับ
</div>
สวัสดีครับ คุณออต <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ปัจจุบัน มมส เปลี่ยภาพลักาณ์จากสถาบันการผลิตครูไปสู่การศึกษาอันหลากหลายด้วยสาขาวิชาชีพ พอ ๆ กับจำนวนนิสิตอันมากมายที่กรีดกรายเข้ามาเรียนรู้ชีวิต รวมถึงมาชุบชีวิตกันที่นี่</p><p>ผมไม่รู้แน่ชัดหรอกว่าแต่ละคนต้องการสิ่งใดบ้าง…แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเขาเองว่าต้องการเรียนรู้อะไร หรืออาจเพียงมาชุบตัวเพื่อก้าวออกไปสู่สังคมเท่านั้นก็เป็นได้เหมือนกัน</p><p> </p><p> </p>
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>เมื่อครู่ผมเข้าไปอ่านบันทึการเลี้ยงดูลูกและหลาน ๆ แล้วได้ข้อคิดและแง่งามของชีวิตเป็นอย่างมาก เป็นมุมคิดที่เกิดจากคนที่เข้าใจโลกและชีวิตมาอย่างยาวนาน</p><p>….</p><p align="center">แม้เจ้าล้ม ลงไป ใครจะช่วย</p><p align="center">จงลุกด้วย กำลังใจ ที่กล้าแกร่ง</p><p align="center">หยัดยืนขึ้น ต้านพายุ ที่พัดแรง</p><p align="center">ไปกับแสง สุริยา ที่ท้าทาย</p><p align="center"></p><p align="center">จะว่าไปแล้วบทกลอนข้างต้น เมื่ออ่านเพียงผ่าน ๆ ก็ดูธรรมดา ๆ เท่านั้น หากแต่ในทางความหมายนั้น ต้องยอมรับว่าสอนปรัชญาชีวิตไว้อย่างน่าคิด โดยเฉพาะการย้ำให้กล้าหยัดยืนด้วยตนเอง </p><p align="center">ขอบพระคุณครับ</p>
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ผมอดนึกแบบขำ ๆ ไม่ได้ว่า จะมีน้องใหม่สักกี่คนที่ไปยืนถ่ายรุปกับป้ายต้อนรับกันบ้าง ไม่เหมือนตอนรับปริญญานะครับที่ใคร ๆ ต่างก็รุมถ่ายภาพกับป้ายแสดงความยินดี ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ก็เป็นป้ายแสดงความยินดีเหมือนกัน</p><p>นึกแล้วก็อดยิ้มแบบขำ ๆ ไม่ได้ …</p>
ผมนึกได้ว่าผมเคยอ่านงานเขียนของบุคคลท่านนี้ ผมเลยเก็บมาฝากพี่อ่ะค้าบ แต่ผมคิดว่าพี่คงจะคุ้นเคยกับบทกลอนบทนี้ดีนะค้าบ
——————————————
ไพฑูรย์ ธัญญา*
"เจ้านกน้อยน่ารักร้องทักว่า
ไปไหนมาหนูเล็กเด็กชายหญิง
ทั้งรูปร่างหน้าตาน่ารักจริง
ข้าดูก็ยิ่งจำเริญตา"
มาจากไหนกันเล่า? หนุ่มสาวน้อย
ดูแช่มช้อยน่ารักเป็นหนักหนา
แววตาเจ้าซื่อ ใส ไร้มารยา
เพิ่งแรกรุ่นชันษาไม่กี่ปี
หวังใดกันเล่า? หนุ่มสาวน้อย
จึงมุ่งหมายรอคอยมาที่นี่
ใส่เครื่องแบบโก้หรูดูสวยดี
ก้าวเดินแต่ละที่มีคนมอง
หาอะไรกันเล่า ? หนุ่มสาวน้อย
ดูแววตาเลื่อนลอยทีจับจ้อง
ฉันเจ๋ง ฉันเก่ง ฉันอยากลอง
สิ่งใดคือหมายปองในตัวเธอ
เห็นอะไรกันบ้างเล่า ? หนุ่มสาวน้อย
ตึกรามราวหอคอยประเจิดประเจ้อ
หนุ่มเหน้าสาวสวยดูเลิศเลอ
นวยนาดกันออกเกร่อตามสายทาง
ยินเสียงใดกันบ้างเล่า? หนุ่มสาวน้อย
บทเพลงอ้อยสร้อยเปล่งประสาน
เสียงกระซิบอันห่วงใยพ้นประมาณ
หรือปลุกใจปลอบให้กล้าหาญ กำลังใจ
เมื่อเธอมาและได้เห็นที่เป็นอยู่
อีกไม่นานเธอจะรู้และตอบได้
ที่นี่ ! อาจไม่มีแม้สิ่งใด
หากมืดบอด บ้าใบ้ ไปวันวัน
ฉันเจ๋ง ฉันเก่ง ฉันเท่
ฉันเก๋ ฉันเก๋า ฉันฝัน
ที่นี่ ! มหา'ลัยใต้แสงจันทร์
โชคดีก็แล้วกัน... สวัสดี
สวัสดีครับ น้องสภา
ทำไมนอนดึกจังล่ะ...
กลอนที่ท่านอาจารย์ธัญญาเขียนชุดนี้ พี่เป็นคนนำมาบรรจุไว้ในคอลัมน์ตำนานนักกิจกรรม ..แต่หลังจากที่หายหน้าไปจากเวทีนี้ร่วม 3 ปีก็ไม่มีใครต่อยอดข้อมูลใหม่ ๆ
คิดว่ากลับมาแล้ว คงต้องทำอะไรเป็นรูปธรรมากขึ้น
พี่ชอบท่อนนี้ครับ
หวังใดกันเล่า? หนุ่มสาวน้อย
จึงมุ่งหมายรอคอยมาที่นี่
ใส่เครื่องแบบโก้หรูดูสวยดี
ก้าวเดินแต่ละที่มีคนมอง
หาอะไรกันเล่า ? หนุ่มสาวน้อย
ดูแววตาเลื่อนลอยทีจับจ้อง
ฉันเจ๋ง ฉันเก่ง ฉันอยากลอง
สิ่งใดคือหมายปองในตัวเธอ
เห็นอะไรกันบ้างเล่า ? หนุ่มสาวน้อย
ตึกรามราวหอคอยประเจิดประเจ้อ
หนุ่มเหน้าสาวสวยดูเลิศเลอ
นวยนาดกันออกเกร่อตามสายทาง
ยินเสียงใดกันบ้างเล่า? หนุ่มสาวน้อย
บทเพลงอ้อยสร้อยเปล่งประสาน
เสียงกระซิบอันห่วงใยพ้นประมาณ
หรือปลุกใจปลอบให้กล้าหาญ กำลังใจ