เวลาใครถามผม ๆ เรื่องการจัดการความรู้ "เป็นยังงัย...มันคืออะไร" ผมก็จะยกตัวอย่าง "การขี่จักรยาน" ให้ฟังว่า เวลาเราจะหัดขี่จักรยานนั้น เราจะถามเขาก่อน หรือว่าเราจะจับจักรยานมาเองและทดลองขี่เองเลย
คำตอบที่ได้ก็คือ ส่วนใหญ่ถ้าเราเห็นจักรยานวางอยู่ เรามักจะลองขี่จักรยานเองเลย แล้วผลที่เกิดขึ้นคือ เราก็จะขี่เป็นได้ไว แต่ถ้าคนไหนจะหัดขี่จักรยาน แล้วถามว่า "แฮนทำอะไร เบรคใช้ยังงัย เวลาปั่นจักรยานทำยังงัย" ผลที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะขี่ไม่ค่อยเป็น เพราะซักถามและคุยกันไม่รู้เรื่อง คุยกันไม่จบ จะมีข้อสงสัยเยอะ แต่ถ้าเราลากจักรยานออกมา แล้วลองขึ้นไปนั่งบนเบาะ แล้วปั่นดูเองหลาย ๆ ครั้ง เราก็จะขี่จักรยานเป็น แล้วเราค่อยมาคุยกันเรื่องการขี่จักรยาน ค่อนมาถามกัน เราก็จะฟังเขาและคุยกับเขารู้เรื่อง คุยกันโดยไม่ใช้เวลามาก และคุยกันจบได้ เพราะเราลองทำดูแล้วนั่นเอง
การจัดการความรู้ก็เช่นกัน ถ้ายังไม่ทำเอง ยังไม่ลงมือทำซักที "อยากจะรู้ก่อนว่า..... อยากจะซักถามให้เข้าใจก่อนทำ..จะได้ทำไม่ผิด" เราก็จะมีข้อสงสัยอีกมากมาย แล้วก็จะคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะคิดว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น รู้สึกว่าแบบนี้ใช่แบบนี้ไม่ใช่ และอื่น ๆ อีกหลายความรู้สึกและหลายคำถาม แต่ถ้าเราลงมือทำแล้วและนำมาคุยกันถามกันเราก็จะเข้าใจ คุยกันรู้เรื่อง ฉะนั้น ลดความสงสัย แล้วก็ลงมือทำจริง ๆ เราก็จะคุยได้อย่างเต็มคำว่า "เราทำมากับมือแล้ว"
ฉะนั้น ถ้าเปลี่ยนจากข้อสงสัยเรื่อง KM ที่ต้องการแต่คำตอบที่สงสัย แล้วหันกลับมา "ลองทำดู" กันดีกว่านะครับ.
เรียนท่านมิสเตอร์หวังที่เคารพครับ
ต้องขอขอบคุณมากครับ ยังคมเหมือนเดิม ขอน้อมรับด้วยความเคารพและจะนำไปปรับใช้ในการพัฒนา ตน งาน และองค์กร ผมขอให้กำลังใจท่านครับ และจะมาแวะเยี่ยมบ่อยฯฯฯครับ
เขียวมรกต
ขอบคุณครับ ที่ให้กำลังใจ