GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ไอซีที 2005

เป็นเครื่อมือสื่อสารสารสนเทศที่ควรรู้จัก



      ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง คาดคะเนว่าในปี พ.ศ. 2549 ประเทศไทยน่าจะรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีให้อยู่ในตัวเลขประมาณร้อยละ 6 เศษ ๆ ได้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นตัวเลขที่ดี และน่าจะเป็นไปได้ นั่นหมายถึงความสามารถของการแข่งขันในอนาคตของเราจะดีขึ้นด้วย ความก้าวหน้าของประเทศชาติในด้านต่าง ๆ ก็จะตามมา
      ในรอบปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่างานด้านไอซีทีของประเทศไทยได้พัฒนาให้ก้าวหน้าพอสมควร เรามีการลงทุนในเรื่องเหล่านี้ไปมาก มีโครงการที่จะเริ่มใช้บัตรสมาร์ตการ์ดแทนบัตรประชาชน มีความพยายามที่จะผลักดันให้ไทยก้าวหน้าในเรื่องการสื่อสารโทรคมนาคม โดยเฉพาะงานพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานได้มีการพัฒนาไปล่วงหน้าพอสมควรแล้ว ปัจจุบันจึงมีการแข่งขันกันให้บริการ จนทำให้ราคาค่าบริการลดลงมาได้ระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ค่าเช่าวงจร ค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การใช้งานผ่านวงจร ADSL
      หากย้อนดูเทคโนโลยีที่ผ่านมาในรอบปี เห็นได้ชัดว่าบางเรื่องมีการชะลอตัวลงไปบ้าง โดยเฉพาะการพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์ ถึงแม้ว่าซีพียูขนาด 64 บิต อย่างเช่น ออปเทรอน และไททาเนียม จะออกมาแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากซีพียูดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่ไม่คอมแพตทิเบิลกับแบบ 32 บิตเดิม ฐานผู้ใช้จึงยังเคลื่อนย้ายตามไปได้ช้า คงต้องรอการพัฒนาทางซอฟต์แวร์กันอีกช่วงหนึ่ง
      ปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องของแลนไร้สายและโน้ตบุ๊ค ซึ่งมีการขยายระบบแลนไร้สายไปมาก และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลในเรื่องการใช้โน้ตบุ๊คที่ขยายตัวตามไปด้วย ตลาดโน้ตบุ๊คโตขึ้นมาก และมีแนวโน้มขยายตัวไปได้อีกมาก โดยเฉพาะในแวดวงคนทำงานและนิสิตนักศึกษา

      ลองดูเครื่องโทรศัพท์มือถือที่มีการแข่งขันอย่างหนัก และเป็นตลาดใหญ่ โทรศัพท์ไร้สายเซลลูลาร์ในปัจจุบัน ล้วนรวมฟังก์ชันต่าง ๆ เข้าไปไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิทัล เครื่องเล่นเพลงแบบ MP3 ฟังก์ชันในการคำนวณแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ การเป็นเครื่องเล่นเกม และยังรองรับการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตให้ติดต่อสื่อสารผ่านทางอีเมล์ การส่งข้อความโต้ตอบ การดาวน์โหลดข้อมูล ตลอดจนการท่องเว็บได้เหมือนคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์แบบพกพาจึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่เด่นชัดที่จะเดินเข้าหาคอมพิวเตอร์

      ความต้องการสิ่งพกพาติดตามตัวเป็นเทคโนโลยีขั้นต่อไป เมื่อคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง ขีดความสามารถสูงขึ้นมาก ทั้งเชิงความเร็ว และความจุ เทคโนโลยีที่ก้าวจากการพกพาติดตามตัว (Mobility Technology) ก็กำลังก้าวขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง เป็นเทคโนโลยีที่แฝงเข้ากับอุปกรณ์ที่ใช้สวมใส่ต่าง ๆ เราเรียกเทคโนโลยีพวกนี้ว่า Pervasive Technology

      ความชัดเจนกำลังจะเกิดขึ้น เช่น นาฬิกาที่เราสวมใส่จะมีฟังก์ชันของคอมพิวเตอร์ แว่นตาก็เช่นกัน เทคโนโลยีทำให้เราติดเซนเซอร์ได้มากขึ้น อาจมีเซนเซอร์ที่ตรวจวัดร่างกายให้ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ดี ๆ ได้หลากหลายรูปแบบ คอมพิวเตอร์อาจอยู่ที่กระเป๋าเสื้อ เชื่อมโยงกับแว่นตา นาฬิกา เข็มขัด ฯลฯ เพื่อทำงานเฉพาะบางอย่างตามที่ต้องการ แม้จะเป็นระบบสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ก็ผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ได้ สถาบันวิจัยหลาย ๆ แห่ง กำลังวิจัยและพัฒนาในเรื่องเหล่านี้ และมีแนวโน้มที่จะออกมาสู่ตลาดกันได้มากขึ้น และเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นทุกวัน สิ่งที่ไม่คาดคิดหลายอย่างกำลังจะเกิดขึ้น

      งานเขียนโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ก็ก้าวหน้าตาม เทคนิควิธีการต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปมาก มีเครื่องมือช่วยสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ การพัฒนาจึงไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่ต้องเขียนโปรแกรมทีละบรรทัด ความซับซ้อนของโปรแกรมเพิ่มขึ้น แต่ก็เขียนได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญคือ ต้องมีเครื่องมือช่วย เช่น การพัฒนาการประยุกต์ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้นเป็นลำดับ

       เมื่อมองไปในปี ค.ศ. 2005 เราคงได้เห็นความก้าวหน้าในรูปแบบอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ อีกมาก ตั้งแต่การประยุกต์บนแลนไร้สาย ระบบไวไฟ การใช้บลูทูธ การใช้อุปกรณ์พวก PDA โทรศัพท์แบบพกพา
       นับเป็นวิทยาการใหม่ที่ใช้ภูมิปัญญาไทยแท้ ในการที่จะฝึกทั้งร่างกาย จิตใจ และสมอง โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์รูปแบบการเคลื่อนไหวบนตารางเก้าช่อง ทั้งในด้านการกีฬา และการเรียนการสอนวิชาต่าง ๆ สำหรับนักกีฬา ครู หรือผู้ที่สนใจตารางเก้าช่อง ติดต่อได้ที่ รศ.เจริญ กระบวนรัตน์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2579-5869
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์ , 30 พฤศจิกายน 2548

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 10362
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)