ตอนเด็กๆ ผู้เขียนทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ที่ไปไหว้คุณครู จำได้ว่าเราช่วยกันปั้นดินเหนียวเป็นเนินๆ ตกแต่งด้วยธูปและเทียน ก้านไม้ขีดก็มี ดอกไม้ก็เยอะแยะเพราะช่วยกันหากันมาจากที่บ้าน เอามารวมกัน ทำด้วยกัน สนุกกันซะมากกว่า เพราะยังไม่ถึงพิธีการ พิธีการจะถึงวันพรุ่งนี้ วันนี้เล่นกันซะสนุกเชียวแต่ก็ต้องได้งานคือ พานดอกไม้ และพานธูปเทียน ให้ตัวแทนห้องเรามีถือไปไหว้ครูบนเวทีแบบไม่อายห้องอื่นๆ นั่นเป็นวัยเด็ก....
พอมาเริ่มอาชีพคุณครูครั้งแรกที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ. นครศรีธรรมราช ซึ่งนักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ได้เปลี่ยนความรู้สึกของผู้เขียนให้รักการเป็นคุณครูจริงๆ สำหรับนักเรียนที่โรงเรียนเกาะขันธ์ประชาภิบาล อ.ชะอวด (อำเภอที่มีชื่อเสียงแห่งกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่มากๆ...ที่ร้านเยี่ยมโอชา....อร่อยมากๆ เลยค่ะ ผ่านไปทางเส้นทางสายเอเชียตรงแถวๆ ไม้เสียบ ก่อนจะเข้าสู่ อ.ป่าพยอมของ จ. พัทลุง ก้อลองแวะไปลิ้มชิมรสนะคะ....อ้าว..ออกไปเรื่องชวนกินชวนเที่ยวซ๊ะเฉยเลย)
การไปบรรจุครั้งแรก....อีก 3-4 วันถัดมาก็เป็นวันไหว้ครูของที่โรงเรียนนั้น คุณครูคนใหม่ที่เพิ่งก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย และยังใหม่กับสังคมและสิ่งแวดล้อมใหม่แต่น่าประทับใจเหลือเกิน
ในพิธีไหว้ครูของที่นั่น คุณครูนั่งพับเพียบกันบนพื้นเวทีของหอประชุมเล็กๆ ตรงหน้าคือนักเรียนที่จะมามอบตัวเป็นลูก, เป็นศิษย์ ต่างมองคุณครูคนใหม่กันเป็นตาเดียว ..... ตื่นเต้น......และ......ดีใจ..... ที่จะมีโอกาสได้รับลูกศิษย์รุ่นแรกในชีวิต เมื่อตัวแทนห้องแต่ละห้องถือพานดอกไม้-พานธูปเทียนที่ต่างประดับประดามาอย่างบรรจง ทะยอยกันมาไหว้และส่งพานของห้องเหล่านั้นให้ครูใหญ่/ครูแล้ว แถวเด็กๆ ราวๆ 9 - 10 คน ต่อแถวกันขึ้นมากราบครู พร้อมกับส่งกรวยดอกไม้ให้ครูที่อยู่ตรงหน้า ผู้เขียนไม่เคยเห็นหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับภาพกรวยดอกไม้ในวันไหว้ครูแบบนี้มาก่อน เลยรับกรวยนักเรียนมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนกันว่าในกรวยดอกไม้นี้มีอะไรอยู่ข้างในนะ ทำไมถึงหนักๆ แต่ครูท่านอื่นก็รับและส่งไปข้างหลังตนเอง เพื่อกองรวมกัน แต่ตรงหน้าเมื่อนักเรียนกราบครูแต่ละคนก็ก้มลงตบไหล่, ลูบหัว, ลูบหลัง ในขณะที่ปากก็พร่ำให้พรแก่ลูกศิษย์ที่กราบอยู่ตรงหน้า ( เป็นพรที่ประเสริฐจริงๆ...ที่พรั่งพรูกันออกมาจากปากครูแต่ละท่าน ) แทบจะขนลุกซู่ทีเดียว จนกระทั่งลูกศิษย์แถวสุดท้ายมากราบเสร็จเป็นอันเสร็จพิธี
อะไรอยู่ในกรวยคะลุงภารโรง.....
ลุงภารโรงใจดีบอกเปิดดูเองสิลูก...... (ครู, ภารโรงที่นี่อยู่กันเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน)
...โอ....ในนั้นมีถุงของขนมโคซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของชาวใต้ในงานพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญๆ แล้วก้อมีมะเขือพวง, หญ้าแพรก, ข้าวตอกด้วย ข้างบนเป็นดอกเข็มและมีธูปเทียนใส่ลงมาในกรวยอย่างครบครัน ช่างบรรจงจัดสรรมาเพื่อไหว้ครู....ให้ครูรับเป็นศิษย์อย่างแท้จริง และแต่ละอย่างก็ล้วนมีความหมายในตัวครบถ้วน แล้วขนมโคนี่พ่อแม่ก็ช่วยกันทำให้ลูก เพื่อให้ลูกมาไหว้ครู .....นี่แหละหนาความเป็นชนบทที่ศิวิไลย์ทางความคิดจริงๆ แถมยังรักษาแบบแผนของขนบธรรมเนียมที่ดีที่มีมาแต่โบราณกาลได้ด้วย (อ๊ะ...อ้า....พอเสร็จพิธีหรือคะ....เราก็เอาขนมโคที่เด็กไหว้มารรวมกัน กินด้วยกัน แต่เด็กๆ ไม่ยอมกินด้วย เพราะเขาบอกว่ากินมาจากบ้านจนไม่นึกอยากจะกินอีกแล้ว....เหมือนกับที่บอกว่า.....เอาสเต็กมาให้ก็ไม่กินอีกแล้ว....) เป็นภาพประทับใจตลอดมา
วันไหว้ครูทีไรผู้เขียนนึกถึงภาพของที่นี่....ทุ๊ก....ที
ไม่ทราบว่าวันไหว้ครูของคุณเป็นแบบไหนกันบ้างคะ
นานมากครับ แต่ผมจำได้ติดตา ติดใจ ไม่ใช่แค่ด้วยสายตา แต่จมูกผมยังจดจำกลิ่นอายของวันไหว้ครู
หน้าฝน กลิ่นดอกไม้ กลิ่นฝน หญ้าแพรก กลิ่นผืนดินในนาที่ถูกไถพลิกขึ้นมา
แม่เย็บกรวยหาดอกไม้ ดอกเข็ม ข้าวตอก ดอกมะเขือ หญ้าแพรก ธูป เทียน
เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ พวกเราซ้อมกันก่อนหน้านั้นหลายวันกว่าจะท่องบทบูชาครูได้ขึ้นใจ
ถึงวันจริงพวกเราเอากลวยดอกไม้ไปอวดกัน บางคนกว่าจะถึงโรงเรียนและมัวตกแต่งโมดิฟายกันเกินไปกรวยพัง ต้องไปหาใบไม้ใหญ่ ๆ หรือใบตองกันวุ่นวาย บางคนเอาแก้วพลาสติกใส่ทรายแล้วเอาดอกไม้ปัก ก็ดูดีไปอีกแบบ
วันไหว้ครูไม่ต้องเรียน มีกิจกรรมต่อ มีการแสดงของแต่ละห้อง สนุกมากครับ
โตขึ้นจำได้ว่าเคยถามพ่อกับแม่ว่าทำไมต้องเป็นข้าวตอก ดอกมะเขือ หญ้าแพรก คุณครู และพ่อ แม่เคยบอกให้ฟังว่า
ข้าวตอกคือ ศิษย์เคารพครูจะมีชื่อเสียงขจรขจาย เหมือนข้าวตอกแตก
หญ้าแพรก จะมีปัญญาแตกฉานเหมืนหญ้าแพรก
ดอกมะเขือ ศิษย์ที่ดีต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนเหมือนดอกมะเขือที่โน้มลง
สวัสดีค่ะคุณLioness_ann
เล่าเรื่องวันไหว้ครูได้น่าประทับใจจังค่ะ ดิฉันเพิ่งทราบจริงๆว่าที่นครฯเขาใส่ขนมโคด้วย สมัยดิฉันต้องหาดอกเข็ม ดอกมะเขือ และหญ้าแพรก เป็นอย่างน้อย
สองอย่างแรกดิฉันรู้จัก แต่หญ้าแพรกนี่ตอนเด็กๆไม่รู้จักจริงๆ เลยดึงเอาหญ้าที่หน้าบ้านไป เพราะพระมายืนบาตรเช้าๆทุกวันบนพื้นหญ้า ตอนนั้นคิดแบบเด็กๆว่าน่าจะเป็นมงคลแล้ว ครูถามว่านี่ชื่อหญ้าอะไร ดิฉันก็ตอบจริงใจตามปรากฏการณ์ว่า " หญ้าพระเหยียบค่ะ" ครูในห้องพักครูหัวเราะกันครืน
ดิฉันมารู้จักชื่อหญ้านี้ในภายหลัง สงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมเราเรียนไม่เก่งซักที เพราะใช้หญ้าผิดชนิดนี่เอง ไม่กล้าเฉลยชื่อละ ......เดี๋ยวเสียฟอร์มอะค่ะ..... : )
สวัสดีค่ะ.....
สวัสดีค่ะ......
สวัสดีค่ะ
ผมในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนเกาะขันธ์ประชาภิบาล ขอขอบ คุณคุณครูทุกท่านที่ให้ความรู้แก่ผมทำให้ผมสอบติดโรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร
สวัสดีจ๊ะ....จักรพรรดิ จรดำ
ขอขอบคุณอาจารย์ทุกคนที่ทำให้เบิ้มมีวันนี้
โดยเฉพาะอาจารย์อร่าม ใสสะอาด และอาจารย์ศิริธนา พะหะละ
ที่ทำให้ผมได้เป็นดาว
และผมยังได้จำคำสอนมาใช้ที่โรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานครต่
มีแต่คนชมโรงเรียนเกาะขันธ์
เจอกันสงกรานตืคับอาจารย์
สวัสดีครับ
ผมขึ้นม.6ปีนี้ครับเรียนนวมินทราชูทิศ กทม แผนวิทย์ _คณิต
ผมเรียนเกาะขันธ์ตอนม.ต้น
สนิทกับอาจารย์ทุกคนเลยครับ
โดนเฉพาะอาจารย์อร่า กะอาจารย์ศิริธนา เพราะบ้านใกล้กันไม่ทราบว่าคุณเป็นใครยินดีที่ได้รู้จักคับ
อาจารย์ชื่อแอน
ป่าวครับ
ที่สอนภาษาอังกฤษ
ผมเคยเห็นอาจารย์มาเข้าค่าย English Camp
ที่บ้านครูอ้อย อาจารย์สอนโรงเรียนเทพา
เห็นอาจารย์แล้วชอบมากมีอาจารย์เขาบอกว่าอาจารย์แอนเก่งมากสวยด้วยผมปลื้ม
แต่พี่ผมเคยเรียนกะอารย์ชื่อ พี่นาง
พี่หนึ่งหทัย วไลพร สุดสงค์
หวัดดีครับลูก....จักรพรรดิ์นะครับผม
กระผมเป็นลูกศิษย์ ม.๖ รุ่นแรก สวัสดีครับครูแอน ครูคงจะจำผมได้นะ ผมในถานะลูกศิษย์ครูและเป็นตัวแทนเพื่อนทุกคน จะบอกว่า ขอบคุณครับสำหรับทุกสิ่งที่ครูให้กับพวกผม ผมรักครูครับ
เมื่อ พฤ. 06 ส.ค. 2552 @ 15:41
อีเมลติดต่อ
ผมนึกว่าจะไม่ได้รับคำตอบจากครูเสียแล้ว เห็นอายุข้อความนานเกือบปีแล้ว ครูอย่าดุมากนะ ไม้หวายก็เก็บเสียบ้าง เพราะเคยโดนจึงรู้ แต่ไม้หวายของครูแอนและครูทุกที่ทำให้ผมมีวันนี้ แต่มันก็เกือบสายไปเหมือนกัน ถ้าผมตั้งใจมากกว่านี้คงจะได้นี้กว่านี้นะครู
เราก็เป็นคนหนึ่งที่จบจากเกาะขันธ์ฯ ขอบคุณอ.แอนที่สอนภาษาอังกฤษ เรา และตอนนี้ก็ยังคิดถึงอ.แอนค่ะ ขอบคุณเกาะขันธ์ที่ทำให้เราได้มีวันนี้