เทคนิคการเขียนหนังสือ

การเขียนเรื่องย่อส่งบรรณาธิการ


         หลายต่อหลายคนอยากเป็นนักเขียน แต่ไม่รู้หลักการเขียน นี้เป็นเทคนิค (ศิลปะ)ในการเขียนเรื่องส่งบรรณาธิการ
          
เอาเห็นว่านักเขียนหลาย ๆท่านต้องการส่งเรื่องย่อให้สำนักพิมพ์ แต่!!! จะเขียนยังไงล่ะ? คำตอบง่าย ๆก็คือ...



                                                                
ก็เขียนให้น่าสนใจซะเซ่!!!

  

          
บางคนก็อาจถามกลับมาอีก...แล้วทำให้น่าสนใจมันยังไงล่ะ? มันต้องใส่อะไรลงไปบ้าง? บรรยายยังไง รูปแบบล่ะ? ด้วยประการฉะนี้จึงลองเอามาให้อ่านกันดู หากมีเพิ่มเติมก็แสดงความเห็นมาได้เลยนะ ^^


                                                                          ======================


          ....
ต่อไปนี้คือ 16 ขั้นตอนในการเขียนบทสรุปต้นฉบับนวนิยายของคุณ (12 ขั้นตอนแรก คุณต้องทำ แต่อีก 14 ขั้นตอนหลังเป็นทางเลือกของคุณ)


          1.ฉากและชื่อเรื่อง
          เรื่องราวเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อไรคุณควรเขียนได้ในความยาวเพียงประโยคเดียวเพื่อตอบคำถามนี้



          2.พระเอกนางเอกและตัวละครสำคัญ
          แนะนำตัวละครดังกล่าว ชื่อ อายุ อาชีพภูมิหลัง เขียนให้พวกเขาดูมีความสำคัญและมีชีวิต รวมถึงตัวละครรองต่าง ๆที่มีบทบาทสำคัญในโครงเรื่อง ความยาวสัก 2 ย่อหน้าก็พอ



          3.เสริมรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของภูมิหลังของครอบครัวทรัพย์สมบัติ สถานภาพ
          ความยาวประมาณ 1 ย่อหน้าก็พอ



          4.สถานการณ์อันเป็นจุดวิกฤติในตอนเปิดเรื่องของนวนิยายของคุณ
          เขียนสั้นๆ สัก 1 ประโยค



          5.อารมณ์และน้ำเสียงของเรื่อง
          พยายามสร้างบรรยายกาศของเรื่องด้วยความยาวเพียง 1 ประโยค



          6.ส่วนพิเศษของเรื่อง
          หากเรื่องของคุณมีอะไรที่เป็นจุดเด่นพิเศษอย่างไรให้เขียนถึงมันอีก 1 ประโยค



          7.ปมขัดแย้งหรือความหักเหในเรื่อง
          เขียนความยาว 1 ย่อหน้า



          คุณคงเห็นแล้วว่า 7 ข้อข้างต้นนั้นล้วนเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของนวนิยายของคุณและพวกมันทั้งหมดล้วนเป็นสาระที่อยู่ในสองบทแรกของคุณ

          คุณอาจตั้งคำถามว่าแล้วทำไมจึงต้องใส่ข้อมูลเหล่านี้ในบทย่อหากเมื่อทั้งหมดบรรจุอยู่ในสองบทแรกแล้ว

          คำตอบก็คือบรรณาธิการจะรับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากเรื่องของคุณผ่านบทย่อ ตัวอย่างของบทต่างๆจะเป็นการแสดงให้เห็นความสามารถของคุณ บรรณาธิการอาจวางเรื่องราวทั้งหมดหากบทย่อไม่ท่าเข้าที



          8.ฉากเด็ดๆ
          เขียนรายการฉากเด็ดๆ ที่สำคัญ ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเขียนทั้งหมดที่มี เขียนพอเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าฉากเหล่านี้ทำให้ผู้อ่านสนุกสนาน อาจคล้าย ๆ รายการโทรทัศน์ เขียนความยาวสัก 2 ย่อหน้าก็พอ



          9.การเคลื่อนไหวทั้งเดินหน้าและถอยหลังของเรื่องที่เกิดขึ้นจากตัวละคร
          อะไรคือจุดขึ้นจุดลงของเรื่องทั้งด้านลบและด้านบวก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เข้มข้นที่สุดและตัวละครสำคัญได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง เขียนความยาว 1 ย่อหน้า



          10.ฉากตัดสินชะตาชีวิต
          ตอนนี้เราเข้าใกล้ตอนจบแล้วฉากไหนคือฉากที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง จุดหักเหต้องเด่นชัดใน 1 ประโยค



          11.ความสำคัญของฉากสุดท้าย
          จุดไคลแม็กซ์ของเรื่องเขียนถึงการสะเทือนอารมณ์ที่ค่อย ๆ ทวีขึ้นจนถึงขีดสูงด้วยภาษาที่สละสลวยชัดเจนสัก 1 ประโยค



          12.บทสรุปสั้นๆ
          เขียนให้ครอบคลุมด้วยภาษาที่งดงาม



                                                                    ยาวแค่ไหน?


          ทั้ง 12 ขั้นตอนดังกล่าวจะบอกทุกๆสิ่งให้บรรณาธิการรู้เกี่ยวกับเรื่องของคุณรวมถึงบอกตัวคุณด้วย ดังนั้นคุณจึงต้องตั้งใจเขียนมันให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้อย่ากังวลใจหากขั้นตอนที่ 5 และ 9 ยากที่จะสรุปความได้ และหากมันยากนักก็ข้ามมันไปเสียเลยก็ได้


          โดยทั่วไปการเขียนบทย่อหากเขียนได้สั้นเท่าไรก็จะดีเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องครอบคลุมขั้นตอนสำคัญต่าง ๆ ให้ครบถ้วนต้องนึกถึงหัวอกบรรณาธิการที่เขา/เธอต้องทนนั่งอ่านบทสรุปของเราด้วย


          ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือบรรณาธิการจะไม่แปลกใจไปกับคุณด้วยหรอกหากคุณคิดจะซ่อนปมประหลาดไว้ไม่เขียนให้เขารู้

          คุณจะต้องเล่าให้เขาฟังว่าคุณจะหักมุมอย่างไรในตอนจบรับรองว่าบรรณาธิการไม่นำไปบอกผู้อ่านของคุณแน่!



                                                                ทางเลือกอีก 4 ขั้นตอน



          13.ประโยคคำพูด 1 ประโยคของนางเอกหรือตัวละครสำคัญ
          การเพิ่มส่วนนี้เข้าไปจะแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของตัวละครท่าทีเขา/เธอพูด เขียนให้มันมีชีวิตชีวา



          14.ตัวอย่างบทสนทนาของพระเอกหรือตัวละครอื่นๆ
          นี่ก็เป็นอีกส่วงนที่ทำให้ตัวละครได้ก้าวออกมานอกกระดาษปล่อยให้บรรณาธิการได้ยินเสียงของพวกเขาด้วยความพึงพอใจกับประโยคสักประโยคที่ตรงกับโครงเรื่อง



          15.ยกตัวอย่างการเขียนที่เร้าอารมณ์และความรู้สึกที่เข้ามากับเรื่องราว
          เป็นการแสดงความสามารถในการใช้ภาษาของคุณโดยเฉพาะเรื่องแนวโรมานซ์หรือแนวเรื่องหวาดผวา



          16.ใช้ภาษาสวยๆแบบกวีที่จะสร้างสีสันให้กับเรื่อง
          เพียงถ้อยคำ 2-3 คำหรือวลีเพียง 1 วลี ทำให้บทสรุปของคุณดูมีมิติพิเศษ



         ทั้ง 4 ขั้นตอนนี้สามารถใส่ในบทสรุปของคุณตรงจุดไหนก็ได้ ที่ดูแล้วเป็นธรรมชาติมากที่สุดเช่น คุณอาจเสริมบทสนทนาลงไปหลังขั้นตอนที่ 4 (สถานการณ์อันเป็นวิกฤติในตอนเปิดเรื่องของนวนิยายของคุณ) หรือขั้นตอนที่ 7 (ปมขัดแย้งหรือความหักเหในเรื่อง) เป็นต้น