เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2550 มีฝนตกในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษประมาณ 15 นาที(ตกแบบหนักพอสมควร) แล้วก็หยุดไปแบบแห้งไม่มีเม็ดฝนอีก ฝนได้ทิ้งช่วงไปประมาณสัปดาห์เศษไม่ตกเลย มีเมฆคลื้มแต่ก็ไม่ตกในตัวเมืองเลย ชาวบ้านที่หว่านข้าวในนากำลังงอกเป็นต้นอ่อนก็เริ่มเหี่ยวเฉาจะแห้งตายแล้ว เมื่อมีฝนมาบ้างเล็กน้อยเช่นนี้คงพออยู่ต่อได้อีกระยะหนึ่ง รอต่อไปว่าฝนจะตกให้เป็นน้ำเป็นเนื้อได้อีกเมื่อไร หากฝนไม่ตกก็คงแห้งตาย ปรากฏการความแห้งแล้งแบบนี้เกิดขึ้นเกือบทุกปี ยังไม่มีระบบชลประทานที่สามารถช่วยชาวบ้านให้เกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพได้เลย อยากให้ผู้ปกครองทั้งหลายได้เห็นปัญหาเรื่องนี้(น้ำ)ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ หวังว่าคงมีความหวังในอนาคตอย่างแน่นอน แล้วผมจะรอต่อไป
ลองมานำเสนอเหตุการณ์เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อกระจายให้ผู้คนทั่วไปได้รับทราบทั่วกัน
เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นงานหลักของคนไทยเสียแล้ว ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่สุดก็คือ ป่า และป่านั้นจะเป็นที่รวมของทรัพยากรธรรมชาติ ที่เรียกว่า "ระบบนิเวศวิทยา" มีการทำลายป่าไม้กันอย่างขนาดหนัก ด้วยข้ออ้างว่า "จะใช้เป็นพื้นที่ทำมาหากินเพราะไม่มีที่ทำกิน" ยิ่งตัดป่า ยิ่งโค่นป่า ยิ่งทำลายป่า ความแห้งแล้ง ความยากจนก็ยิ่งเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นโบราณท่านเข้าใจ ที่ไหนมีต้นไม้อยู่ได้ที่นั่นท่านจะเข้าไปดูแลต้นไม้ อุปถัมภ์ต้นไม้และต้นไม้จะอุปถัมภ์เราในทุกสิ่งทุกประการ ทั้ง ข้าว ผ้า ยา บ้าน ทั้งหมด เราได้จากต้นไม้ทั้งหมด ความร่ำรวย เราได้จากต้นไม้ทั้งหมด ขณะนี้ ทุกวันนี้ เพียงเพื่ออยากได้ที่ดินเอาไว้ขายเท่านั้นเองไม่ใช่เอาไว้ทำกิน เอาไว้ทำกินนั้นเป็นข้ออ้าง ความจริงไม่ใช่หรอก แล้วผลที่สุดก็ทำกินไม่ได้ กว่าตอจะหมด กว่าจะเผาตอทิ้ง สิบปียี่สิบปี ก็ทำกินไม่ได้ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่โค่นไม้ทำลายป่านั้น แสดงว่าคนๆ นั้นเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาที่สุด แล้วผลที่สุดเราก็ต้องรบกับธรรมชาติ ใช่ไหม เราก็ว่า ช้าง เป็นอุปสรรค ที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ คนก็ไปยิงช้างเพราะบอกว่า ช้างมาทำลายพืชไร่ นี่ชาวปราณบุรีหรือกุยบุรีอาจจะโกรธอาตมา เรานั่นแหละไปรบกวนที่อยู่ของช้างเอง โดยข้ออ้างว่าไม่มีที่ทำกิน เมื่อเราไปรบกวนที่อยู่ของเขา นั่นมันเขตของเขาและเราไปทำร้ายเขา เห็นไหมว่าเราทำร้ายเขา เราไม่มีความสุข เราไปรบกวนเขาก่อนแล้วเราก็ไม่มีความสุข ฉะนั้นในช้างหนึ่งเชือก เขาเรียกช้างเป็นสัตว์มงคล ช้างนี่เป็นสัญลักษณ์เลย ใช่ไหม เช่น พระพิฆเนศนี่เป็นช้าง เป็นเทพเจ้า เพราะ "ช้างเป็นสัญลักษณ์ของป่า เป็นเจ้าป่า และช้างไม่เคยให้ร้ายต่อใคร ไม่เคยให้โทษต่อใคร มีแต่ให้คุณ" บัดนี้เรากำลังพูดว่า "ถูกช้างรบกวน" เพราะเราไปรบกวนช้าง อย่างนี้ไม่ถูกต้องเพราะฉะนั้นต่อแต่นี้ไปท่านทั้งหลาย เราเห็นจะต้องหันมาปลูกต้นไม้ เพื่อฟื้นป่ากันอย่างจริงจัง และที่โล่งๆ นั้น หันมาปลูกต้นไม้เถอะ อาตมาเดินทางไป จ.สระแก้ว ที่ดินซ้ายขวาทำอะไรกินไม่ได้เลย ตัดป่าทิ้งไว้อย่างนั้นเอง และก็บ่นว่า "ฝนไม่ตก" มันจะไปตกอะไรเล่า ก็คนทำลายป่ากันเสียแล้ว
เหตุเกิดที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.สระแก้ว
นายณัฐพล มีบุญ รหัส 4812352109 (เรียนร่วม)
*********ที่มา : มูลนิธิโลกสีเขียว http://www.greenworld.or.th/1news_pup27.htmบทวิจารณ์ของผู้นำเสนอข่าว ผลพวงจากปัญหาโลกร้อน สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในหลายลักษณะ เช่น ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ กล่าวคือ จะมีฝนตกเร็วหรือช้ากว่าฤดูกาล พายุรุนแรง แล้งจัด น้ำท่วม และคลื่นลมในทะเลรุนแรง ก็เป็นอีกลักษณะหนึ่งที่ธรรมชาติสะท้อนออกมา เสมือนเป็นการประท้วงหรือเตือนสติมนุษย์ ผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุของสภาวะโลกร้อนเพราะการบริโภคที่มากเกินพอดี ทำให้ต้องมีการเร่งผลิตสินค้า เร่งการเผาผลาญน้ำมัน อันก่อให้เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกต้นเหตุของโลกร้อน ซึ่งมนุษย์เราควรต้องใส่ใจในพฤติกรรมการบริโภคของตน โดยลดการใช้พลังงานให้เหลือน้อยที่สุด และควรต้องปลูกต้นไม้ให้ได้คนละมากต้นที่สุด เพื่อช่วยรักษาอาการป่วยของโลกใบนี้ ก่อนที่เขาจะประท้วงในระดับที่รุนแรงกว่าที่ผ่านๆมา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 56.1pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">นางสาวกันยา จันทร์สุข</p>5022351312
<table border="2">
<tr>
<td><img alt="ชาวตรางสวายร่วมใจ ปลูกต้นไม้ถวายแม่ขแงแผ่นดิน" src="http://img75.imageshack.us/img75/64/scan0003py8.jpg" border="2" /></td>
ชาวตรางสวายร่วมใจปลูกป่าเป็นมาตุบูชา 12 สิงหามหาราชินี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"> </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 74.8pt" class="MsoNormal">เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2550 โรงเรียนบ้านตรางสวย พร้อมด้วยชาวบ้านตราง บ้านสวาย หมู่ที่ 5 และ 6 ตำบลดองกำเม็ด อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้พร้อมใจกันปลูกป่าถวายแด่พระแม่ของแผ่นดิน เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญมายุครบ 75 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และรับสนองพระราชเสาวนีย์ในส่วนที่ทรงห่วงใยเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงภาวะโลกร้อนอันเป็นปัญหาที่ทุกคนจะละเลยไม่ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 74.8pt" class="MsoNormal">ในกิจกรรมดังกล่าวนี้ มีสมาชิกและผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำองค์กรและหน่วยงานต่างๆในทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครองท้องที่ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น กลุ่มสตรีแม่บ้าน อสม. อช. และสถานศึกษาเข้าร่วมกว่า 200 คน สามารถปลูกไม้ชนิดต่างๆ เช่น ประดู่ ยางนา เพกา หางนกยูง ยูคาลิปตัส และรวมถึงต้นลำดวน ซึ่งเป็นไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เป็นจำนวนรวมกันกว่า 3,000 ต้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 74.8pt" class="MsoNormal"> นางสาวกัญญา จันทร์สุข</p> รหัส 5022351312 ผู้รายงาน <p> </p>
ปล่อยพันธุ์ปลาในวันแม่ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ผู้นำหมู่บ้านนิคมซอย 2 ตำบลหนองฉลอง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับชาวบ้านกำลังช่วยกันปล่อยพันธุ์ปลา ได้แก่ ปลานิล ปลาใน ปลาตะเพียน ลงในหนองน้ำกลางหมู่บ้าน จำนวน 30,000 ตัว ซึ่งพันธุ์ปลาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประมงอำเภอภูสิงห์ เป็นกิจกรรมที่ผู้นำและชาวบ้านร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ปลาไม่ให้สูญพันธ์ไปจากหนองน้ำด้วย นายวิเชียร ประดับศรี รายงาน รหัส5022351329
ปล่อยพันธุ์ปลาในวันแม่ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ผู้นำหมู่บ้านนิคมซอย 2 ตำบลหนองฉลอง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับชาวบ้านกำลังช่วยกันปล่อยพันธุ์ปลา ได้แก่ ปลานิล ปลาใน ปลาตะเพียน ลงในหนองน้ำกลางหมู่บ้าน จำนวน 30,000 ตัว ซึ่งพันธุ์ปลาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประมงอำเภอภูสิงห์ เป็นกิจกรรมที่ผู้นำและชาวบ้านร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ปลาไม่ให้สูญพันธ์ไปจากหนองน้ำด้วย นายวิเชียร ประดับศรี รายงาน รหัส5022351329
เมือวันที่ 4 สิงหาคม 2550ขบวนการค้าไม้พะยูง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบจึงได้ยึดรถ-และไม้พะยูงจำนวน 5ท้อน จากการยึดมาเเล้วก็นำมาเก็บรักษาไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลโดยการจับกุมครั้งนี้มิใช่เพียงครั้งแรกแต่มันเป็นการลักลอบค้าไม้หลายครั้งและคณะเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้จับไม้ได้ทุกครั้ง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายในการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมเชิงรุกเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำต่างๆซึ่งความเสื่อมโสมของคุณภาพน้ำลำคลองทั่วประเทศเป็นปัญหาใหญ่ที่สะสมมานานทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งนำได้และส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้ร่วมกันปลูกจิตสำนึกให้แก่ประชาชนให้รู้จักรักแหล่งนำมากขึ้น
ข่าว การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ 2550 หน้า 33
โครงการ คลีน อัพ เดอะ เวิลด์ ลดสภาวะขยะท่วมโลก
หลายปีมานี้ สิ่งแวดล้อม กลายเป็นประเด็นขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลกร้อน ที่ประชาคมโลกเทความสำคัญให้ทุกขณะ หรือของขยะ ที่ยังอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลก อย่าง เอียน เคียร์แนน ชาวออสเตรเลียวัย 67 ปีที่ได้ชื่อว่า ชายเก็บขยะ เพราะทุ่มเทชีวิตให้กับการเก็บขยะมาหลายสิบปี ทั้งยังชักชวนคนหลายสิบล้านทั่วโลกให้เห็นความสำคัญของการทำความสะอาดเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วยโดยผ่านโครงการ คลีน อัพ เดอะ เวิลด์ ถึงวันนี้ เคียร์แนน เป็นประธานโครงการทำความสะอาดออสเตรเลีย และประธานโครงการทำความสะอาดโลก แถมด้วยการเป็นเจ้าของรางวัล ซาซากาว่า เอ็นไวรอนเมนต์ (Sasakawa Environment Prize) จากสำนักงานโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ( UNEP) ในฐานะที่สร้างจิตสำนึกเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม แก่คนนับสิบล้านในหลายประเทศ เคียร์แนน เพิ่งเดินทางมาประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้เพื่อเข้าร่วมประชุมและพูดคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมกับนาย เกษม สนิทวงษ์ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเพื่อให้คนไทยได้รู้จักโครงการ คลีน อัพ เดอะ เวิลด์ มากขึ้น กว่าจะมาเป็นโครงการระดับโลก เคียร์แนนเป็นเพียงคนหนึ่งที่ชื่นชอบการล่องเรือยนต์แต่เมื่อล่องเรือไปรอบโลกระหว่างการแข่งขันเรือ ยอชต์ เคียร์แนนต้องตกใจกับบรรดาขยะมากมายในมหาสมุทร
พอปี 2532 เคียร์แนนก็เกิดความคิดรักษ์สิ่งแวดล้อมชักชวนเพื่อนฝูงและคนรู้จักมาร่วมทำกิจกรรม วันทำความสะอาดอ่าวซิดนีย์ ด้วยการเก็บขยะทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ อย่าง ก้นบุหรี่ ขวดแก้ว พลาสติก ซากรถยนต์ฯลฯ บริเวณอ่าวซิดนีย์ ที่ขึ้นชื่อว่าติดอันดับต้นๆของอ่าวที่สวยที่สุดของโลก ครั้งนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะเมื่อข่าวแพร่ออกไปก็มีอาสาสมัครมาขอร่วมทำความสะอาดถึงราว 40000 คนเลยทีเดียว ปีถัดมาเคียร์แนนขยายโครงการเป็นระดับประเทศเกิดกิจกรรม วันทำความสะอาดออสเตรเลีย มีชาวออสเตรเลียให้ความร่วมมือมากกว่า 300000 คน
ส่วนโครงการ คลีน อัพ เดอะ เวิลด์เกิดขึ้นปี 2536 สาเหตุที่ทำให้การทำความสะอาดขึ้นไปถึงระดับประเทศและระดับโลกได้ เพราะคนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจและเข้าร่วมอย่างแข็งขัน ตอนนี้มีอาสาสมัครประมาณ 35 ล้านคนจาก 120 กว่าประเทศทั่วโลกเข้าร่วมโครงการแล้ว
โครงการนี้จัดขึ้นในช่วงอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนกันยายนของทุกปี หรือหากที่ไหนไม่สะดวกจะจัดก่อนหรือหลังก็ได้ ไม่จำกัดว่าต้องทำความสะอาดอย่างเดียวกันทั่วโลกเพราะต้องดูสภาพของที่นั้นๆ อย่างชุมชนที่อยู่แถบคาบสมุทรแปซิฟิกอาจทำความสะอาดแหล่งน้ำ หรือหากอยู่ในประเทศปากีสถานก็อาจดูแลความสะอาดของส้วมเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี เพราะแต่ละที่มีปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อมต่างกัน
สำหรับประเทศไทยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วมโครงการ คลีน อัพ เดอะ เวิลด์ แล้ว อาทิ สถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนระยองวิทยาคม บริติช อินเตอร์เนชั่นแนล สกูล ภูเก็ต เป็นต้นโดยผ่านทางสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย จะช่วยเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และประสานงานโครงการ คลีน อัพ เดอะ เวิลด์ ในไทย
ปัจจุบันนี้สถานการณ์เรื่องสิ่งแวดล้อมวิกฤตแล้วเรามาเริ่มแก้ปัญหาอย่างง่ายๆด้วยตัวเอง เช่นมีขยะชิ้นไหนบ้านที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้บ้าง ไม่ขับรถไปทำงานสัก 4 เดือนจะได้หรือเปล่า หรือใช้วธีเดินแทนการขับรถออกไปซื้อของใกล้บ้าน ส่วนภาคธุรกิจก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยองค์กรที่ฉลาดต้องจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อทำสำเร็จแล้วมูลค่าเพิ่มทางการตลาดก็จะตามมาไม่ใช่คิดถึงแต่ยอดขายโดยละเลยเรื่องสิ่งแวดล้อมไป ในอนาคต เคียร์แนนวางไว้ว่าจะมีโครงการร่วมกันระหว่างเขากับ อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เจ้าของผลงานสารคดีชื่อดัง แอน อินคอนวีเนียนท์ ทรูธ เพราะรู้จักกันมานานและสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน โดยอาจเป็นการทำความสะอาดมหาสมุทรเพราะในมหาสมุทรมีขยะมีพิษเป็นจำนวนมาก
ดังนั้นควรจะเลิกคิดว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่ไกลตัวกันได้แล้ว เพราะที่สุดปัญหาดังกล่าวกำลังวิ่งไล่ตามความเจริญของยุคสมัยมาอย่างติดๆ
กิจกรรมที่ได้เข้าร่วมกับชุมชนในการอนุรักษ์/ ส่งเสริมในเรื่องของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คือ
กิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันเข้าพรรษา ที่วัดบ้านกวางขาว ต. นิคมพัฒนา อ. ขุขันธ์
ต้นไม้ที่ปลูก คือต้นหมาก ซึ่งเดี๋ยวนี้ หมาก กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ผลของหมากขายได้ทั้งยังเล็ก จนถึงผลที่สุกแล้วและยังช่วยให้ร่มรื่น
และยังปลูกต้นประดู่เพื่อให้มีความร่มรื่นภายในวัดอีกด้วย ผู้ที่เข้าร่วมปลูกต้นไม้ก็มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ซึ่งจะปลูกในวันที่ 30 กรกฎาคม 2550 ตอนเช้าหลังจากทำบุญตักบาตรในวันเข้าพรรษา เพราะมีความเชื่อว่าการปลูกต้นไม้ในวันเข้าพรรษาจะอยู่เย็นเป็นสุข มีความมั่นคงและมีอายุยืนยาวเหมือนต้นไม้
รายงาน ข่าวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ของนางขนิษฐา ปรือปรัก รหัส5022351334
ภาพกิจกรรมการพัฒนาและการทำความสะอาดในชุมชนบ้านกวางขาว วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชนเป็นอย่างดี มีร่วมแรงร่วมใจกันจนงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งบ้านกวางขาวจะมีกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน เช่นการทำความสะอาดบริเวณที่สาธารณะ หรือมีการปลูกต้นไม้ มีการทำอย่างต่อเนื่องทุกปีกิจกรรมในครั้งนี้ได้ปฎิบัติเมื่อวันทที่ 12 สิงหาคม 2550 <h3 style="margin: 0cm 0cm 0pt">นางพจนารถ ศรีมาศรหัส 5022351336 โปรแกรมวิชาการพัฒนาชุมชนระดับปริญญาตรี 4 ปี</h3> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหามลภาวะแก่แม่น้ำคลอง</h1><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt">สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหามลภาวะแก่แม่น้ำลำคลอง ได้แก่</h2>1. น้ำเสียจากบ้าน ร้านค้าและอาคารที่ทำการ ชุมชนที่มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยหลาย ๆ หลังคาเรือน ย่านการค้าหรืออาคารที่ทำการ ล้วนจำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และใช้สอยในจุดประสงค์อื่น ๆ น้ำที่ใช้นี้จะมีปริมาณหนึ่งซึ่งเป็นปริมาณส่วนใหญ่กลายเป็นน้ำทิ้งออกมา น้ำทิ้งนี้ส่วนมากจะเป็นน้ำจากส้วมและจากการชำระซักล้าง ซึ่งประกอบไปด้วยสารอินทรีย์สบู่ ผงซักฟอก เศษอาหาร ไขมัน สารอินทรีย์ และสิ่งปฏิกูลอื่น ๆ เจือปนอยู่ สารเหล่านี้เมื่อไหลลงสู่แม่ลำคลอง จะเกิดผลเสียสองประการใหญ่ ๆ คือ ประการแรกช่วยเพิ่มอาหารเสริมแก่พืชน้ำและสัตว์น้ำ ทำให้มีพืชน้ำและสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น เมื่อพืชน้ำและสัตว์น้ำตายไป จะทำให้เกิดสารอินทรีย์ในน้ำเพิ่มขึ้น สารอินทรีย์ที่มาจากน้ำทิ้งและที่เกิดเพิ่มขึ้นนี้ ถ้ามีจำนวนมากเมื่อถูกย่อยสลายโดยแอโรบิคบัคเตรีที่มีอยู่ในน้ำ ก็จะนำเอาออกซิเจนละลายในน้ำมาใช้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราที่ออกซิเจนในอากาศละลายลงในน้ำ ทำให้เกิดสภาพขาดออกซิเจนขึ้น อันเป็นสภาวะแวดล้อมที่เหมาะกับแอนแอโรบิคบัคเตรีให้ย่อยสลายสารอินทรีย์ต่อไป ทำให้น้ำกลายเป็นสีดำมีกลิ่นเหม็น ส่วนสารอื่น ๆ ที่ปนมา เช่น สารอนินทรีย์จะเพิ่มปริมาณสูงขึ้น ทำให้คุณภาพน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐานและเสียประโยชน์ใช้สอยไป นอกจากนี้ถ้าน้ำทิ้งมีเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ที่เป็นอันตราย เช่น บัคเตรี และไวรัส ก็จะทำให้เกิดโรคได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p> 2. น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ น้ำทิ้งจากระบบการผลิต ระบบการหล่อเย็น อาคารที่อยู่อาศัยและที่ทำการ ร้านค้าและโรงอาหารสารที่ปะปนมาอาจจะเป็นสารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ กรดด่าง โลหะหนัก สารเคมีต่าง ๆ สารกัมมันตภาพรังสี สารพิษ ดินทรายและสิ่งปฏิกูลอื่นๆ ซึ่งเมื่อทิ้งลงในแม่น้ำลำคลอง จะทำให้เพิ่มปริมาณสารเหล่านั้นหรือเกิดการเป็นพิษกับสิ่งมีชีวิตในน้ำ เกิดการเน่าเหม็น เกิดสี กลิ่น และความไม่น่าดู 3. ปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร ปุ๋ยหลักที่ใช้ในการเกษตร ได้แก่ สารไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ฟอสฟอรัสที่อยู่ในรูปของฟอสเฟตสามารถยึดติดอยู่กับดินได้ จึงมีส่วนน้อยที่ไหลไปกับน้ำ ดังนั้นสารที่ทำให้เกิดปัญหาคือไนโตรเจน การใช้ปุ๋ยส่วนใหญ่มักใส่กันมากเกินกว่าที่พืชจะนำไปใช้ได้หมด เมื่อฝนตกน้ำฝนจะชะเอาไนโตรเจนไหลไปตามผิวดิน ลงสู่แม่น้ำลำคลอง ช่วยให้สาหร่ายเจริญเติบโตได้ดีเป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำเกิดสี กลิ่น และรสเมื่อสาหร่ายเหล่านี้ตายลง ก็จะทำให้น้ำเน่าเหม็นและมีฟีนอลสูงขึ้น เกิดฝ้าขาวลอยอยู่ตามผิวน้ำ 4. ผิวดินที่พังทลาย ในพื้นที่รับน้ำบางแห่ง เช่น อ่างเก็บน้ำที่เสื่อมสภาพและมีการพังทลายของหน้าดิน จะทำให้น้ำมีความขุ่นสูง เกิดสี กลิ่น และรสได้ การพังทลายของหน้าดินทำให้เกิดมลภาวะต่อแม่น้ำลำคลองได้5. การเลี้ยงปศุสัตว์ การเลี้ยงปศุสัตว์ ถ้าสัตว์เลี้ยงกินหญ้าที่คลุมหน้าดินมากเกินไปจะทำให้หน้าดินถูกน้ำกัดเซาะเมื่อฝนตก และเมื่อไหลลงในแหล่งรับน้ำก็จะเกิดปัญหาเช่นเดียวกับข้อ 4 นอกจากนี้มูลสัตว์ก็จะไหลลงไปในลำน้ำทำให้มีสารอินทรีย์ ไนโตรเจน และฟอสฟอรัสสูง เกิดปัญหาเช่นเดียวกับข้อ 1 และ 3 6. ยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืชยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืชส่วนมากเป็นสารเคมีที่บางครั้งก็เป็นสารมีพิษ เมื่อถูกชะล้างลงไปในน้ำ ก็จะเป็นพิษแก่พืชและสัตว์ที่อยู่ในน้ำ หากเรานำน้ำไปใช้ก็จะได้รับอันตรายจากสารพิษนั้นด้วย 7. ไฟป่าถ้าเกิดไฟป่าในบริเวณพื้นที่ที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดน้ำจะทำให้มีขยะ เถ้าถ่าน ตะกอนทราย รวมทั้งสารมลพิษต่าง ๆ ไหลลงไปในแหล่งน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลเสียต่อคุณภาพของน้ำที่นำไปใช้สอย อีกทั้งอาจจะทำให้อ่างเก็บน้ำหรือแม่น้ำตื้นเขินเนื่องจากการสะสมของเถ้าถ่านและตะกอนต่าง ๆ <div class="MsoNormal" align="center" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: center"><hr></div>น้ำที่ชะล้างบริเวณที่เกิดไฟป่า จะมีขยะและสารมลพิษปะปน ทำให้น้ำตื้นเขิน8. การใช้ที่ดินที่ขาดการควบคุม การใช้ที่ดินสองข้างหรือรอบ ๆ แหล่งน้ำที่ขาดการควบคุมหรือการกำหนด จะทำให้เกิดผลเสียต่อคุณภาพของน้ำได้ ดังนั้น จึงควรกำหนดเขตหรือห้ามการขยายชุมชนหรือการตั้งโรงงานตามริมน้ำที่นำน้ำไปใช้ประโยชน์ในการทำประปา เครื่องเติมออกซิเจนให้แก่น้ำ ป้องกันมิให้น้ำเน่าเสียการแก้ไขปัญหา การแก้ปัญหาน้ำเสียมีทั้งมาตรการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ การบำบัด การกำจัดหรือหมุนเวียนของเสียต่าง ๆ จากกระบวนการทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การแสวงหาและใช้ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีมาตรการทางกฎหมาย ข้อบังคับมาตรฐานต่าง ๆ ตลอดจนการจัดตั้งองค์กร และการใช้อำนาจทางการบริหารเข้าเสริมในการป้องกันแก้ไข การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเป็นวิธีการหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขที่ใช้มาตรการทั้งทางกฎหมาย ทางการบริหาร และทางเทคโนโลยีร่วมกันในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและมลพิษต่าง ๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ที่มา : รวบรวมจาก หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเล่ม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p>โปรแกรมการพัฒนาชุมชน นางพจนารถ ศรีมาศ รหัส 5022351336
คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม รายงานผลการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนว่า ปัญหาของสมัชชาคนจนตามข้อเรียกร้องเกี่ยวข้องกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เฉพาะปัญหาฝายราษีไศลและฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานได้ดำเนินการดังนี้
1. ทำการแขวนบานประตูระบายน้ำของฝายราษีไศลทั้ง 7 บาน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และเพื่อการพิสูจน์สิทธิการครอบครองทำประโยชน์ของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการสำหรับจ่ายค่าชดเชย โดยในการประเมินและชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ดำเนินการโดยพิจารณาและคำนึงถึงความเสียหายที่ราษฎรได้รับและยึดถือตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
2. ระงับการถมลำน้ำมูลเดิมของฝายหัวนา ซึ่งเป็นงานก่อสร้างที่ยังไม่ได้ทำสัญญาไว้ เพื่อทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และจะยังไม่กักเก็บน้ำจนกว่าโครงการฝายหัวนาจะผ่านการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งได้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
3. เร่งรัดหน่วยงานหรือสถาบันศึกษาที่ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของทั้ง 2 โครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
รายงาน ข่าวทรัพยกรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ของนายณัฐวุติ ประเสริฐ์สังข์ รหัส 5112401150 โปรแกรมวิชาบริหารทรัยพยากรมนษย์