ความกตัญญู ก็เป็นอีกคำที่คนไทยทั่วไปเข้าใจกันดี... กตัญญู แปลว่า ผู้รู้อุปการคุณอันท่านกระทำแล้ว... คำนี้ คู่กับคำว่า ปุพพการี ซึ่งแปลว่า ผู้กระทำอุปการคุณก่อน ... โดยทั้งสองคำนี้จัดเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก....
ตามคำภีร์อธิบายว่า คนทั่วไปในโลกนี้ ยากนักที่จะช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน... และก็ยากเช่นเดียวกันที่คนในโลกนี้จะรู้สำนึกในสิ่งที่ผู้อื่นช่วยเหลือแล้ว และตั้งใจที่จะให้เค้ารู้ว่าตนได้กระทำตอบแทนแก่เค้าแล้ว... ดังนั้น บุคคลที่ตรงกันข้ามกับนัยนี้จึงเรียกว่า บุคคลที่หาได้ยาก ซึ่งจำแนกเป็น ๒ ฝ่าย คือ
๑. ปุพพการี หมายถึง ผู้กระทำอุปการคุณก่อน มี ๔ จำพวก คือ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ พระบรมศาสดา และพระราชา
๒. กตัญญู กตเวที หมายถึง ผู้รู้อุปการคุณอันท่านกระทำแล้วและประกาศให้ท่านทราบในสิ่งที่เราได้กระทำตอบแทนแล้ว มี ๔ จำพวก คือ บุตรธิดา ศิษย์ สาวก และพสกนิกร
ซึ่งบุคคลทั้งสองฝ่ายนี้ สามารถจับคู่ได้ดังนี้
- พ่อแม่ = บุตรธิดา
- ครูบาอาจารย์ = ศิษย์
- พระบรมศาสดา = สาวก
- พระราชา = พสกนิกร
ตามความเห็นของผู้เขียน ความเข้าใจของคนไทยทั่วไป มักจะเข้าใจแคบกว่านี้ กล่าวคือ เมื่อพูดถึง ปุพพการี คนไทยทั่วไปมักจะเจาะจงเฉพาะพ่อแม่เท่านั้น...ส่วน กตัญญู บ่งชี้ถึงใครก็ได้ที่รู้สำนึกในผู้มีอุปการคุณต่อตน... ประมาณนี้
..........
ส่วนในอรรถกถา ท่านขยายความแต่เพียงว่า ...ตั้งอยู่ในภูมิของสัตบุรุษ ด้วยการรู้อุปการคุณอันท่านกระทำแล้ว... นั่นคือ ความกตัญญู จัดเป็นคุณธรรมสำคัญของคนดี ดังบาลีภาษิตว่า
.... นิมิตตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี ...
สำหรับผู้สูงวัย ผู้เขียนคิดว่า การที่เราจะสังเกตว่าใครมีคุณธรรมหรือเป็นคนดีจริงหรือไม่ ก็ให้สังเกตว่าผู้นั้นเป็นคนกตัญญูหรือไม่... ประมาณนี้