ก็คุยกันว่า ลองดูหน่อย ... เราไม่เคยอยู่ใน KM เราก็อยากรู้ อยากลอง ถามน้องเขาที่จังหวัด น้องเขาตอนแรกก็งงๆ ว่า จะตอบโจทย์ได้หรือเปล่า เพราะมันเป็นอดีต กับอนาคต ไม่เหมือนกัน ก็บอกว่า ลองดู แต่ก็ไม่ได้บอกว่า ทำหรือไม่ทำ พอไปถึงก็ Guilty น้องก็งงๆ ว่า จะตอบโจทย์พี่แต๊วได้หรือเปล่า ก็บอกว่า ลองดูน่า

 

สดๆ ร้อนๆ มารายงานเลยค่ะ เพราะว่าทีมเราเพิ่งกลับมาจากชัยภูมิ ไปติดตามจังหวัดที่ดำเนินการเครือข่ายค่ะ ... มีเรื่องเล่าที่นี่ รวมเรื่อง ใช้ KM กับการพัฒนาเครือข่าย ศพด. ชัยภูมิ และในเวปของหมอจู ที่นี่ เครือข่าย ศูนย์เด็กเล็ก ชัยภูมิ และหมอแต๊ว ที่นี่ เด็กปฐมวัยฟันดี ค่ะ

หมอแต๊ว หรือ ทพญ.บุบผา เป็นหมอฟันที่มี tacit หลายๆ เรื่อง ไปคุยกับหมอแต๊ว ได้ tricks หลากหลายเรื่องราวมากเลย คุยได้ทั้งวัน มาเล่าให้เราฟังกันวันนี้ละค่ะ ว่า

  • ... แผนของเด็กเล็กมีการทำงานวิจัยอยู่แล้ว แต่ได้มีการทำแผนฯ ที่จะเอากระบวนการ KM เสริมเข้าไปในการทำงาน
  • โครงการนี้เป็นการพัฒนาคุณภาพงานในศูนย์เด็กเล็ก ... เพราะตั้งใจว่า เครือข่ายควรจะต้อง ทั้งมีส่วนร่วม และทำเอง ก็เลยมีพื้นฐานที่ดี และมีโครงการรองรับอยู่ 6 จังหวัดที่จะไปติดตาม และเสริมกิจกรรให้กับจังหวัด
  • ตอนที่มีโจทย์การทำ KM หมอศรี ก็มาถามว่า จะ Integrate เข้าไปในงานได้หรือไม่ อย่างไร ก็บอกว่าน่าจะได้ เพราะว่าถ้าเรามีประชุม ก็น่าจะได้ และถ้าเรามีพื้นที่รองรับที่จะไปดูงาน และพอถอดบทเรียนออกมา เราก็จะได้ความรู้ที่ไปทำต่อ
  • ที่แน่ใจคือ มีพื้นที่ไม่ต้องเสียเงิน ก็คือ บูรณาการงานเข้าไปได้เลย
  • โจทย์ของเรา และ KM อาจไม่ตรงกัน เราก็รู้สึกว่า เป็นปัญหาในตอนที่หมอนน มาถามว่า ขอไปติดตามงานที่ชัยภูมิด้วย เราก็บอกว่า โจทย์ของเราไม่ค่อยเหมือนกัน เราพยายามจะปักธงว่า ถ้าเราต้องการความร่วมมือ กับ อปท. หรือเครือข่ายแล้ว เราจะใช้ความรู้อะไรมาทำงานตรงนั้น
  • ก็คุยกันว่า ลองดูหน่อย ... เราไม่เคยอยู่ใน KM เราก็อยากรู้ อยากลอง ถามน้องเขาที่จังหวัด น้องเขาตอนแรกก็งงๆ ว่า จะตอบโจทย์ได้หรือเปล่า เพราะมันเป็นอดีต กับอนาคต ไม่เหมือนกัน ก็บอกว่า ลองดู แต่ก็ไม่ได้บอกว่า ทำหรือไม่ทำ พอไปถึงก็ Guilty น้องก็งงๆ ว่า จะตอบโจทย์พี่แต๊วได้หรือเปล่า ก็บอกว่า ลองดูน่า
  • เพราะว่าตอนที่ไปมีคำตอบน้องเขาอยู่แล้วว่า โจทย์ของเขาซึ่งก็คือ การประชุมครั้งนี้จะทำ Network Mapping เพื่อให้รู้ว่า การทำงานเครือข่ายของศูนย์เด็กเล็ก นี่มีใครบ้าง
  • และพอย้อนมาดู Site Map ของการบริหารองค์กร Map ที่สองของเราคือ Knowledge Mapping แล้วมันก็จะไป Road Mapping และก็จะไป Strategic Map และ Outcome Map ถ้าเราดูเชื่อมโยง 5 map ก็น่าจะไปด้วยกันได้
  • เริ่มจากเครือข่าย Mapping ซึ่งหาโจทย์ได้ไม่ยาก แต่ว่า ใครเป็นใคร เราก็บอกว่า คำถามนั้น ตอบง่ายนิดเดียว คือ ทำแบบสอบถามให้เดี๋ยวนั้นเลย ก็คือ เอาแบบสอบถามถามเครือข่ายได้เลย เพื่อทำ Network Mapping ว่าใครเป็นใคร ทำอะไรอยู่ในศูนย์เด็กฯ ก็จะตอบ Network Mapping ของโจทย์งานวิจัยครั้งที่ 1 ได้ และ Mapping ที่สอง น้องก็จะได้ Knowledge Mapping คือ การทำในเครือข่ายนี้เลย ก็เลยเข้าทาง
  • หมอนนเป็นคนสบายๆ ไม่ค่อยเครียด และเขากระตุกเราอยู่ตลอดเวลาว่า อย่าไปยุ่งกับน้องเขามาก ให้เขามีส่วนร่วมมากที่สุด
  • รวมทั้ง จังหวัดชัยภูมิมีพื้นฐานที่ดี คือ งานของเขามีลักษณะทำเป็นเชิงบูรณาการอยู่แล้ว ทั้งของฝ่ายส่งเสริม และฝ่ายทันตฯ เขาเข้ากันได้ดีมากมาก เราก็ให้เขามาเข้าประชุมพร้อมกัน และก็เอาฝ่ายส่งเสริมด้วย ฝ่ายทันตฯ ด้วยมาประชุม
  • และพยายามคุยกันว่า เราจะทำยังงี้ ยังงี้ เขายอมรับไหม ถ้าไม่ยอมรับ เขาก็ปรับได้ตลอดเวลา
  • เราก็จะบอกว่า ตอนเช้า จะมีการแนะนำ และเปิดประชุม เขาก็ยอมรับ ... แต่เรื่องหน้าที่เราไม่ค่อยจะยอมรับ ... จะพยายามบอกว่า ให้เป็นบทบาทของเขา เพราะเขาต้องเป็นหลักในการประสานพื้นที่ต่อ
  • ตอนแรกเขาก็ผลักกันไปมา แต่พอประชุมจริง เขาก็สนุกที่ได้ทำหลายๆ อย่าง ในวันนั้น
  • พอถึงวันประชุม เราก็มีคนที่หลากหลาย ประมาณ 40 คน มาจากพัฒนาชุมชน อบต. กระทรวงพัฒนาความมั่นคงฯ และมีสาธารณสุขเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สอ. รพ. ทันตฯ เยอะหน่อย และผู้ดูแลเด็กมาคนเดียว ก็แบ่งให้หลากหลาย ได้ 5-6 คนต่อกลุ่ม
  • ก็คุยกันไว้ว่า Fa สำคัญที่สุด ก็เลยเอาฝ่ายส่งเสริม กับฝ่ายทันตฯ เป็นตัวหลัก มี Fa 5 กลุ่ม (เราพยายามเป็น Fa2 คอยเสริม) pants 5-6 คน กลุ่มหนึ่งก็จะมี Fa 2 คน รวมทั้งสิ้นจะประมาณ 7-8 คนต่อกลุ่ม
  • และ Note taker เราให้คนในกลุ่มค้นหาเข้ามา ตัว note taker ก็จะมีปัญหา อย่างกลุ่มของสุนี่ เวลาเขาจดสรุปจากใจตัวเอง ไม่ได้สรุปจากการพูด เราก็บอกว่า ต้องเปลี่ยน เขาก็จะเปลี่ยน (... ผลทางอ้อมนะคะเนี่ยะ เรียนรู้กันไปในตัวเลย)
  • เวลาเล่า ก็สนุก ประเด็นชัด คือ ความภูมิใจในการศูนย์เด็กเล็ก เพราะว่าถ้าจะตีเข้ามาเรื่อง สุขภาพช่องปากก็จะแคบไป
  • ตอนแรกๆ คนจะไม่รู้ว่าจะเล่าอะไร ... ก็ต้องบอกว่า อะไรก็ได้ นิดๆ ก็ได้ หน่อยก็ได้ และต้องคัดหาคนเก่งๆ มาเล่าก่อน เพื่อนำร่อง  ก็จะได้คนมาเล่า พอเล่าสักคนหนึ่ง คนที่สอง ที่สาม ที่สี่ ก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ ให้เขาเล่าคนละ 5 นาที
  • ก็จะให้เขาบอกว่า เขามีความภูมิใจเรื่องอะไร เขาลองนึกสักพัก พอเขาได้เรื่อง ก็บอกว่า เรื่องนั้นมีขั้นตอนเป็นไปมาอย่างไร จึงเห็นผลสุดท้าย ไม่ใช่ว่าทำแล้วเห็นครึ่งๆ กลางๆ ก็จะไม่เห็นผลสำเร็จ เขาเห็นผลได้จากการเปลี่ยนแปลงถึงผลขั้นสุดท้าย ก็คือ ตอบความสำเร็จของเขา
  • พอเขาเล่าเสร็จเราก็บอกว่า ให้กลุ่มช่วยวิเคราะห์ว่า เรื่องที่เขาเล่านี้ อะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จ กลุ่มก็จะวิเคราะห์ ก็มองหน้ากันไปมา สุดท้ายก็มามองหน้าวิทยากร เพราะว่านึกไม่ออก แต่ต่อมาก็ทำกันได้
  • เสร็จแล้ว กลุ่มหนึ่งก็จะได้ประมาณ 5-6 ปัจจัยสำเร็จ ปัจจัยสำเร็จเหล่านั้นก็จะถูกยำโดยพี่แต๊ว และหมอศรีสุดา ตอนเที่ยงครึ่ง (... ไม่ได้กินข้าวเลย เพราะกังวล กินไม่ลง เพราะต้องกลับมายำกลุ่มนี่ละค่ะ)
  • เรารวมปัจจัยสำเร็จได้ประมาณ 32 ปัจจัย ปัจจัยเหล่านี้ พอเห็นซ้ำๆ เราก็จะ dash สี ให้น้องเขาเห็น จะถูกโชว์ขึ้นไปในตอนประชุมหลังจากที่กลุ่มได้ present รายกลุ่มแล้ว
  • ตอนสรุปเราก็จะได้อย่างนี้ เราก็จะนำมา dash ให้เห็นว่ามันซ้ำ และมาทำอีกรอบให้เห็นใน comp ก็จะได้ว่า มันจะเป็นแค่ 5 ปัจจัยหลักที่เป็นความสำเร็จของการทำงานในศูนย์เด็กเล็ก ก็คือ
  • 1. มีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน ด้วยเงื่อนไข ... การมีวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร การให้ความสำคัญในการทำงานของศูนย์เด็กเล็ก การประสานของผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติ มีแนวทางที่ชัดเจนให้ผู้ปฏิบัติได้ชัด มีการประเมินเป็นรูปธรรม มีการประกวด สร้างแรงจูงใจ มีสื่อเพียงพอ
  • 2. การสร้างความมีส่วนร่วม โดยมีเงื่อนไขการทำงานเป็นทีม ให้บริการด้วยทีมสุขภาพ สร้างความมีส่วนร่วมของชุมชน สร้างความตระหนักให้ ผดด. และสร้างความเข้าใจตามหลักวิชาการ ด้วยเหตุด้วยผล
  • 3. เป็นปัจจัยที่ถูกนำมาพูดมากที่สุด คือ การพัฒนาทักษะของบุคคล เขาจะต้องรับผิดชอบในหน้าที่ ใส่ใจจริงจริงจัง เป็นนักประสานงานที่ดี สร้างความเข้าใจกับผู้บริหารระดับท้องถิ่น มีสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก ผดด. ให้ความเชื่อมั่นผู้ดูแลเด็ก มีความเข้าใจในครอบครัว เป็นที่ปรึกษา สร้างความคุ้นเคย
  • 4. ทักษะของ ผดด. (แคะได้น้อย เพราะมาแค่คนเดียว) เขาต้องเป็นคนดี มีความตั้งใจ เป็นนักประสานงานที่ดี
  • 5. เรื่องของแผนฯ ต้องมีข้อมูลจริงในพื้นที่ การวางแผนอย่างเป็นระบบ มีกิจกรรมต่อเนื่อง ชัดเจน คือ การอบรม การตรวจสุขภาพช่องปาก
  • นี่ก็คือ สิ่งที่เราแคะออกมาได้เป็น Knowledge เสร็จแล้วตรงนี้เราก็มาทำเป็นตาราง จัดลำดับเลือก และ weighting ว่าทั้ง 5 ปัจจัย คุณประเมินสิว่า สภาวะของจังหวัดชัยภูมินี้มันอยู่ดี ปานกลาง หรือน้อย ปรากฏว่า ทั้งหมดจะอยู่ที่ดี และปานกลาง ส่วนน้อยเป็นมีสภาพน้อย
  • แต่ว่าพอมาดูจริงๆ แล้ว อยู่ปานกลางระดับตรงนี้เยอะมาก คือ ที่ผู้ดูแลเด็ก และคน ก็จะเป็นว่า พอเราได้มาดูจริงๆ ก็คือ องค์ความรู้ที่ต้องพัฒนาคนคือตัวนี้ พอเขาเลือกว่า เขาน่าจะต้องพัฒนาคน ก็จะส่งไปถึง Strategy Map ของชัยภูมิเลย ก็คือว่า จะพัฒนาคนให้มีศักยภาพหลากหลายเหล่านี้ ถึงจะทำงานเครือข่ายได้
  • เรื่องเล่าตัวอย่างก็มีว่า
  • พัฒนาชุมชนที่เข้ามาประชุม ตอนแรกเขาคิดไม่ออก บอกว่า นิดเดียวก็ได้ ... เขาก็เลยบอกว่า นิดเดียวก็มีอยู่อันหนึ่ง คือ มันจะล้มไม่ล้ม ถามว่า ใครจะล้ม เขาก็บอกว่า ศูนย์เด็กเล็ก ล้มเพราะว่ามีเด็ก 10 คน แต่เดิมมี 30 แล้วก็จะล้ม เพราะเหลือ 10 คน
  • เขาก็บอกว่า ถ้า 10 คนก็จะตั้งไม่ได้ ศูนย์เด็กเล็กต้องล้ม ก็เลยประชุมเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง มีผู้ปกครอง ครู ผดด. กรรมการศูนย์ อบต. และตัวพัฒนาชุมชนเอง มาประชุม ประชุมเสร็จเขาบอกว่า ต้องไปหาปัญหา ว่า ทำไมเด็กถึงไม่มาศูนย์ฯ
  • เขาก็เลยแบ่งว่า ถ้ามีเด็ก 10 คน ที่หายไปนี่ ไปตามที่บ้านได้ไหม คณะกรรมการศูนย์ฯ ก็บอกว่า ก็ได้ แบ่งคนละคนก็แล้วกันนะ เราไปหาที่บ้านว่า ทำไมไม่มาศูนย์ฯ ละ เขาก็เลยบอกว่า ผู้ปกครองบอกมาเหมือนกันเลย ว่า ไม่ไว้ใจ ผดด. เพราะว่าเด็กกลับบ้าน ตัวก็มอมแมม เลอะเทอะ ไม่สบาย ก็บ่อย ทำไมถึงปล่อยขนาดนี้ ที่อื่นเขาไม่เป็นถึงขนาดนี้เลย รู้สึกว่า เขาเอาลูกเขาที่นี่จะต้องแย่แน่เลย
  • กรรมการก็กลับมาว่า เจอปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างนี้แล้วนะ เขาจะทำยังไงกันดี ... ก็บอกว่า ยังงั้นก็ต้องชี้แจงแล้วละ และไปขอความร่วมมือ เขาก็เลยเชิญผู้ปกครอง 10 คน และผู้ปกครองทั้งหมู่บ้านเข้ามา พอที่จะมีเด็กเข้าศูนย์
  • และเขาบอกว่า เขาเจอแล้วละ ว่า ปัญหาของเขามันเกิดจาก ผดด. ที่ไม่เอาใจใส่ตัวเด็ก เพราะฉะนั้น เขาจะพยายามปรับปรุง ผดด. นะ และตัวเขาจะปรับปรุงเรื่องสิ่งแวดล้อมในศูนย์เด็กเล็ก ยังไงก็มาชี้แนะว่า เขาควรจะทำอะไรบ้าง
  • ผู้ปกครองก็บอกว่า มันก็จะต้องมีตู้ยานะ ตรงนี้ เขาก็ฟังผู้ปกครอง และปรับจนกระทั่งผู้ปกครองเห็นว่าดีแล้ว
  • และเขาขอก็แล้วกันนะ ว่า 10 คนแรก ที่ออกไปแล้ว ขอให้กลับมาเป็นตัวอย่างคนอื่นก่อน แล้วเขาก็จะปรับปรุงไปพร้อมๆ กัน และ 10 คนก็ยอมกลับมา เขาก็ปรับปรุง และตอนหลังๆ เขามี จนท.สส. มาช่วย มีอะไรต่างๆ ดีขึ้น เด็กก็กลับเข้ามา จนกระทั่งมีอยู่ที่ 30 คน
  • นี่เป็นความสำเร็จจากความร่วมมือด้วยการค้นหาปัญหา แล้วก็เอาปัญหามาคุยกัน ให้ลูกค้ารับรู้ และบอกว่า จะปรับปรุงจนลูกค้ายอมเข้ามาที่ศูนย์ฯ ... นี่คือ ความสำเร็จของพัฒนาชุมชน ที่เล่าในกลุ่ม
  • นี่ก็เป็นสิ่งที่ได้มาจากเรื่องที่เล่าออกมาเรื่องหนึ่ง
  • ท้ายสุด เราก็ได้ปัจจัยสำเร็จจากประสบการณ์ของกลุ่มมา 5 ด้าน และด้านของคนก็สำคัญที่สุด เพราะต้องการทักษะของคนในการสร้างความร่วมมือ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี ก็คือ เราก็ได้สิ่งที่ไปเผยแพร่ให้น้องว่า ทักษะต่างๆ เราต้องการอะไรบ้างในการสร้างความร่วมมือ

และในโครงการของศูนย์เด็กเล็ก ก็จะมีอีกครั้งหนึ่ง ตอนที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างทันตบุคลากรบุคลากรละค่ะ ... นี่ก็คือ เรื่องเล่าการใช้ KM ในงานของกลุ่มเด็กเล็กละค่ะ