เทคนิคการกินช้างก็คือ การกัดทีละคำ
วันนี้อยากเขียนเรื่องแรงบันดาลใจ  เพราะช่วงนี้ สคส. กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง  ก็คิดถึงพวกเราใน สคส. เอง คิดถึง แรงบันดาลใจของตัวเอง คิดถึงแรงบันดาลใจ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ก็นึกภาพไปเรื่อยๆ....

... ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับคนซักคน จะเห็นขั้นตอน  กระบวนการอะไรบ้าง  ....

....ถ้าคนนั้น....ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงเอง  มันดูช่างมีพลังซะจริงๆ  กระบวนการจะเกิดขึ้นเองอย่างรวดเร็ว  สร้างสรรค์  จิตใจเบิกบาน และ มีความสุข....

....ในทางกลับกัน หากคนนั้น...ถูกกำหนด กฎระเบียบ มาบังคับให้เปลี่ยน  มันดูช่างยากเย็น ฝืนทนเสียจริงๆ  …..ยิ่งถ้ากำลังอยู่ใน ช่วงที่เขากำลังสบายเนื้อสบายตัว คุ้นชิน…  ช่างสุข เสียจริงๆ ....การเปลี่ยนแปลงสำหรับเขาคนนี้ ....จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยแรงทั้งผลัก...ทั้งดัน ลาก ฉุด..... มันช่างทรมาน  ทั้งสองฝ่าย.... 

...อะไรล่ะ  ที่จะสามารถกระตุ้น ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แบบที่ไม่ต้องบังคับ ??...

เลยนึกถึงบทความ การสร้างแรงบันดาลใจเพื่อไปสู่ความสำเร็จ โดย วัฒนา สุนทรธัย   (ที่เรียบเรียงจาก เอกสารหรือสิ่งอ้างอิง หนังสือ GOALS โดย Brian Tracy, หนังสือ BORN TO SUCCEED โดย Colin Turner, อีเมล FORWARD มาจาก Prapas Rukpanya )

นำมาเล่าเฉพาะบางตอน...ที่เน้นการสร้างแรงบันดาลใจ  เน้นการนำไปปฏิบัติ  ถ้าไม่ลงมือก็ไม่อาจทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้ ต้องลงมือปฏิบัติอย่างยืนหยัด ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอเท่านั้น จึงจะสามารถสร้างนิสัยแห่งความสำเร็จ และช่วยให้ผู้ปฏิบัติประสบความสำเร็จ 

ตอน  “เราจะเป็นอย่างที่เราคิด
ความสำเร็จเป็นผลของ เจตคติ เจตคติคือ นิสัยการคิด นิสัยไม่ใช่สัญชาตญาณ หากแต่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากการทำซ้ำ ดังนั้น การคิดดี พูดดี ทำดี ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะกลายเป็นนิสัยที่ดีซึ่งเป็นนิสัยแห่งความสำเร็จ นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ล้วนคิดตรงกันในประเด็นที่ว่า เราจะเป็นอย่างที่เราคิด คนที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่โปรแกรมเรื่องราวของความสำเร็จไว้ในสมอง

ตอน  “อานิสงส์ของการมีเป้าหมายที่ชัดเจน
ระหว่างปี ค.ศ. 1979 ถึง 1989 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาดได้ทำการศึกษาพบว่า การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนส่งผลให้นักศึกษาประสบความสำเร็จด้านรายได้

โดยในปี ค.ศ. 1979 นักวิจัยได้ถามนักศึกษาที่สำเร็จ MBA กลุ่มหนึ่งว่า "คุณตั้งเป้าหมายอนาคตของคุณที่ชัดเจนโดยเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและวางแผนที่จะทำมันให้สำเร็จหรือเปล่า" ผลปรากฏดังนี้
          

          3% ตอบว่า ได้เขียนเป้าหมายเป็นลายลักษณ์ อักษร และมีการ   วางแผนไว้
          13% ตอบว่า มีเป้าหมาย แต่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
          84% ตอบว่า ไม่มีเป้าหมาย

จากนั้นสิบปีต่อมาคือ ในปี ค.ศ.1989 นักวิจัยได้สัมภาษณ์นักศึกษากลุ่มนั้นอีกครั้ง ผลปรากฏดังนี้         

กลุ่ม 13% ที่ตอบว่ามีเป้าหมายแต่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรนั้นกำลังหาเงินได้โดยเฉลี่ยเป็น 2 เท่าของ

กลุ่ม 84% ที่ตอบว่าไม่มีเป้าหมาย

แต่ที่น่าประหลาดใจมากที่สุดคือ กลุ่ม 3% ที่ตอบว่าได้เขียนเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษรและมีการวางแผนไว้นั้น สามารถหาเงินได้โดยเฉลี่ยเป็น 10 เท่าของนักศึกษาทั้งสองกลุ่มที่เหลือ ...นี่คือ อานิสงส์ของการมีเป้าหมายที่ชัดเจน

ตอน  “การกินช้างหรือการเดินทางหนึ่งพันลี้
พูดถึงการกินช้างหรือการเดินทางหนึ่งพันลี้ สำหรับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จอาจร้องยี้เพราะนึกถึงการกลืนช้างหรือความไกลของระยะทาง แต่สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จแล้วจะมองเป็นเรื่องปกติ เพราะมีความอดทนสูง  เทคนิคการกินช้างก็คือ การกัดทีละคำ  ส่วนเทคนิคการเดินทางหนึ่งพันลี้ก็คือ การเริ่มต้นด้วยก้าวแรก (ขงจื๊อ)  ตอน  “การพัฒนาชีวิต 
Keep Open Mind to Learn ฟ้ามิได้แบ่ง ยอดคน กับ คนธรรมดา ออกจากกัน ยอดคนจะปรากฏขึ้นเสมอ แต่นั้นมิใช่เพราะ ฟ้ากำหนด การที่ยอดคนปรากฏขึ้นมาได้เพราะเขาผ่านการ ฝึกฝน และ เรียนรู้ ที่จะเป็นยอดคน
  
อัจฉริยะไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่กำเนิด แต่ต้องได้รับการฝึกฝน เฉกเช่นม้าดีต้องมีคนขี่มาฝึกฝน และนักกีฬาที่ดีต้องมีโค้ชที่ดีมาฝึกฝน

ตอนจบ คนที่ประสบความสำเร็จเป็นระดับผู้บริหารหรือผู้นำขององค์กรต่างๆ ในโลกนี้ กว่า 85% ล้วนแล้วแต่มิใช่คนเก่ง แต่เป็น คนดี ทั้งสิ้น

คนเก่งมักจะมี อัตตา จะไม่ยอมปรับตัวเข้าหาโลก ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ไม่ยอมรับการพัฒนาความรู้และสิ่งใหม่ๆ ปกครองคนไม่ได้ เรา..อาจใช้เวลาไม่กี่ปีก็สอนให้คนเก่งได้ แต่ ความดี ต้องใช้เวลาสอนกัน ชั่วชีวิต

 แอนน์/ สคส.