(Jerrold Kemp Design Model)
ได้พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนขึ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
ประกอบด้วยหลายขั้นตอนซึ่งพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ
เกี่ยวกับการเรียนการสอนอย่างครบถ้วน
สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาบทเรียนได้เป็นอย่างดี
จะดูเหมือนว่าค่อนข้างยุ่งยากกว่ารูปแบบอื่น
ได้กำหนดองค์ประกอบแต่ละด้านไว้อย่างละเอียดและครอบคลุมหลักการเรียนการสอน
จึงได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายว่าเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ดีอีกรูปแบบหนึ่ง
ประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ดังนี้

1.
ระดับในสุด ได้แก่ องค์ประกอบด้านความต้องการของผู้เรียน
เป้าหมาย การเรียงลำดับ และข้อจำกัดต่าง ๆ (Learner Needs, Goal,
Priorities, Constraints)
เป็นส่วนที่พิจารณาเกี่ยวกับความต้องการ เป้าหมาย
และข้อจำกัดหรือเงื่อนไขต่าง ๆ
ของผู้เรียนและการใช้บทเรียน
2.
ระดับถัดออกมา เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับเป้าหมาย สิ่งสนับสนุน
กลยุทธ์ด้านการเรียนการสอน และอื่น ๆ ประกอบด้วยองค์ประกอบ 9
ด้าน ได้แก่
2.1
คุณสมบัติของผู้เรียน (Learner Characteristic)
2.2
เป้าหมายของงานที่ได้รับ (Job Outcomes Purpose)
2.3
การวิเคราะห์งานหรือภารกิจรายวิชา (Subject Task Analysis)
2.4
วัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives)
2.5
กิจกรรมการสอน (Teaching Activities)
2.6
แหล่งข้อมูลการเรียนการสอน (Instructional Resources)
2.7
สิ่งสนับสนุนบริการ (Support Services)
2.8
การประเมินผลการเรียน (Learning Evaluation)
2.9
การทดสอบก่อนบทเรียน (Pretesting)
3.
ระดับนอกสุด ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ การปรับปรุงแก้ไขบทเรียน
(Revision) การประเมินผลระหว่างดำเนินการ (Formative
Evaluation) และการประเมินผลสรุป (Summ-ative Evaluation)