เคยเขียนเกริ่นถึงบทกวีบนรถเมล์ที่นี่ไปแล้วครั้งหนึ่ง อ่านได้ที่นี่ค่ะ (คลิก)
วันนี้มีตัวอย่างมาให้ดู ให้อ่านกัน เป็นบทที่ชอบที่สุดแล้วหลังจากที่ได้อ่านมาหลายปี
ชื่อบทว่า Returning เขียนโดยคุณ Terence Young
[จากรถเมล์สาย 41 นั่งจากมหาวิทยาลัยกลับบ้านมาเมื่อครู่นี้เองค่ะ]
------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าเพียงแค่มันหวนคืนกลับมา:
ไม่ว่าไปที่ไหน ใครๆก็ถามหาอดีต พวกเขาต้องการชื่อเดิมของประเทศกลับคืนมา พวกเขาต้องการเรือที่จมอยู่ใต้ทะเลกลับคืนมา อยากให้คลื่นซัดออกจากฝั่ง ให้ผู้คนที่ถูกกลืนหวนคืนกลับมา พวกเขาต้องการให้หมู่ดาวบนฟ้าหยุดพูดคุย หรือถ้าเราออกกฎหมายออกมาบังคับได้ บางที...บางที ลูกหลานของเราอาจไม่ทำร้ายกันเอง บางที...บางที ฝูงปลาอาจหาทางกลับบ้านได้ บางที...บางที เราอาจได้นอนอาบแดดอย่างสบายใจเฉิบอีกครั้ง ------------------------------------------------------------------------------------แปลเองนะคะใครอ่านแล้วแปลได้แบบอื่นที่เพราะกว่านี้ มัทขอความช่วยเหลือด้วยค่ะ มัทว่าคนแต่งเค้าลึกซึ้งมาก
แน่นอนใึครๆก็บ่น ว่าแต่ก่อน...มันดีว่านี้ หรือ ถ้าเพียงแต่ตอนนั้น เราไม่ทำอย่างนั้น ตอนนี้คงไม่เป็นอย่างนี้
แต่ทำไงได้คะ มันผ่านมาแล้ว เราหวนคิดถึงความหลังได้
แต่ถ้าทุกอย่างมันต้องผ่านไป เปลี่ยนไปเราควรต้องทำอย่างไร
คุณ Terence เขียนถึงการเปลี่ยนชื่อประเทศ แหม ตรงกับสยามประเทศบ้านเราซะจริง เค้าเขียนถึง Tsunami ด้วย ว่าถ้าทะเลคืนพวกเขามาได้ก็คงดี แต่...มันคือปรากฎการณ์ธรรมชาติ จะไปบังคับได้อย่างไร ดวงดาวต่างๆก็ทำงานของมันไป น้ำขึ้นนำ้ลงก็ยังคงต้องเกิดขึ้น
ทีนี้ทำไงดี ออกกฎหมายเหรอ ในบทกวีนี้ก็แสดงไว้ให้คิดว่า มัน"อาจจะ" อาจจะเป็นคำตอบ แต่มันคงไม่ใช่ทางออกทางเดียว ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ทำไมคนเราทำสงครามสู้รบกันเอง ทำไมคนเราทำลายสิ่งแวดล้อม (เรื่องปลาหาทางกลับบ้านนี่ มาจาก สถานการณ์ปลาแซลมอนช่วงปีสองปีนี้ค่ะ มันหาทางว่ายกลับจากทะเล เข้ามาในแม่น้ำที่มันเกิดไม่เจอ ทุกปีมันต้องกลับมาผสมพันธฺุ์และวางไข่ในลำธารที่มันเกิด แต่ตอนนี้จำนวนปลาที่กลับมาน้อยลงมาก เป็นเพราะทะเล/แม่น้ำมีสารอะไรซักอย่างทำให้การรับรู้มันเสียไป)
ส่วนประโยคสุดท้าย ไม่แน่ใจว่าคุณ Terence จะสื่ออะไร ถ้าคิดไปไกลก็คงเป็นเรื่องค่า UV ที่สูงมา เพราะ Global warming นอนอาบแดดมากไปผิวฝรั่งรับไม่ได้จะเป็นมะเร็งผิวหนังเอาง่ายๆ หรือถ้าแปลอีกอย่าง การนอนอาบแดดของฝรั่งนี่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะโลกเป็นแบบนี้ เค้าถึงมีกังวล ไม่มีสุข
คุณ Terence มีกังวลจนเขียนกวีตั้งคำถาม แต่ดูแล้วเขาเข้าใจเรื่อง อนิจจังพอสมควร
เราควรแก้ปัญหากันต่อไป แต่ต้องทำอย่างสร้างสรรค์ มองอดีตเป็นบทเรียนที่ทั้งดีและไม่ดี แต่อย่ามัวแต่ครำครวญจะให้อดีตมันย้อนกลับมา
------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ: ใช้มือถือถ่ายภาพตอนรถวิ่งอยู่ค่ะ มันเลยเบี้ยวซะ : P


ผมว่าศิลปิน เขียนกวีบทนี้เหมือนคล้าย ๆ กับประชดผู้คนนะครับ
ที่ไหน ใครก็พูดถึงอดีตอยากได้อย่างนั้นอย่างนี้กลับมา แล้วมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ยังพูดกันอยู่อย่างนั้น
ทางออกที่พูดกันอีกก็คิดจะควบคุม คิดจะแก้ไขอะไร ๆ ก็ด้วยกฎหมาย
ไม่แน่นะเด็ก ๆ อาจไม่ทำร้ายกัน
ไม่แน่ ปลาอาจจะหาทางกลับบ้านมันได้
ไม่แน่ พวกเราอาจจะกลับไปนอนอาบแดดได้อย่างสบายอารมณ์
ผมก็แปลข้อความจากที่อาจารย์แปลน่ะครับ ภาษาผมไม่ดีขนาดนั้นแต่ แปลกใจเหมือนกันว่า leave each other alone แปลว่าทำร้ายกันหรือครับ เป็นสำนวนหรือครับ
แต่โดยรวมศิลปินอยากให้ผู้คนคิดให้มากกว่าเพียงการคร่ำครวญถึงปัญหาและอดีต และให้คิดมากกว่าตื้น ๆ แบบแค่ออกกฎหมาย
เหมือนกับว่าบางทีหากเราใส่ใจกันมากกว่านี้อีกเรื่องในอดีตหลายอย่างมันหวนกลับมาไม่ได้หรอก แต่การแก้ไขในวันนี้ก็อาจเป็นผลให้บางอย่างมันหวนมาได้เหมือนกันนะครับ
แต่ก็เหมือนศิลปินรู้สึกสิ้นหวังเหมือนกัน เพราะผู้คนก็คิดกันได้เพียงแค่นี้เอง
ลองนึกภาพเด๋็กสองคนพี่น้องมะรุมมะตุ้มดึงเสื้อ ดึงแขนดึงขากันอยู่ ผู้ใหญ่ก็จะตะโกนไปว่า หยุดๆ ปล่อยน้องได้แล้ว เป็นต้นค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์มัทนา...
อ่านแล้ว เรื่องนี้ของ อ.มัท แล้ว นึกถึงวันที่นั่งฟัง อ.มงคล ณ สงขลา รมต.สาธาณสุข พูดไว้ ใน 8th HA National Forum ที่เมืองทองธานี
อาจารย์ บอกว่า ช่วงที่ผ่านมา วงการแพทย์ เกิดวิกฤติ ทั้งทางจริยธรรม และ เกิดการฟ้องร้องกันอย่างมาก ขาดกัลยาณมิตร ระหว่าง หมอกับคนไข้ อาจารย์ ได้คุยกันในกลุ่มเพื่อน ๆ หมอ ( คงกลุ่มรุ่นอาจารย์ ที่เคยผ่านยุค เอื้ออาทร ) นึกถึงวันเก่า ๆ วันที่ อาจารย์เรียกว่า เป็นวัน ยาขอหมอวาน คนไข้เดือดร้อนก็มาขอยากับหมอ หมอเดือนร้อน ก็สามารถวานคนไข้ และญาติให้ช่วยเหลือกันได้ อยู่อย่างกัลยาณมิตร วันนี้ไม่มีเรื่องอย่างนั้นอีกแล้ว
theme ของ 8th HA national forum จึงได้ชื่อว่า
คืนหัวใจให้ระบบสุขภาพ เราอยากได้ หัวใจของระบบสุขภาพ ที่เคย เอื้ออาทรกัน กลับคืนกลับมา
พี่ไปนั่งรถรางที่ Melbourn มาเขาแปะไว้บนรถรางเหมือนกันนะ
แต่เป็นประเภทปริศนาอักษร ปริศนาภาพ หรือว่า คำถามที่ต้องให้คิด
พี่ว่าสนุกดี ให้คนนั่งว่างๆ บนรถมีอะไรทำอย่างน้อยก็บริหารสมอง
ดีกว่าดูโฆษณาอย่างเดียว
อ. หมอ วัลลภ, คุณKati, หมอจิ้น, พี่สุธี:
ขอบคุณค่ะที่แวะมาลงความเห็น กวีบทนี้ทำให้พวกเราได้คิดดีนะคะ ไม่ต้องเขียนตรงๆ แต่ก็แปลได้แบบเห็นภาพดีด้วย
ถ้ามีงานแบบนี้ให้อ่านตามป้ายรถเมล์ หรือ บนรถไฟ รถไฟฟ้าบ้านเราก็ดีนะคะ