ล้อมคอกรพ.จ่ายยา ขรก.แพงเกินเหตุ

กรมบัญชีกลางหาทางตีกรอบหมอจ่ายยานอกบัญชีราคาแพงให้ข้าราชการเกินจำเป็น ทำให้เป็นภาระกับเงินงบประมาณประเทศ นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการกำหนด ขั้นตอนของการเบิกค่ายานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อกำหนดเป็นบัญชียาหลักแห่งชาติฉบับใหม่ เนื่องจากต้องการป้องกันการใช้ ดุลยพินิจของคณะกรรมการแพทย์แต่ละโรงพยาบาลที่อาจมี     ความแตกต่างกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการประมวลผล ซึ่งคาดว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการประกาศใช้ภายในสิ้นปี 2550 นายปิยพันธุ์ เปิดเผยว่า การที่ต้องมีบัญชียาหลักใหม่ เพราะที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายค่ายาต่างประเทศเกินความจำเป็น โดยการใช้ยาในแต่ละปีมีมูลค่าสูงหลายหมื่นล้านบาท โดยในปี 2549 งบประมาณด้านการรักษาพยาบาลสูงถึง 3.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ประมาณ 25.95%   ขณะที่อัตราการเพิ่มของงบประมาณในปีก่อนหน้านี้ ค่ารักษาพยาบาลปี 2543–2548 จะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 11.52% ซึ่งถือเป็นการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศในการ นำเข้ายาสำเร็จรูปและวัตถุดิบจำนวนมาก    ทั้งนี้ กรมได้ตรวจสอบพบว่า มีผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวเป็นกลุ่มที่ได้รับยาที่ไม่จำเป็น และยาบางชนิดยังไม่ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิผลการรักษา สรรพคุณ ไม่ชัดเจน รวมถึงไม่มีข้อบ่งชี้ ค่าใช้จ่ายสูง หรือการได้รับความเสี่ยงจากการใช้ยา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายจากการใช้ยา เกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยาที่ไม่ใช่จากโรคที่เป็น และยังนำไปสู่ภาวะ  เชื้อดื้อยาซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางจะใช้บัญชียาหลักฉบับปัจจุบันอ้างอิงในการเบิกจ่ายเท่านั้น โดยที่บัญชียาหลักดังกล่าวต้องมีความครอบคลุมการรักษาทุกโรคและมีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง คำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่กระทบสิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว จนกว่าจะมีการประกาศใช้บัญชียาหลักแห่งชาติฉบับใหม่  ก่อนการประกาศใช้กรมจะแจ้งให้ผู้มีสิทธิทราบล่วงหน้า รวมทั้งแจ้งโรงพยาบาลเพื่อเตรียมความพร้อมก่อน ซึ่งบัญชียาหลักแห่งชาติฉบับใหม่จะป้องกันการใช้ดุลย พินิจของของคณะกรรมการแพทย์แต่ละโรงพยาบาลในการรับรองรายงานประกอบการเบิกค่ายยา ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันนายปิยพันธุ์ เปิดเผย ดังนั้น กรมจึงได้จัดสัมมนาสร้างความเข้าใจในการใช้ยาตามบัญชียาหลักแห่งชาติ แก่ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทางสำนักงานคลังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไปแล้ว นายปิยพันธุ์ เปิดเผยว่า กรมมีหน้าที่กำกับดูแลระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และการกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายยาในระบบสวัสดิการ จึงได้พัฒนาระบบตรวจสอบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลมาเป็นระยะโพสต์ทูเดย์  7  มิ.ย.  50