สังคมเครือญาติ

มีงานแต่ละครั้งจะเป็นการรวมพลคนญาติเยอะ และก็ไม่ใช่รวมกันธรรมดา มีกระบวนการเชื่อมโยงสายใยให้ฟั่นเกลียวเหนียวแน่นกลับคืนมา เป็นการทบทวนข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริง นับเป็นระบบสารสนเทศแบบไทยๆที่น่าสนใจยิ่ง

 Dsc09066+%28small%29

ข้อดีของการเป็นคนบ้านนอกของผม อยู่ที่มีเครือญาติที่น่ารักมากมาย ในการจัดงานคราวนี้ผมแทบไม่ได้มีหน้าที่อะไรเขาเลย กลับเป็นภาระให้คนอื่นมาตามให้ไปนั่งตรงโน้นไหว้ตรงนี้ ทำพิธีอะไรยังไงบ้าง สรุปแล้วเขาให้ทำตัวเป็นเจ้าภาพอย่างเดียว การจัดการทุกอย่างญาติๆลูกหลานสายไหนต่อสายไหนยกมือรับไหว้กันจ้าละหวั่น  

ญาติของผมมาจากชุมชนในตำบลต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นคนยากคนจนแต่รวยน้ำใจเหลือเกิน ไม่มีชั้นมีเชิงอะไร มาด้วยหัวใจใสซื่อ แบ่งหน้าที่กันคนละไม้ละมือ ทำหน้าที่สนองคุณญาติอาวุโสที่เขาเคารพนับถือ ถึงเขาไม่มีเงินทองมาบริจาคช่วยงานมากมายเหมือนคนกรุง แต่คุณค่าทางใจนั้นประเมินราคาไม่ได้  ผมนั่งปลื้มใจที่มีเครือญาติบ้านนอกคอกนาแต่งตัวปอนๆอย่างที่สุด หาโอกาสนั่งคุยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบใครอยู่ที่ไหนทำการงานอะไร  หลายคนไม่เห็นหน้าค่าตาหลายปี ลูกหลานบางคนก็จำไม่ได้ถ้าพ่อแม่ไม่มาแนะนำ   

มีงานแต่ละครั้งจะเป็นการรวมพลคนญาติเยอะ และก็ไม่ใช่รวมกันธรรมดา มีกระบวนการเชื่อมโยงสายใยให้ฟั่นเกลียวเหนียวแน่นกลับคืนมา เป็นการทบทวนข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริง นับเป็นระบบสารสนเทศแบบไทยๆที่น่าสนใจยิ่ง ความเป็นญาติที่เหลืออยู่นี่เอง ที่เกาะเกี่ยวสังคมชนบทไทยให้เห็นภาพการพึ่งพากันเอง ข่าวคราวที่ถามถึงซึ่งกันและกัน เป็นกระบวนการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่ง  ตรงนี้ยังเป็นเอกลักษณ์ของคนชนบทที่สังคมภายนอกยังล้วงลูกไม่สำเร็จ   

นพิธีประชุมเพลิงผมและญาติไม่ได้ส่งข่าวไปถึงใครโดยตรง คนที่เคยนับถือที่อยู่ก็มากัน ปราชญ์ชาวบ้านมีพ่อเชียง ไทยดี พ่อคำเดื่อง ภาษี มาร่วมงานเพราะอยู่ใกล้ได้ข่าว ชาวเครือข่ายมีคุณหมออภิสิทธิ์  คุณหมอทานทิพย์ ธำรงวรางกูร แห่งโรงพยาบาลอุบลรัตน์ นำคณะหมุนเวียนมากันคนละวัน อาจารย์หนิง มากับคุณแม่ ดร .แสวง รวยสูงเนิน ควงหวานใจมาร่วมงาน เพื่อนรักคุณสมพิศ ไม้เรียง ขับรถมากับคุณยาย จะเห็นว่างานลักษณะนี้คณะเพื่อนๆญาติๆมีหลายกลุ่มหลายสาย ไม่สามารถจะต้อนรับแทนกันได้ สายใครก็คนนั้นต้อนรับขับสู้กันเอง เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจเหมือนนกกระจอกเจอกัน   นี่ขนาดเราไม่ได้ส่งข่าวถึงใครๆโดยตรง จบงานนี้คงถูกต่อว่าตริม!

ถ้าเรามองเห็นค่าในตัวคน คุณค่าของความเป็นญาติก็จะค่อยๆโผล่ออกมา คนเมืองกรุงเสียอีกหาญาติอย่างคนต่างจังหวัดไม่ค่อยได้ เพราะสังคมกรุงเทพมีข้อจำกัดมากมาย ต่างคนต่างทำงานลุกลี้ลุกลน สนใจแต่เรื่องตัวเองมากกว่าเรื่องของส่วนรวม กว่าจะไปมาหาสู่กันได้ หรือวิธีการพบปะกันก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เรื่องนี้ไม่ว่ากัน เพราะเห็นใจในสภาพแวดล้อมที่รัดรึง จึงพบกันแบบทางการเสียมากกว่า การที่จะพบกันแบบทางใจ คงจะยากและมีน้อย เว้นที่แต่เขาจะเป็นเครือญาติแบบชาวบล็อก อาจจะมีวาสนาพอที่จะสัมผัสน้ำใจของญาติมิตรได้บ้าง   ขออนุโมทนาสำหรับความอาลัยร่วมของทุกเครือญาติและสมาชิกชาวเราทุกท่าน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ในมหาชีวาลัยอีสาน



ความเห็น (12)

เขียนเมื่อ 

ท่านครับ

ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ 
ขออนุญาตินำข้อความดีๆบางตอนไปนะครับ
ขอบคุณมากๆครับ
เขียนเมื่อ 
  • ตามมาครับพ่อ
  • ไม่ได้ไปครับ
  • แต่ส่งใจไปแล้ว อยากไปเหมือนกัน แต่งานยุ่งมาก ขอโทษด้วยนะครับ
  • ขอบคุณครับผม

เรียน ครูบาฯ ที่เคารพ

ไม่มีอะไรจะพูดครับ  นอกจาก คิดถึงบ้าน (บ้านอยู่จังหวัดชัยภูมิ) อยากกลับบ้านเต็มทน เสร็จงานวิจัยเมื่อไหร่ กลับแน่ครับ

ขอบคุณครับ

P

 

ถ้าจะมา เสาร์-อาทิตย์ ก็มาได้

ช้าไปหนึ่งนาทีเสียโอกาสไปหลายล้านส่วน

 

ชัยภูมิมีเห็ดดอกเท่ากระด้ง จริงหรือเปล่า!!

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้ว ตรงอย่างที่หลายๆคนรู้สึก

คนต่างจังหวัดมีน้ำใจกว่าคนกรุงค่ะ

นานมาแล้ว คุณลุงเสีย ญาติในกรุงเทพบางคน

จะไม่มาเผา อ้างว่า ต้องคอยดูลูกวันอาทิตย์ ลูกกำลังวัยรุ่น

ก็เลยโทรไปต่อว่าๆ คุณลุงตายหนเดียวนะ ไม่มาแสดงความกตัญญูเลยหรือ  ใช้เวลาไม่นาน

ลูกเขายังไม่ทันจะได้ได้เกเรไปมากกว่านี้หรอก

เขาก้เลยมาค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับท่านครูบา

ผมน่ะเงื้อง่าจะเขียนเรื่อง "มองความสัมพันธ์ทางสังคมผ่านงานศพ" แล้วเชียว เพราะมันเห็นการแสดงออกแก่กัน

เพื่อนรู้จักเพื่อนก็ยามที่เพื่อนตกทุกข์ได้ยาก ฉันใดก็ฉันนั้น งานศพเป็นที่สุดของชีวิตหนึ่ง คนโบราณถือนักถือหนา  อย่างไรก็ต้องไปงานศพ ไม่มีเงินทำบุญก็ไปแสดงตัวตนแสดงความรู้สึกตรงไปตรงมาต่อกัน

ปัจจุบันไปเหมือนกันแต่ความสัมพันธ์หลากหลายมากขึ้น เพราะเป็นลูกพี่  เพราะมีงามสำคัญเกี่ยวเนื่องกันอยู่  เพราะกำลังลุ้นเงื่อนไขบางอย่าง นี่เป็นมุมมองหนึ่ง ที่เห็นอกเห็นใจกันจริงๆก็แสดงออกมาอย่างจะจะ  เพราะก่อนหน้าที่เราคบกันมาแบบตรงไปตรงมา เราเห็นเขา เขาเห็นเรา จึงรู้ซึ่งกันและกัน ยามทุกข์โศรก เช่นนี้ก็ว่ากันเต็มที่ไปเลย เท่าไหร่เท่ากัน มุมนี้ก็มี บางมุมก็เพราะเงื่อนไขเดิมดั้งที่ทำกันไว้ เราไปงานของเขา  เขาก็มางานของเราบ้าง แรงที่มาทำ ก็เท่ากับแรงที่เราเคยทำกับเขา หรืออาจจะมากกว่าบ้างเป็นแบบทบมากขึ้น (แรง คือ เงินที่มาทำบุญ)  แบไม่คาดคิดก็มีมาก เหมือนกัน  ก็ไม่ใช่สนิทสนมกลมเกียวกัน ก็รู้จักกันธรรมดาๆ ไม่ได้พิเศษพิศดารหาญกล้าอย่างใด แต่เธอมาได้เกือบทุกวัน ซึ้งน้ำใจกันจริงๆ

ครับครูบาครับ งานศพของผมก็เสร็จสิ้นไปแล้วมาลุยงานด่วนที่คั่งค้างต่อ  ของท่านก็เสร็จสิ้นไปแล้ว งานศพก็เป็นมรณะสติดีเหมือนกัน...สักวันเราต่างก็เดินไปหาสิ่งนั้นด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น..

พ่อครูขา

หนิงคิดถึงพ่อครูบาอีกแล้วค่ะ  อิอิ

พ่อครูขา

 

หนูก็คิดถึงไม่แพ้น้องหนิงนะ.....เพราะเราเป็นเครือญาติกันค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • คุณพ่อขา..
  • ขอกราบที่ตักงามๆค่ะ
  • วันนี้หว้าเพิ่งจะกลับจากไปอบรมที่นอกเมืองมาค่ะ ไปซะหลายวัน
  • สำหรับหว้าแล้วเป็นคนญาติเยอะมากค่ะ
  • เวลางานศพญาติคนไหน ทางบ้านจะต้องไปช่วยกันทุกครั้ง
  • เป็นมิตรภาพที่ก่อเกิดในสังคมต่างจังหวัด
  • หายไปนาน รีบมารายงานตัวค่ะ   กลัวคุณพ่อไม่รัก 
  •  มาบอกว่า หว้าเหงาๆมากเลยค่ะ  เพราะราณีลาออกแล้ว ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจ  เศร้าๆๆค่ะ
  •               

อ้าว !!

อาจารย์ราณี  ลาออก

P

  อ.ลูกหว้าค่ะ

       อ.ราณี ลาออกไปอยู่ที่ไหนค่ะ ว้าแย่จัง อ.ลูกหว้า คงเหงา และงานยุ่งเพิ่มขึ้นแน่ ๆ เลยค่ะ