จากบล๊อกนานาสาระกับอุดมศึกษาไทย ของอาจารย์กมลวัลย์

และอีกส่วนหนึ่งจาก ความคิดเห็น #266143 ใน …ฤาจะรอจนสิ้นชาติ ?....จึ่งฟื้นฟู ของคุณเบิร์ด

เรามีปัญหาจากการใส่ความรู้มากพอแล้วค่ะ..( เบิร์ดเคยแอบคิดว่าโรงเรียนส่วนใหญ่น่าจะเป็น " โรงสอน " มากกว่าโรงเรียน ^ ^ )..มากจนเชาวน์ปัญญาดั้งเดิมที่สรรพสิ่งมี ( ไม่ใช่แค่เด็กนะคะ ต้นไม้ สัตว์ ก็มี )..ถูกกลืนหายไปกับองค์ความรู้ทั้งทางวิชาการ และเทคนิคต่างๆ จนต้องมาขุดหากันอีกรอบเพื่อที่จะพบว่า แท้จริงแล้วเชาวน์ปัญญาที่ว่านั้นล้วนอยู่ในตัวเราเองทั้งสิ้น..

แถมด้วยบันทึก ช่วยด้วย! จะใช้ ICT เพื่อกู้วิกฤต โรงเรียนในสามจังหวัดชายแดน ภาคใต้อย่างไร? ของคุณสุนิตย์ เชรษฐา ใน learners.in.th -- คือว่าเด็กอยากเรียน แต่โรงเรียนโดนเผาไปครับ

มีประเด็นร่วมอยู่อย่างหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน แต่ไม่ได้แยกเขียนให้ชัดออกมาครับ คือเรื่องความต้องการ(อย่างเหมาะสม)ของเด็ก เรื่องนี้มีสะท้อนให้เห็นมานานแล้ว ดังเลือกข้อความมาจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เมื่อห้าปีที่แล้ว (น่าจะเป็นช่วงวันเด็ก ซึ่ง "เด็ก" ได้แสดงความรู้สึกต่อการศึกษา)

จี้คนศธ.เลิกขัดขา ก่อนเด็กเป็นควาย

16 มกราคม 2545    กองบรรณาธิการ

ดร.รุ่ง แก้วแดง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (กกศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาเยาวชนแห่งชาติให้ความเห็นถึงการปฏิรูปการศึกษา ว่า ระบบการให้เด็กเป็นศูนย์กลาง (Child Center) อาจทำให้เด็กกลายเป็น ควาย เซ็นเตอร์

            ว่าต้องชื่นชมที่เด็กออกมาพูด เป็นเรื่องดีมาก  เพราะก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.)  ได้เสนอไปยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แล้วว่า ให้เร่งทำความเข้าใจกับครูเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ เนื่องจากครูทั่วประเทศจำนวนประมาณ  6  แสนคนนั้น มีเพียงไม่ถึง  20 เปอร์เซ็นต์ ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนรู้เป็นอย่างดี  และสามารถสอนเด็กให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง  ส่วนอีกกว่า  80  เปอร์เซ็นต์ ไม่มีความเข้าใจและไม่รู้ว่า การปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนั้น เป็นอย่างไร
            “คนในกระทรวงศึกษาธิการ   มัวแต่ทะเลาะกัน  หวงเก้าอี้ ของตัวเอง พูดกันแต่เรื่องโครงสร้างโดยไม่พูดถึงการปฏิรูปการเรียนรู้  เมื่อเด็กออกมาพูดความในใจเช่นนี้ ก็จะทำให้คนในกระทรวงศึกษาธิการเลิก หวงเก้าอี้กันเสียที  ไม่เช่นนั้นเด็กจะกลายเป็นควายไปหมด” เลขาฯ สกศ.กล่าว
            ดร.รุ่งยังบอกว่า  ความจริงแล้ว Child Center นั้น ครูจะต้องทำงานหนักขึ้น ไม่ใช่ทิ้งให้เด็กไปหาความรู้  ส่วนตัวเองไปขาย ทัพเปอร์แวร์ Child Center เป็นระบบที่ครูกับนักเรียนต้องไปด้วยกัน ถ่ายทอดความรู้แบบสองทาง  ครูยังต้องทำหน้าที่แนะนำ เป็นที่ปรึกษาและ ประเมินผล ครูยังเป็นบุคคลสำคัญ เป็นผู้ตั้งวัตถุประสงค์  ตั้งเป้าหมาย แนะนำองค์ความรู้ที่จำเป็น และต้องแยกแยะเด็กให้ออก ผมชอบใจนะครับ ที่เด็กออกมาพูดถอนหงอก  และอยากบอกว่าให้ออกมาพูดบ่อยๆ พูดให้หมด
            ทางออกของปัญหาการศึกษาไทยนั้น   ดร.รุ่ง กล่าวว่า มี 3 ประการ คือ 1.การปฏิรูปการศึกษา จะต้องทุ่มเทเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้  ไม่ใช่ปฏิรูปโครงสร้างและระบบการบริหารงานเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ 2.ต้องทุ่มเทเรื่องสื่อการเรียนการสอน ไม่ใช่ทุ่มเรื่องการก่อสร้างสถานที่ใหญ่ โตโอ่โถง และ 3.รัฐบาลต้องเทงบประมาณเพื่อพัฒนาครูอย่างจริงจังให้มากขึ้น.

คิดไปคิดมา ผมก็ไม่มีคำตอบครับ รู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญ จึงทำได้แต่เปิดพื้นที่ตรงนี้สำหรับ การตอบสนองต่อความต้องการอย่างเหมาะสมของเด็ก นะครับ