เมื่อวานเป็นวันแรกของการเป็นอาจารย์พิเศษที่ มอ.ปัตตานี ตั้งใจจะไปตกลงเวลาเรียนใหม่กับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในวิชา multimedia authoring แต่สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คาดครับ คือเปลี่ยนเวลาไม่ได้ เนื่องจากกลุ่มที่สอนมีนักศึกษาถึง 60 คน (แต่ที่มาเรียนได้ในวันแรก 24 คน) คุยเป็นการเบื้องต้นกับนักศึกษาก็เห็นแววว่าเปลี่ยนไม่ได้แน่นอน อีกอย่างหนึ่งเวลาดีๆ ห้องแลบไม่ว่างแล้ว

มีทางเดียวคือต้องทำใจครับ ที่ว่าทำใจคือ ทำใจให้กล้า ในการขับรถกลับจาก มอ.ปัตตานีมายังมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา บนเส้นทางที่เคยมีการฝั่งระเบิดไว้ใต้ถนนและทหารโดนไปแล้ว อันนี้ยังไม่นับจำนวนเรือใบที่ไม่ยอมล่องในทะเลแต่มาอยู่บนถนนอีกนับครั้งไม่ถ้วน

ผมจะสอนเสร็จประมาณ 1 ทุ่มครับ แต่คิดคำนวนจากสถิติเบื้องต้น พบว่า เวลานั้นเป็นเวลาที่เสี่ยงที่สุดกับการพบเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ จึงเปลี่ยนเวลากลับให้ช้ากว่านั้นหน่อยหนึ่ง เป็นช่วงก่อนการละหมาดอีซาครับ ประมาณ ทุ่มครึ่ง

เหตุผลเพราะจากสถิติเป็นเวลาที่เกิดเหตุการณ์น้อยที่สุด (เท่าที่ทราบมา) และช่วงเวลาดังกล่าวจะถนนคึกคักที่สุดเนื่องจากชาวบ้านออกไปละหมาดอีซาที่มัสยิด

แต่ก่อนเมื่อนานมาแล้ว ผมขับรถจากปัตตานีมายะลาประมาณ 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืนครับ แต่หลังเหตุการณ์ผมมักจะกลับก่อนหกโมงครึ่ง ซึ่งในปีนี้ทำไม่ได้แน่นอนเพราะต้องสอนเลิกหนึ่งทุ่ม เสียวครับ

จากการทดลองอย่างไม่ตั้งใจเมื่อวาน พบว่าบรรยากาศใกล้เคียงกับภาวะปกติครับ อาจจะมีรถน้อยหน่อย แต่ถนนในเวลานั้นก็ไม่ถึงกับว่างซะทีเดียว

สัปดาห์ละสองวันครับ ที่จะต้องขับรถไปลุ้นไปว่า ไม่ไปชนกับเรือใบ

ผมเคยตั้งคำถามเล่นๆ กับตัวเองว่า เหตุการณ์ปัจจุบันดีขึ้นแล้วยัง เพราะเวลาคนในรัฐบาลพูดทีไรแล้วได้ยินว่า ดีขึ้นแล้ว ดีขึ้นแล้ว

แต่เวลาชาวบ้านพูดกัน เขาก็ว่า แย่ขึ้น แย่ขึ้น

ขอตั้งกรรมการอิสระมาตัดสินหน่อยได้มัยครับ ขอเท่าๆ กันนะครับ ฮาฮาฮาฮา