ภูมิคุ้มกันเด็กติดเกมส์ เด็กติดเกมส์ จัดเป็นปัญหาหนักสำหรับผู้บริหารการศึกษาและผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังระบาดอย่างหนัก ทั้งในสังคมเมืองและสังคมชนบท มีเด็กไทยจำนวนมหาศาล ที่ตกเป็นทาสของเกมส์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่พรั่งพรูมากับคอมพิวเตอร์นำไปสู่ผลการเรียนที่ตกต่ำ จนน่าวิตกยิ่งว่าจะกลายเป็นบุคคลไร้อนาคต จะทำอย่างไรจึงจะช่วยให้เยาวชนเหล่านั้นหลุดรอดจากวงจรแห่งความลุ่มหลงเกมส์คอมพิวเตอร์ คืนกลับมาเป็นลูกที่น่ารักคนเดิมของคุณพ่อ คุณแม่ จาก งานเสวนา “เด็กติดเกมส์” เกมส์ที่ผู้ใหญ่ควรแก้ ซึ่งจัดโดยอุทยานการเรียนรู้ T.K.PARK ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ คุณหมอบัณฑิต ศรไพศาล กล่าวถึง ปัญหาเด็กติดเกมส์ เพราะเนื่องจากเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่กิจกรรมอื่น ๆ เด็ก ๆ รู้จักและสามารถใช้คอมพิวเตอร์และเล่นเกมส์ที่เขามองว่า เป็นความสนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะสามารถทำได้ตามใจปราถนา ซึ่งชีวิตจริงเขาไม่อาจที่จะกระทำได้ นอกจากนั้นเกมส์ยังเป็นเครื่องหมาย บ่งชี้ถึงความสามารถความภาคภูมิในในตนเองที่ชนะเกมส์ จนเพื่อนฝูงยอมรับ พร้อมกันนี้ คุณหมอจึงแนะนำคุณพ่อ คุณแม่ จะช่วยลูกให้หลุดรอดพ้นวิกฤติหรืออิทธิพลของเกมส์คอมพิวเตอร์โดยที่คุณพ่อ คุณแม่ควรรู้จักสังเกตพฤติกรรมหรือการใช้ชีวิตของลูก ๆ เข้าข่าย 4 กรณี ที่เป็นสัญญาณอันตราย อาการดังกล่าวได้แก่ แสวงหาการเล่น ใช้เวลาอยู่กับการเล่นเกมส์เป็นเวลานาน ๆ และเกือบจะทุกเวลา อาการต่อมาคือจะรู้สึกชินชากับการเล่น ประการที่ 3 หากไม่ได้เล่นเกมส์จะออกอาการหงุดหงิด ก้าวร้าว ซึมเศร้า และสุดท้ายคือการสูญเสียการทำหน้าที่หลัก เช่น การเรียน ในโอกาสเดียวกันนี้ คุณหมอบัณฑิต ศรไพศาล ยังได้กรุณาแนะนำวิธีป้องกันสำหรับการติดเกมส์ ไว้ดังนี้ 1. การสร้างวินัยให้เด็กมีหน้าที่รับผิดชอบในบ้านตั้งแต่ยังเล็ก ๆ 2. ลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต 3. หมั่นชื่นชมในความสำเร็จและให้กำลังใจเมื่อผิดพลาด 4. จัดหากิจกรรมสร้างสรรค์ให้ลูก ๆ ทำเพื่อความภาคภูมิใจของเค้า 5. สร้างความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งถือว่าเป็นความสำคัญที่สุด เพราะจะเป็นเกราะป้องกันภัยที่จะเกิดกับครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้คอมพิวเตอร์ให้ถูกทาง บังเกิดประโยชน์ทั้งวิชาการและบันเทิงนะลูก ๆ
ไม่อยากติดเกมส์
ลำบากใจจัง