หากท่านจะต้องเป็นเจ้าภาพ หรือเป็นแม่งานศพท่านทราบไหว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง และมีขั้นตอนตามประเพณีอย่างไรบ้าง ผมคงได้คำตอบว่าไม่ทราบ หรือพอทราบบ้างแต่ไม่ทราบทั้งหมด แต่เราต้องปฏิบัติตามประเพณีหากต้องไปจัดงานที่วัดในเมือง
ผู้บันทึกเพิ่งผ่านบทเรียนนี้มายังไม่ทันหายเหนื่อย ก็เพราะมีรายละเอียดมากมาย เชื่อว่าหากแม่งานไม่มีทีมงานละก้อไม่มีทางจัดงานตามประเพณีได้เลย แต่ปัจจุบันระบบธุรกิจก้าวเข้ามาประกบติดหนึบแม่งานหน้าใหม่ทันทีที่ท่านไปปรากฏตัวที่วัดแล้วถามหาใครก็ได้ว่าจะติดต่อนำศพมาที่วัดนี้ เท่านั้นเองการเสนอแบบ Packages ก็จะตามมาเป็นชุด ตั้งแต่ น้ำดื่ม น้ำแข็งพร้อมถังแช่ ดอกไม่สำหรับพิธีกรรมต่างๆ ดอกไม้สำหรับพวงหรีด อาหารแบบต่างๆสำหรับแขก สำหรับพระ อาหารว่างกลางวัน กลางคืน เต็นท์สำหรับแขก หีบศพแบบต่างๆ ชุดพิธีสำหรับพระต่างๆ ชุดพิธีสำหรับศพ และพิธีพระราชทานเพลิงศพ การทำหนังสือที่ระลึก การพิมพ์การ์ดเชิญ การหาของที่ระลึก ฯลฯ ทุกเรื่องมีผู้ทำธุรกิจมากกว่าหนึ่งรายจึงเกิดการแข่งขันกันเป็นธรรมดา ที่สำคัญพระที่วัดก็มีส่วนในธุรกิจดังกล่าวนี้ด้วย
ทั้งหมดนี้ต้องรีบเร่งทำให้เสร็จทันตามกำหนดการตามประเพณีครบถ้วน ผู้บันทึกคิดว่า “ไม่มีใครทำคู่มือการจัดการงานศพเลยหรือนี่...” ทั้งๆที่งานศพมีทุกวัน หรือเขารู้กันหมดแล้ว มีแต่เราเท่านั้นที่ไม่รู้..รึเปล่า..
จริงๆมีคนแนะนำพิธีกรรมต่างๆหลายคน แต่เป็นคนละส่วน คนละตอน และความคิดเห็นก็แตกต่างกันตามความเห็นเฉพาะตน การที่เจ้าภาพจะฟังใครนั้นควรต้องพิจารณาให้ดี เพราะทุกเรื่องล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น และพร้อมที่จะบานปลายตลอดเวลา เพราะเจ้าภาพไม่มีทางทราบเลยว่าแขกผู้จะมาร่วมงานนั้นมีจำนวนใกล้เคียงจำนวนจริงเท่าใด เจ้าภาพจะกังวลมากๆเพราะน้อยไปก็อายแขก มากไปก็ต้นทุนทั้งสิ้น
ส่วนใหญ่เจ้าภาพยอมที่จะเลือก “เหลือดีกว่าขาด” ก็หมายถึงต้นทุนที่จะต้องสูงตามมาในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจำนวนแขกที่มาร่วมงาน สำหรับเจ้าภาพที่มีฐานะก็ไม่เดือดร้อนอะไร เท่าไหร่เท่ากัน ส่วนเจ้าภาพที่อัตคัดย่อมคิดมากสักหน่อย พลอยเครียดไปด้วยเลย ไหนจะโศกเศร้าอยู่แล้วยังจะต้องมาเครียดกับเรื่องเกี่ยวกับประเพณีนี้อีก
วัดใหญ่ๆจะมีคนที่หากินกับงานศพอยู่ประจำ ผู้บันทึกพบว่า ถังแช่น้ำที่เราสั่งมานั้นน้ำที่แช่อยู่บริการแขกมาร่วมวานสวดทุกครั้งนั้นมักจะเหลือ ค้างในถังแช่ แต่พบว่า รุ่งเช้าของในถังจะหายไปหมด หรือเกือบหมด เพราะมีผู้อาศัยวัดดังกล่าวถือวิสาสะมาหยิบเอาไป หรือขนเอาไปด้วยซ้ำ เช่นแม่ค้ามาขายของในวัดก็แอบมาเอาน้ำแข็งไป คนเดินผ่านไปมา หรือคนเร่ร่อนก็เดินมาหยิบไปตามสบายโดยไม่เกรงใจเจ้าของงานแม้แต่น้อย เราคิดว่าบริจาคไปเถอะ แต่พบว่ามันมากเกินกว่าที่เราจะรับได้ และก่อปัญหาต่อการสั่งสิ่งของต่างๆมาเพิ่มให้ทันเวลาพิธีกรรมต่างๆ จนเราต้องซื้อกุญแจมาล็อค
สิ่งของใช้ต่างๆที่จำเป็นต่องาน เช่น กระดาษ Tissue ซองขาวแบบสั้นแบบยาว ถาดบริการน้ำ ธูปเทียนแบบต่างๆ ชุดอาหารสำหรับพระพุทธ ชุดอาหารสำหรับศพ ฯลฯ ต้องซื้อมาเก็บไว้ที่งานศพ หากไม่มีคนเฝ้า ก็จะหายไปได้ เพราะวัดในเมืองเป็นสถานที่สาธารณะใครต่อใครเดินเข้าออกได้อิสระ ก็จำเป็นต้องจ้างคนเฝ้า ซึ่งก็หมายถึงเป็นคนในวัด หรืออาจจะเป็นเณรในวัดนั้นเองที่อาสามาช่วยเฝ้าให้ แต่ก็ต้องถวายปัจจัยให้ตามสมควร
การทำหนังสือ ก็ต้องเร่งทำภายใน เวลาไม่เกิน 3 วัน เพราะต้องรีบเข้าโรงพิมพ์ ซึ่งในเมืองใหญ่โรงพิมพ์มักมีความพร้อมอยู่แล้วเหลือแต่ว่าเจ้าภาพจะเตรียมต้นฉบับให้ทันเวลา ดังนั้นเจ้าภาพต้องรีบเร่งเขียน ให้ดีที่สุด ค้นหารูปที่จะนำลงพิมพ์ให้เพียงพอ และเหมาะสม ตรวจสอบความถูกต้อง คัดเลือกแบบหนังสือ ตัดสินใจ ทุกอย่างเร่งด่วนภายในเวลาจำกัด
พิธีกรในงาน ตั้งแต่มัคทายก ผู้มาทำหน้าที่ในพิธีกรรมเกี่ยวกับพระ การสวดมนต์ต่างๆ การจุดธูปเทียน และพิธีของคนกับพระทุกเรื่อง มันมีรายละเอียดมาก และมีคำอธิบายที่มาที่ไปว่าทำไมต้องเป็นเช่นนั้น เราๆ ท่านๆ มีสักกี่คนที่รู้เรื่องเหล่านี้ดี จึงต้องการผู้รู้มานั่งข้างๆเพื่อจะบอกว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอนเป็นอย่างไร เมื่อไหร่ ฯ พิธีกรที่เกี่ยวกับพระราชทานเพลิงก็ต้องให้ผู้รู้ดีเท่านั้นเป็นผู้ดำเนินการ พิธีกรทั่วไป บุคลากรเหล่านี้เจ้าภาพทราบหรือไม่ว่าจะไปหาผู้รู้ที่ไหน..?
หากงานศพเป็นงานพระราชทานเพลิงศพ ก็ต้องเตรียมเอกสารที่จะขอพระราชทานเพลิงให้ครบถ้วน ถูกต้องตามระเบียบราชการ และทันเวลา การเตรียมรถตำรวจจราจรนำขบวนรถนำไฟพระราชทาน การเตรียมขบวนไฟพระราชทาน เตรียมขบวนรับไฟพระราชทาน เตรียมโต๊ะรับไฟพระราชทาน บริเวณเมรุและรายละเอียดการตั้งแถวรับไฟพระราชทาน ขั้นตอนต่างๆ รายละเอียดต่างๆตามระเบียบจากสำนักพระราชวังให้ถูกต้องครบถ้วน การแต่งกายของผู้เข้าร่วมขบวน ทั้งหมดนี้ต้องมีผู้รู้และตระเตรียมงานกันอย่างดีภายใต้เวลาที่จำกัด
งานแบบนี้ แม่งาน ทีมงาน การประสานงาน การแบ่งงาน การมอบหมายงาน ความรับผิดชอบ การตัดสินใจ การปรึกษาหารือ การแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดตลอดเวลา ฯลฯ ผู้จะก้าวเข้ามาเป็นแม่งานจะต้องเข้าใจและคล่องตัวในการมอบหมายงานให้แก่ทีมงาน และมีคนรับลูกไปเล่นต่ออย่างประสานงานกัน เพราะอุปสรรคมีตลอดเวลา
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวส่วนของงานศพแบบที่ผู้บันทึกเพิ่งจะผ่านมาสดๆร้อนๆ จึงนำมาบันทึกแบบคร่าวๆให้ทุกท่านได้ผ่านหูผ่านตาบ้าง เผื่อวันหนึ่งท่านอาจจะอยู่ในทีมงานเหล่านี้บ้างก็ได้ หรืออาจจะเป็นแม่งานเองก็ได้
สวัสดีค่ะ
คุณแม่ไปสวรรค์แล้ว แต่ลูกๆยังเหนื่อยกัน แต่ก็ทำให้คุณแม่ ไม่เหนื่อยค่ะ
ที่สำคัญพระที่วัดก็มีส่วนในธุรกิจดังกล่าวนี้ด้วย
แปลว่า ธรกิจของวัดหรือของพระคะ ไม่แน่ใจค่ะ
บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา).....
เข้ามาเยี่ยม...
เป็นปัญหาหนึ่งของสังคมยุคเปลี่ยนผ่าน....
กลุ่มอาศัยงานศพหากินมีอยู่เยอะ ทั้งผ้าเหลืองผ้าลาย.....
เคยเขียนเรื่องทำนองนี้ไว้บ้างแล้ว แต่ต้นฉบับถูกลบไป คงจะเขียนเล่าอีกครั้ง เมื่อต้องการจะเขียน...
เจริญพร
สวัสดีค่ะท่านบางทราย
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
จัดงานศพแต่ละทียุ่งยากมากเลยค่ะ ( ผ่านมาสองงานก็เกือบแย่เหมือนกัน เพราะไม่ได้รู้มากขึ้นเลย..มากคนมากความจนงงน่ะค่ะ )
จนแม่กับเบิร์ดตกลงกันว่าถ้ามีใครต้องออกเดินทางก่อน ให้บริจาคอวัยวะทุกส่วนที่ใช้ได้ให้กับสภากาชาดไทย ส่วนร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่ของคณะแพทย์ ฯ ( เบิร์ดทำบริจาคไว้นานแล้วค่ะ ).. ถ้าบริจาคไม่ได้ก็เผาไม่ต้องเอาไว้รอสวดอภิธรรมเพราะตอนนั้นไปที่ไหนแล้วก็ไม่ทราบนะคะ ที่เหลืออยู่คือสังขารเท่านั้นเอง..ไม่อยากให้คนข้างหลังต้องยุ่งยาก เสียเวลาน่ะค่ะ..( เป็นความคิดนอกกรอบของนักจิต ฯ อีกเหมือนกัน ^ ^ )
มาทักทายเพราะคิดถึงค่ะ..พักให้หายเหนื่อยนะคะพี่ชาย
สวัสดีค่ะคุณบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
วันนี้ได้อ่านเรื่องที่อาจารย์ small man เขียนไว้ในเรื่องจดหมายจัดงานศพตัวเอง ซึ่งน่าสนใจเพราะคงเป็นคนที่พบเหตุการณ์แบบที่คุณบางทรายประสบแล้วก็คิดว่าไม่ขอทำในลักษณะทั่วไป เลยสั่งเสียด้วยการจัดแบบพอเพียง เพื่อตัดความยุ่งยากที่เจ้าตัวคิดว่าไม่จำเป็นออก และลดภาระของลูกหลานด้วย
อ่านจากที่คุณบางทรายเขียนแล้วก็เข้าใจได้เลยค่ะ ว่ายุ่งยากขนาดไหนในการจัดงานพิธีแบบนี้..ยิ่งเป็นพิธีศพ ยิ่งเตรียมการยาก บางคนก็ถือพิธีบางเรื่องเป็นพิเศษอีก ตัวเองเคยผ่านพิธีการแบบนี้ตอนงานของคุณยาย แต่ตัวเองมีส่วนช่วยเตรียมการน้อยมาก ได้แต่ไปงาน และช่วยหน้างานเท่านั้น...
ยังไงก็พักผ่อนก่อนแล้วกันนะคะ ท่าทางจะเหนื่อยมากๆ เลย และขอบคุณสำหรับเรื่องราวเตือนใจค่ะ..
หนูเป็นคนนึงที่พึ่งโดนกะตัวเองไปไม่นาน จัดงานศพให้คุณพ่อ พ่อสั่งไว้ว่าให้จัดแบบไทย ไม่ต้องจัดแบบจีนเพราะยุ่งยาก ก็เลยไม่มีใครสามารถแนะนำขั้นตอนได้ แม่ก็ไม่รู้ ญาติทั้งสองฝั่งก็ไม่รู้เรื่อง ทั้งสองตระกูลจัดแบบจีนมาตลอด เลยไม่มีใครรู้พิธีกับรายละเอียดต่างๆ แบบไทย
สามคนพี่น้องเลยต้องมั่วกันเอง โดนคุณมัคนายกของวัดชาร์จซะกระจาย ชาร์จทุกขั้นตอน คือสภาพยังงง + ช็อคอยู่ ไม่ทันตั้งหลัก พอบอกมาเท่าไหร่ก็จ่ายไป ค่าอะไรบ้างก็ไม่รู้ ขอให้เรียบร้อยผ่านไปได้เป็นพอ
ขนาดวันเผาก็ยังเงอะๆ งะๆ แขกผู้ใหญ่บางท่านสงสารเลยมาช่วยแนะนำว่าต้องทำอะไรบ้าง พอตอนหลังเสร็จงานวันเก็บเถ้ากระดูกก็ยังต้องจ่ายค่าโน่นค่านี่อีกหลายรายการ พอมารวมเงินที่จ่ายไปดู ทั้งหมดหลายหมื่นอยู่ค่ะ ได้เล่าให้พี่ๆ ที่เขาเคยจัดงานศพฟัง ทุกคนบอกว่าโดนซะแล้ว
สวัสดีครับ
เป็นธุรกิจของพระบางรูปครับ มีทั้งแง่ดีและไม่ดี ดีคือง่ายที่เราผู้ไม่รู้จะง่ายต่อการจัดการ แต่ไม่ดีคือ ทำให้เรามองพระรูปนั้นเป็นผู้ที่ลดคุณค่าของการที่สมควรกราบไหว้ลงไปครับ
กราบนมัสการท่าน
ครับ ธุรกิจเข้าไปสอดแหรกทุกช่องทางที่จะสามารถทำเงินได้ เข้ามาแทนที่การร่วมมือกัน เอื้อเฟื้อกัน การช่วยเหลือกัน ทำงานอะไรก็ต้องจ่ายเป็นเงิน จ่ายน้อยก็มองหน้า จ่ายมากก็แวะเวียนมาเรื่อยๆ.... พระคุณเจ้าอยู่กับสิ่งเหล่านี้คงรู้ดีกว่ากระผมมากมายอยู่แล้ว
กราบนมัสการครับท่าน
สวัสดีครับครูอ้อย
การเป็นแม่งานนั้นลูกหลานผู้วายชนม์ยินดีเหนือยกันทั้งนั้น แต่ไม่ต้องการถูกหลอก หรือเอาเปรียบผู้ทุกข์มากเกินไป การทำธุรกิจก็เพื่อกำไร โดยทั่วไปรับได้ แต่ธุรกิจกับคนเสียชีวิตแบบผู้ซื้อบริการไม่ทราบรายละเอียดลึกซึ้งนั้น ก็จะถูกเอาเปรียบทันที...
สวัสดีครับน้องสาว
พี่เห็นด้วยมากๆเลยว่าควรบริจาคร่างให้กับหน่วยงานที่เอาไปเรียน ก่อประโยชน์มากกว่านะครับ พี่คงต้องทำเช่นนั้นบ้างแล้วแหละ
เมื่อสามสี่เดือนก่อนญาติก็มาเล่าให้ฟังว่า ร.พ.ที่กรุงเทพฯแห่งหนึ่งรักษาชีวิตคนไว้แล้วเรียกเงินจำนวนสูงๆ มันเป็นเทคนิคทางการแพทย์ คือรักษาให้คนตายแล้วดูเหมือนยังไม่ตายเพื่อจะได้เรียกเงินสูงๆ แต่บังเอิญญาติบอกว่าได้บริจาคร่างกายผู้วายให้แก่สภากาชาดไทย
เท่านั้นเองพยาบาลบอกว่า ผู้วายชนม์ตายไปนานแล้ว จึงรีบดำเนินการส่งต่อไปยังสถานที่ระบุไว้ในเอกสาร
ขอบคุณครับน้องสาว
สวัสดีครับพี่บางทราย
ตอนน้องผมไปบวชอยู่ที่เมืองกาณ์จนบุรี..มีคนที่วัดเสียชีวิต...ไปอย่างสงบ...ทางวัดก็เผาแบบธรรมชาติเลยครับ...ห่อเสื่อผืนเดียว...น้องผมตอนนั้นก็ไปยืนปลงศพด้วย...ได้มุมมองของชีวิตอีกมุมเลยทีเดียว...
ทุกอย่างเดี๋ยวนี้ก็เป็น package หมดเลยครับ...ชีวิตแทบจะมีรายการของมันให้เราเลือก...เลือกที่จะจ่าย...ตั่งแต่เกิด ....จะคลอดแบบไหน..ผ่าหรือธรรมชาติ...จะเข้าโรงเรียนแบบไหน....อินเตอร์ สอง สามภาษา...จะทำงานแบบไหน...เงินเดือนเท่าไหร่...มีสวัสดิการไหม...จะแต่งงานเอาแบบบุฟเฟ หรือ คอกเทล...จนกระทั่งจบชีวิตแบบที่พี่เล่ามานะครับ...
ถ้าไม่ยึดติดก็จะดี...แต่เขาก็ว่าขวางโลก...ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ...
ปล่อยวางครับ...ดีที่สุด :-)
โอชกร
สวัสดีครับ
อาจารย์ครับเมื่อคืนต้องขอโทษด้วย ตอบน้องเบิร์ดแบบหลับๆตื่นๆเลยปิดเครื่องนอนเลยครับ
ใช่ครับงานประเพณีมันมีรายละเอียดมากมาย นี่คุณแม่เป็นคนใต้(ตรัง) ประเพณีที่นั่นยิ่งกว่านี้หลายเท่าโดยเฉพาะเรื่องการกิน...
เราเองเป็นคนนอกตระกูลครับต้องฟังลูกๆคุณแม่ที่ประชุมตกลงกันว่าจะเอาอย่างไร ลูกคุณแม่หลายท่านเป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆ บางท่านเคยเป็นถึงรองผู้ว่าการฯ ย่อมมีเพื่อนฝูง เจ้านาย ลูกน้องจำนวนมาก การจัดงานให้สมเกียรติจึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจเอาแบบง่ายๆ เมื่อตัดสินใจทำแบบเต็มรูป ก็ต้องวิ่งกันสุดๆ
คนใต้มาอยู่อีสานก็ต้องมาทำตามประเพณีอีสาน ตามที่เพื่อนบ้านข้างเคียงแนะนำอีกว่าประเพณีเขาทำกันอย่างนี้ หากไม่ทำก็โดนนินทา(ตายเลย) ก็จะเป็นขี้ปากให้เพื่อนบ้านว่ากล่าว คุยกันไม่รู้จบอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เลยต้องวิ่งไปตามประเพณีเพื่อให้ทุกคนสบายใจ พึงพอใจ ก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้
ละเอียดจริงๆ แม้แต่การจุดธูปเทียน จะต้องมีวิธีการจุด ไม่ใช่จุดเรื่อยเปื่อยตามที่อยากจะทำ ฯ
มัคทายกก็เป็นธุรกิจ หากจ่ายน้อยก็ทำงานไม่เต็มที่ มาสายบ้างปล่อยให้เจ้าภาพลุ้นแทบตายว่าจะเอาอย่างไรนี่ พระก็มาแล้ว จะเริ่มอาราธนาศีล จะเริ่มพิธีอย่างไร โอย..
ตอนนิมนต์พระฉันท์ข้าวเช้าที่บ้านหลังเอากระดูกไปเก็บที่บ้าน อาหารที่สั่งจากร้านยังไม่มา พระท่านมาแล้ว โอย..เป็นอะไรที่บีบหัวใจจริงๆ วุ่นไปหมด
ร้านขายน้ำแข็งสำหรับเอามาแช่น้ำแจกแขกก็ลวดลาย สั่งน้ำแข็งเป็นถุงใหญ่ๆเพื่อเอามาใส่ถังแช่ก็ต้องสั่งจำนวน 5 ถุงน้อยกว่านั้นไม่ส่ง....แล้วจะเอามามากมายทำหอ....อะไร
หากคิดว่า เออ ลำบาก เหนือย แต่ทำเพื่อคุณแม่ก็อดทนและตั้งใจที่จะทำ แต่ผมว่างานศพในหมู่บ้านไม่เป็นอย่างนี้..
สวัสดีครับ
ครับหัวอกเดียวกันครับ ผมอาจจะโชคดีที่เพื่อนรุ่นน้องเขาเป็นตระกูลเก่าแก่ของเมืองขอนแก่นและเป็นผู้อุปถัมภ์วัดนี้มาตลอดการเข้าหาท่านเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาสเพื่อขอคำแนะนำ และไปแสดงตัวเพื่อให้ท่านเห็นและรู้จัก เพื่อบารมีท่านจะได้สั่งการไปยังพระลูกวัดที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านต่างๆที่เกี่ยวกับงานต่างๆได้ เอ้า..ทำถึงขั้นนั้นนะครับ
วัดจะมีการสร้างนั่นสร้างนี่ รองเจ้าอาวาสที่เรานิมนต์ท่านมาฉีนท์ข้าวเช้าที่บ้านนั้นก็ถามนำว่า โยมจะบริจาคสร้าง....สักเท่าไหร่ก็ตามใจนะ แต่ขอชื่อที่อยู่ไว้ด้วยจะได้ออกใบอนุโมทนาบัตรให้.....เป็นท่านจะบอกว่าไง...ก็ต้องควักกระเป๋าทำบุญไปอีก ปิดท้ายรายการงานศพ....
สวัสดีน้องหนิง <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p> </p><p>พี่คุยกันเล่นๆกับเพื่อนๆ น้องๆ ว่าเออ นี่เรามาตั้งบริษัทรับจัดงานศพกันดีไหม จะเอาให้เนี๊ยบเลย… ที่เห็นมานี่ยังไม่มีบริษัทที่รับทำเบ็ดเสร็จเลยมีแต่แยกส่วนไป อิ อิ.. แต่ก็คุยกันต่อว่า นี่เธอจะมาหากินกับศพหรือ…บนความทุกข์ของคนอื่นหรือ..จะไปขูดรีดเขาต่ออีกหรือ.. ก็แซวกันเล่นๆระหว่างเครียดกับงาน</p><p>โชคดีที่คนข้างกายเขามีน้องๆที่สถาบันฯ มาช่วยมาก มากจริงๆ หลายอย่างสำเร็จด้วยเพราะน้องๆนั้นครับ นี่เห็นว่าจะปิดตึกเลี้ยงตอบแทนสักวันหนึ่ง น้องหนิงจะมาร่วมก็ได้นะ อิ อิ…</p>
สวัสดีครับน้อง <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ใช่แล้วครับ ชีวิตเดี๋ยวนี้เป็นธุรกิจสำเร็จรูปไปหมดแล้วอย่างน้องว่าแหละ ระบบเมืองบีบให้เราต้องเดินไปทางที่เขากำหนด เหทิอนผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิมกล่าวว่าเป็นสายพานชีวิต เมื่อขึ้นสายพานไปแล้วก็ต้องเคลื่อนไปตามที่มันหมุนไป โดยหลีกเลี่ยงยาก ไม่เช่นนั้นก็ออกไปใช้ชีวิตในชนบท เราก็ไปเจอะอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ใช่สายพานแน่นอน เพราะไม่มีธุรกิจเข้ามา มีแต่เอามื้อเอาแรงกัน แต่จะมาทำอะไรกินล่ะในชนบท… ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่จึงจะมาอยู่แบบพอเพียงได้ในชนบท แต่มีความสุขมากกว่าในเมืองครับ</p>
จำได้ว่าเมื่อปี ๒๕๒๙ ผมเรียนจบกลับมาจากอเมริกาถึงกรุงเทพฯ ที่สนามบินไม่มีคนทางบ้านมารับเลยสักคน รู้สึกประหลาดใจมาก
สุดท้ายมีคนมาบอกว่าพ่อเพิ่งเสีย(วันเดียวกันกับวันที่ผมขึ้นเครื่องกลับพอดี) ผมจึงรีบกลับไปร่วมงานศพที่ต่างจังหวัดทันที ตอนนั้นยังทำใจไม่ได้ เพราะพ่อไม่เคยเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลมาก่อน
พิธีศพเป็นอย่างไร...ผ่านพ้นไปอย่างไร...มีใครมาบ้าง...สมองไม่รับรู้ทั้งสิ้น จำได้อย่างเดียวว่าเป็นพิธีศพแบบจีน...เรียกว่ามีประสบการณ์ก็เหมือนไม่มี...แย่จังนะครับ
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ถ้าเป็นผมคงช๊อคไปหลายตลบแล้ว ตั้งใจกลับมาให้พ่อภูมิใจแต่ต้องมาเศร้านะครับ ชีวิตก็มีอะไรที่เราไม่นึกมาก่อนเสมอ</p><p>หากเราไม่ฝึกใจไว้บ้าง คนใจอ่อน หรือ หวั่นไหวมากๆ ก็อาจจะทนไม่ได้ต่อเรื่องของการสูญเสียชีวิตของคนที่รักไปเช่นนั้น พระท่านจึงให้เราฝึกใจ</p><p> </p>
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
ขอบพระคุณอย่างยิ่งนะคะ ที่พี่บางทรายสละเวลาเล่าเรื่องงานของคุณยายให้ฟังและยังให้ข้อคิดที่ดี พี่บางทรายเป็นผู้มีกำลังใจดี และนึกถึงผู้อื่นอยู่เสมอ
เห็นด้วยอย่างมากค่ะว่าหากมีคู่มือจัดงานศพสำหรับแต่ละถิ่น จะลดภาระและความไม่เข้าใจของเจ้าภาพไปได้มาก แอมแปร์จะลองไปเสนอท่านเจ้าอาวาสวัดใกล้ๆบ้านดูนะคะ ท่านน่าจะสนใจ
และทำให้อ่านความเห็นของทุกท่านก็ได้ทราบว่าจิตใจที่เข้มแข็งจำเป็นเหลือเกินในยามนี้ และได้เห็นว่าเราต้องมีสติอยู่ในทุกงาน
ยิ่งอายุมากขึ้นก็ได้เห็นว่างานที่ทำให้เราปลงได้ดีที่สุด คืองานสุดท้ายของผู้อื่น ที่บ้านแอมแปร์ก็คุยกันเรื่องมรณานุสติบ่อยๆ แล้วก็วกมาถึงเรื่องหนังสืองานศพ ต่างคนต่างก็เตรียมเขียนประวัติของตัวไว้ ลูกหลานข้างหลังจะได้ไม่ลำบากตามหาประวัติ
แอมแปร์ฟังพ่อกับแม่และน้าๆอาๆคุยกันแล้วก็เห็นจริง จึงได้เขียนหนังสือของตัวเองไว้เล่มหนึ่งเหมือนกัน แต่พูดคุยเรื่องอย่างนี้กับเพื่อนไม่ใคร่ได้ โดนเขาดุเป็นชุดว่าพูดอะไรก็ไม่รู้ บางทีความเชื่อเรื่องนี้ก็อ่อนไหวมากสำหรับบางคน
เลยไม่กล้าบอกเขาว่า เป็นครูน้อยมานาน อยากเป็นอาจารย์ใหญ่บ้าง เลยบริจาคร่างกายไปแล้วอีกต่างหาก กลัวโดนดุเป็นซีรี่ย์ส์อะค่ะ
สวัสดีครับน้อง แอมแปร์
เสร็จจากงานศพคุณแม่ก็กระโดดเข้ารับผิดชอบงานเก็บข้อมูลสนามทันที เพราะเราเป็นหัวเรือใหญ่ ต้องคุมทีมน้องๆเข้าหมู่บ้านเก็บข้อมูล ดีที่มีน้องๆเขาเห็นใจช่วยเตรียมต่างๆไว้พร้อมแล้ว เบาเราไปเยอะทีเดียว
กรณีงานศพคุณแม่นั้น เราผ่านงานมาก็เห็นว่าเรื่องเหล่านี้เจ้าภาพน่าจะลดความเหนื่อยลงได้มากที่สุดเลย และก็ไม่ใช่เรื่องยากหากจะมีคู่มือ ก็วัดน่ะแหละทำขึ้นมาสัก 3000 เล่ม เชื่อว่า ญาติผู้ตายคนใดจะเตรียมงานก็ต้องวิ่งไปที่วัด ไปสอบถามว่าหากมีคนตายจะติดต่อใครก่อน อย่างไร ที่ไหน ตรงไหน มีอะไรบ้าง
มันเป็น คำถามที่ต้องถาม และต้องหาคนตอบ และมีการถามคำถามบ่อย ซ้ำๆ เช่นนี้ก็ทำคู่มือซะจะได้ไม่ต้องตอบ ใครมาก็เอานี่ไปอ่านเสียก่อน สงสัยตรงไหนก็ค่อยมาถามกต่อก็ได้ หากวัดไม่ทำ ธุรกิจที่ไหนสนใจก็ทำก็ได้ แล้วถวายวัดซะ ถือว่าทำบุญ จะเกิดกุศลมากเลย ญาติก็อุ่นใจ สงสัยตรงไหนก็เปิดอ่าน สงสัยมากก็ไปถามรองเจ้าอาวาสที่รับผิดชอบเรื่องนี้
พี่เองก็เกรงใจพระท่านที่รับผิดชอบเรื่องนี้นะ วันๆมีคนมาถามท่านบ่อยๆ ซ้ำๆ แม่แต่ญาติผู้ตายก็แวะเวียนไปถามแล้วถามอีก บางทีไปเคาะประตูพระท่าน ซึ่งไม่เหมาะไม่งามเท่าใด แต่จำเป็นเพราะต้องการทราบข้อเท็จจริงจะได้เตรียมงานได้ถูก แต่ก็รบกวนท่านมากจริงๆ บางทีท่านจะงีบต้องตื่นขึ้นมาเปิดประตู ตายังแดงๆอยู่เลย
สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง "คู่มือจัดงานศพ" ในพุทธศาสนา ของภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคเหนือ ฯลฯ
การอุทิศร่างกายให้เป็นครูใหญ่พี่ก็อนุโมทนานะ และพี่เองก็คิดจะทำด้วย
ขอบคุณมากครับที่แวะมาเยี่ยม ขออภัยที่ตอบช้าไปหน่อยครับ