อาการ “แฮงก์โอเวอร์” หรือ “เมาค้าง” คงจะเริ่มมาเยือนใครบางคนเข้าบ้างแล้ว ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองกำลังใกล้เข้ามา ไม่ว่างานไหนงานนั้นเป็นต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามาเป็นส่วนประกอบของงาน

        ทำไมคนเราถึงเมาค้าง คำตอบง่ายๆ คือดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป แต่เชื่อเถอะว่าระหว่างดื่มนั้น ไม่เห็นมีใครยอมรับว่าตัวเองดื่มมากเกินไปเลยสักคน (ไม่เมาผมไม่เมา)

         สำหรับเคล็ดลับป้องกันเมาค้าง ถ้าให้ดีที่สุดคืออย่าดื่มเหล้านั่นเอง แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง เพราะฉะนั้น เหล่า “คอแป๊บ” “คอทองแดง” ทั้งหลายก็ควรจะระมัดระวังตัวกันไว้บ้าง ด้วยการเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ

         หากรู้ว่าเย็นวันไหนต้องออกไปสังสรรค์เสวนาที่มีสุรา นารี พาชี กีฬาบัตร ฯลฯ ก่อนเข้างาน ควรจะรองท้องด้วยอาหารที่มีไขมันดีๆไว้ก่อน อาจจะดื่มนมสักแก้วก็ได้ อย่าเข้าไปในงานทั้งที่ยังท้องว่าง

        ขณะที่อยู่ในงาน ปาร์ตี้ ลองหันมาจิบน้ำหรือเครื่องดื่มเบาๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของแก๊ส เช่น โซดา น้ำอัดลม หรือแอลกอฮอล์ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว และพยายามเตือนตัวเองไว้เสมอว่าให้ดื่มแต่พอสัณฐานประมาณ อย่าดื่มกินเผื่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย อิอิ 

        เลิกงานแล้ว(ไปต่อที่ไหนดี ยังไม่สว่าง) ถ้าเป็นไปได้หาโอกาสเดินกลับบ้านเพื่อสูดอากาศสดชื่นตอนกลางคืน ก็พอจะลดอาการเมาค้างได้บ้าง แต่ถ้าทำไม่ได้ควรเรียกแท็กซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง หรือให้เพื่อนขับไปส่ง (หรือไม่ก็เปิดห้องพักค้างคืนไปเลย) ท่องเป็นคาถาไว้เลยว่า “เมาไม่ขับ”

         ก่อนนอน ควรดื่มน้ำ หรือน้ำส้ม น้ำผสมวิตามินซี เพื่อช่วยเร่งการเผาผลาญแอลกอฮอล์ในตับ และลำไส้เล็ก อย่าลืมกินขนมปังปิ้งก่อนนอนสักนิด หรือดื่มเครื่องดื่มผสมเกลือแร่สำหรับนักกีฬาก็ได้ ถ้าเมาหนักมากก็ไป โรงพยาบาลฉีดกลูโคส

         ตื่นขึ้นมา ควรกินอาหารเช้าจำพวกที่มีโปรตีน อย่างไข่ดาว และดื่มน้ำส้ม หรือน้ำหวานด้วย เพราะแอลกอฮอล์ทำให้สมองขาดน้ำตาล  ก็จะช่วยกวาดล้างสารเคมีจากการเผาผลาญแอลกอฮอล์ที่ตกค้างในตับได้ (ไม่อย่างนั้นจะเป็นเสือโหย)

         ไม่ต้องวิตกเกินไปถ้ารู้สึกปวดหัวแทบแตก แค่กินยาแก้ปวดเข้าไป นอนพักอีกนิด อาการเมาค้างจะอยู่กับเราไม่นาน แค่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง มันก็โบกมือลาแล้ว อดทนเข้าหน่อย เดี๋ยวพอมีแรงก็จะออกไปต่องานหน้าได้อีก.(ถอน ๆๆ)