เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ผมได้รับโอกาสให้โอวาสแก่นักศึกษาใหม่ของคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ รอบนี้ได้เวลาในการพูดเยอะครับ (ใช้เวลาไปประมาณ 25 นาที) เนื่องจากท่านคณบดีไม่อยู่ (แต่สุดท้ายท่านก็ได้คุยกับนักศึกษาใหม่เหมือนกัน)
สิ่งที่ผมนำเสนอให้กับนักศึกษาในประเด็นที่หนึ่งคือ สิ่งที่นักศึกษาควรภูมิใจสิ่งแรก นั่นคือ การได้มาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การศึกษาของมุสลิมในประเทศไทย เนื่องจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้คือมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งการที่นักศึกษาได้มาเป็นนักศึกษาที่นี้ก็คือการได้ร่วมสร้างบันทึกแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นมุสลิมไทย ที่สามารถนำหลักคำสอนของอิสลามมาบูรณาการร่วมกับหลักวิชาการสมัยใหม่ได้อย่างสมดุลย์
นอกจากนี้นักศึกษารุ่นนี้คือรุ่นแรกที่ได้รับการเรียกขานว่า มหาวิทยาลัย (รุ่นก่อนหน้านี้คือ วิทยาลัย)
การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอิสลาม ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ครับ ทั้งนี้เนื่องจากหลายปัจจัย เช่น มีมหาวิทยาลัยทั่วไปที่มีชื่อเสียงเยอะแยะในประเทศไทย เพียงแต่มหาวิทยาลัยเหล่านั้นไม่สามารถนำเสนอองค์ความรู้จากหลักคำสอนของศาสนาอิสลามได้เท่านั้นเอง นอกจากนี้ปัจจัยในความใหม่ของมหาวิทยาลัยด้วย เนื่องจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีอายุเพียง 10 ปีเท่านั้นเอง แต่ผมยืนยันให้นักศึกษาได้ทราบว่า ทางด้านความรู้และการพัฒนาแล้ว เราไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าใครเลย
ผมนำเสนอภาพของการทำงานของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้นักศึกษาใหม่ได้ทราบว่า หลักการสำคัญของการจัดการศึกษาของที่นี้คือ การเรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้ท่านนั่นได้รู้จักกับพระเจ้าของท่านมากขึ้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีองค์ความรู้ที่แท้จริงใดในโลกนี้จะขัดแย้งกับหลักคำสอนของอิสลาม ดังนั้นเพื่อน้องๆ นักศึกษาได้เรียนรู้องค์ความรู้ในแขนงต่างๆ แล้ว มันจะยิ่งทำให้น้องๆ ศรัทธาในพระเจ้าของน้องๆ มากขึ้น
ผมได้นำเสนอหลักการเบื้องต้นสำหรับการเป็นนักศึกษาที่ดี อันจะนำไปสู่การเป็นคนดีของสังคมในอนาคต โดยการเริ่มที่การตั้งเจตนารมณ์ที่ถูกต้องต่อการเข้าเรียน ต่อการศึกษา ทั้งนี้ในความจริง การศึกษาเป็นข้อกำหนดหนึ่งของศาสนา ไม่มีศรัทธาสำหรับคนที่ไม่รู้ ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นส่วนหนึ่งของศาสนกิจ ซึ่งในอิสลาม จะถือว่าเป็นศาสนกิจได้ก็ต่อเมื่อประกอบด้วยสองประการคือ การตั้งเจตนารมณ์ที่ถูกต้องและการปฏิบัติตามแบบอย่างของท่านรอซูล
ในขั้นแรก อยากให้นักศึกษาทุกคนตั้งเจตรนารมณ์ของการศึกษาครั้งนี้ว่า เพื่ออัลลอฮ์ (เพราะการศึกษาคือคำสั่งใช้ของพระองค์) ในขณะเดียวกันระหว่างการศึกษาก็ต้องนำเอาแบบอย่างของท่านศาสนฑูตมาใช้เพื่อให้เราได้ประสบความสำเร็จในการศึกษา
ผมได้ยกตัวอย่างแนวทางที่ถูกต้องสำหรับการศึกษา ขออนุญาตไม่นำเสนอ ณ ที่นี้เนื่องจากเวลาในการเขียนบล็อกนี้ไม่พอแล้วครับ
ประเด็นสุดท้ายของผมคือ หากต้องการให้ความรู้อยู่กับเรา เราจำเป็นต้องขจัดสิ่งไม่ดีออกจากตัวเราก่อน ทั้งนี้ความรู้เปรียบเสมือนนูร (แสงสว่าง) ดังนั้นหากเรานำสิ่งชั่วร้ายให้มาอยู่ในตัวเรา ความรู้ก็จะหายไปเหมือนกัน สิ่งชั่วร้ายที่ผมยกตัวอย่างให้กับนักศึกษา ก็ได้แก่ บุหรี่ เป็นต้น
ออ. อีกประการหนึ่งที่ผมฝากให้กับนักศึกษาใหม่ คือ การศึกษาต้องใช้ความอดทนเป็นสำคัญ
ลืมนำเสนอไปว่า สำหรับท่านคณบดีนั้นท่านได้คุยกับนักศึกษาใหม่ จากประเทศออสเตรเลีย โดยผ่านโปรแกรม skype ครับ ดีเลย์นิดหน่อย แต่เสียงชัดเจนมากครับ ผมคิดว่า การใช้เทคโนโลยีนี้ในการปฐมนิเทศทำให้นักศึกษามั่นใจที่ได้เลือกที่จะมาเรียนที่นี่มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือ ยังรู้สึกได้ว่า คณบดีก็ยังให้ความสำคัญกับเขาอยู่ แม้อยู่ไกลก็ยังไม่ทิ้งโอกาสที่จะได้คุยกับพวกเขา
ตอนนี้ผมมั่นใจที่จะนำคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์สู่การใช้ e-learning แล้วครับ
อย่าเดินเร็วนักซิ เดี่ยวตามไม่ทัน
ถ้าเหงาอยู่คนเดียวอย่าหาว่าไม่เตือน
จำได้ไหม ระหว่างที่ เคาะลีฟะฮฺ อุมัรฺ อิบนุ อัลคอฏฏอบ กำลังบรรยายอยู่บนมิมบิรฺ ท่านได้สั่งการทหารของท่านที่อยู่ไกลได้
เมื่อก่อนเราจะรับรู้เพียงว่า ท่านทำได้เพราะอัลลอฮฺรักท่าน
แต่ทุกวันนี้เราทำได้แล้ว ถ้าจะไม่ขอบคุณอัลลอฮฺ เป็นการไม่สมควรแล้ว
วัลลอฮุอะลัม
รีบเดินเข้าสู่ตลาด e-learning เร็วๆๆนะคะ
จะได้กลับไปเรียนกับเขาบาง...
จริงๆ ผมว่าเรา (มหาวิทยาลัย) เดินช้าเรื่องเทคโนโลยีนะครับ เพราะถ้าเราดูจากภายนอกจะเห็นว่าเขาคาดหวังในเรื่องนี้จากเรามากทีเดียว
อีกประการหนึ่งหากเปรียบเทียบภายในอาจมองว่า ผมเดินเร็ว แต่หากเปรียบเทียบกับข้างนอก อาจถูกมองว่า ผมเดินช้าก็ได้