พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ หรือ ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ  เป็นปราสาทอีกแห่งที่สร้างโดยพระเจ้าลุควิกที่ 2 เช่นกัน จะว่าไปแล้วคนทั่วไปมักรู้จักนอยชวานสไตน์มากกว่า แต่โดยส่วนตัวแล้วแม่นีโอว่า ลินเดอร์ฮอฟก็สวยสง่าไม่แพ้นอยชวานสไตน์หรอกนะ แม้ว่าลินเดอร์ฮอฟจะมีชื่อเสียงและไซส์ที่เล็กกว่านอยชวานสไตน์มาก แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่อย่างนั้นจะได้สมญาว่า Small but Beutiful หรือ?? ลองพิสูจน์จากโปสการ์ดก็แล้วกัน แต่ก็อย่างว่าของแบบนี้แต่ละคนก็ชอบต่างกันออกไป จริงมั้ย!!           

              จากนอยชวานสไตน์ เราใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงลินเดอร์ฮอฟ จากจุดที่จอดรถ เดินขึ้นเขาเล็กน้อยก็ถึงตัวปราสาท โอ้ว!! ฉันอุทาน ด้วยว่าเห็นตัวปราสาทเล็กนิดเดียว (แอบนึกว่าเป็นตึกแถวด้วยซ้ำไป) ฝั่งตรงข้ามมีสวนขนาดย่อม มีน้ำพุพอให้ชุ่มฉ่ำใจขึ้นมาบ้าง

            ได้เวลาไกด์ท้องถิ่นก็พานำชมห้องต่างๆ ซึ่งมีเพียง 9 ห้อง  ไม่น่าเชื่อว่าภายในจะสะท้อนถึงจินตนาการ และเทคนิคล้ำยุคในสมัยนั้น เช่น บัลลังก์เปลือกหอย เครื่องปั่นไฟในถ้ำเพื่อจุดประกายใต้น้ำ โต๊ะเสวยที่มีกลไกสำหรับเสิร์ฟอาหารนั่นคือ อาหารจะถูกจัดวางพร้อมเครื่องใช้แล้วพื้นตรงหน้าเก้าอี้ของพระองค์จะเปิดออก โต๊ะอาหารที่พร้อมเสวยจะถูกชักรอกขึ้นไปปรากฎตรงหน้าพระพักตร์ให้เสวยได้ตามพระทัย เมื่อเสวยเสร็จ ก็จะทรงสั่นกระดิ่ง กลไกที่พื้นจะเปิดออกแล้วโต๊ะอาหารก็เลื่อนลงไปข้างล่างอีกครั้ง ....เป็นไงหล่ะทีเด็ดมั้ยไอเดียของคนยุคนั้นนะเนี่ย แต่แม่นีโอกลับรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงตัวตนของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 เป็นอย่างดีในเรื่องของจินตนาการ และความสันโดษนะ เพราะขนาดเวลาเสวยยังไม่ชอบให้ข้าราชบริพารมายุ่มย่ามเลย

            ภายในลินเดอร์ฮอฟแม้จะไม่ใหญ่โตโอ่อ่า แต่แม่นีโอว่าวิจิตรพิสดารไม่น้อย ห้องหับต่างๆ จะประกอบด้วยโทนสีแตกต่างกันไปคนละ theme เลย  แต่อลังการงานสร้างมั่กมากทั้งข้าวของเครื่องใช้ โคมไฟระย้า นี่หล่ะ! เล็กพริกขี้หนูของแท้ ห้องที่แม่นีโอชื่นชอบที่สุด เห็นจะเป็นห้องกระจก (Mirror room) ด้วยเทคนิคที่นำกระจกมาส่องตรงกัน 2 ฟากฝาผนัง เมื่อเรามองเข้าไปในกระจก จะรู้สึกเหมือนห้องนี้กว้างยาวสุดกู่ ไม่มีที่สิ้นสุดเลย  

ห้องนี้หล่ะที่แม่นีโอชอบ.....Mirror room 

            น่าเสียดายที่เขาห้ามถ่ายรูปภายในห้องต่างๆ จึงได้แต่ซื้อโปสการ์ดติดไม้ติดมือมาเป็นที่ระลึกแทน นี่หล่ะข้อดีของการเก็บสะสมโปสการ์ดหล่ะ อย่างน้อยก็ได้ชื่นชมภาพที่ไม่สามารถถ่ายเองได้หล่ะ (มีคนแอบค้อนว่า ไปไหนมาไหนที แม่นีโอหมดค่าโปสการ์ดไม่น้อย....จริงๆ แล้วคือพ่อนีโอแอบบ่น) ราคาโปสการ์ดอยู่ที่ 0.6-0.7 ยูโร/ใบ ค่าแสตมป์ส่งกลับมาเมืองไทย 1 ยูโร   

อ่าน เยือนปราสาทสวยแห่งบาวาเรีย : ตอน ปราสาทโฮเฮนชวานเกา VS เฮเร็นคีมเซ