เมื่อวันที่ ๑-๔ กรกฏาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต ๓ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ "ถอดประสบการณ์" กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่โรงแรมวินเซอร์สวีท สุขุมวิท ๒๐ กรุงเทพมหานคร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหมายถึงสาระการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนเป็นคนดี โดยสพฐ.คัดเลือกจากโรงเรียนที่มีกิจกรรมเป็น Best Practice เขตพื้นที่ละ ๑ โรงเรียน มีจำนวนครูผู้เข้าร่วมเพียง ๑๐๖ คนจาก ๑๒๐ โรงเรียนที่ถูกคัดเลือก ให้แต่ละคนเขียนเล่าประสบการณ์การจัดกิจกรรมของโรงเรียนให้ครอบคลุมบริบท แรงบันดาลใจ เป้าหมาย กระบวนการนำไปสู่ความสำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับประโยชน์ ปัญหาอุปสรรค แนวทางการแก้ไขปัญหาและการสะท้อนความคิด...ซึ่งควรสื่อให้ผู้อ่านหยั่งรู้ว่าเขียนจากความเป็นครูและถอดจิตวิญญาณของครูออกมาอย่างแท้จริง
บทเขียนของฉัน "นักเรียนจิตสาธารณะและธรรมาภิบาล" จัดหน้ากระดาษโดยโปรแกรม Microsoft Offoce Publisher 2007 ฉันคงไม่สามารถบอกได้ว่าตนเองเป็นครูผู้มีจิตวิญญาณแค่ไหน เพียงแต่รู้ว่าได้ทำหน้าที่ของครูคนหนึ่งเท่านั้น...ขอฝากผลงานมาให้อ่านเล่น ๆ
จิตสาธารณะและธรรมาภิบาลเป็นสิ่งที่สร้างได้ด้วยกิจกรรมที่เหมาะสมและสร้างสรรค์ หากคนในสังคมเป็นผู้มีจิตสาธารณะ มีความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือเอื้ออาทร แบ่งปันและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จะทำให้คนในสังคมมีความสุข การฝึกให้นักเรียนเป็นผู้มีคุณลักษณะจิตสาธารณะและฝึกปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันตามพื้นฐานหลักธรรมมาภิบาล จึงนับว่าเป็นทางเลือกที่ดี
โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านซำรู้ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ๒๒ กิโลเมตร และห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต ๓ ประมาณ ๑๑๐ กิโลเมตร โรงเรียนตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ ชื่อโรงเรียนบ้านซำรู้ ภายหลังได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "วิทยสัมพันธ์" ปัจจุบันมีนักเรียน ๒๘๗ คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีครู ๑๖ คน ซึ่งครูทุกคนเดินทางมาจากตัวอำเภอและจังหวัดแบบเช้าไปเย็นกลับ
การทิ้งขยะเกลื่อนกลาด การขีดเขียนโต๊ะเก้าอี้ การทำลายทรัพย์สมบัติของสาธารณะอื่น ๆ การทำลายต้นไม้ใบหญ้า การไม่มีระเบียบวินัย การแต่งกายไม่เรียบร้อย การไม่มีสัมมาคารวะและความไม่สุภาพอ่อนโยนยังมีปรากฏให้เห็น รวมทั้งไม่มีการเอื้ออาทรต่อกัน แม้ว่านักเรียนจะได้รับการอบรมสม่ำเสมอ ตักเตือนและดุด่าว่ากล่าว รวมทั้งการลงโทษแล้วก็ตามนักเรียนยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างค่อนข้างถาวร
เมื่อศึกษาสภาพบริบทและความเป็นอยู่รวมทั้งวิถีชีวิตของนักเรียนและชุมชน พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ขาดแคลน ผู้ปกครองหาเช้ากินค่ำ ทอดทิ้งบุตรหลานให้อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายที่ไม่รู้หนังสือ อีกทั้งนักเรียนจำนวนหนึ่งถูกทอดทิ้งให้อยู่ดูแลตนเองตามลำพัง และนักเรียนร้อยละ ๗๐ อยู่ในสภาพบ้านแตกเนื่องจากพ่อแม่หย่าร้าง หรือเสียชีวิตจากไป ซึ่งวิถีชีวิตของคนในชุมชนไม่มีแบบอย่างที่ดี การเล่นการพนันและการดื่มสุราเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่นักเรียนเห็นมาตั้งแต่เด็ก รวมทั้งการมีครอบครัวก่อนวัยอันสมควร การแก้ไขปัญหาของครูจึงไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมเรียนรู้ศึกษาดูงานที่งานวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ฟัง ดร.สุพักตร์ พิบูลย์ กล่าวว่า “มีความต้องการเห็นวิจัยด้านจิตสาธารณะบ้าง” ทำให้ผู้เขียนไปศึกษาค้นคว้าความหมายของคำว่า “จิตสาธารณะ” และนำมาวางแผนกำหนดรูปแบบจัดการกับปัญหาของนักเรียนข้างต้น
การนำ “จิตสาธารณะ” มาใช้ในการแก้ปัญหา ได้เริ่มขึ้นที่ห้องแนะแนวโดยได้ทดลองกับนักเรียนกลุ่มเล็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ จำนวน ๘๐ คน เพื่อให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยนักเรียนเอง เพราะว่านักเรียนมีความเข้าใจที่มาของปัญหาได้ดีกว่าครู ตามวิธีการและขั้นตอนดังนี้
๑. นักเรียนแบ่งตนเองออกเป็นกลุ่มละ ๑๐ คน คละความสามารถวัดระดับศักยภาพด้านความดีและคนที่เคยสร้างปัญหา โดยนักเรียนประเมินตนเองว่าเป็นคนดีในระดับใดบ้าง ในตอนแรกจะมีเด็กดีรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน เด็กที่มีปัญหาจะอยู่ด้วยกัน ภายหลังกลุ่มเด็กดีได้แยกกันออกไปกระจายอยู่ตามกลุ่มต่าง ๆ และชักชวนให้เพื่อนที่มีปัญหามาอยู่ในกลุ่มด้วยกัน
๒. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันบอกปัญหาที่นักเรียนเคยทำและเคยพบในโรงเรียน แล้วออกไปเขียนปัญหาบนกระดาน ทำให้ได้ปัญหา ๒๖๓ ประเด็น และรวบรวมปัญหาที่คล้ายกันเรียงลำดับใหม่จากปัญหาที่ง่ายนักเรียนสามารถแก้ได้มี ๖๒ ประเด็น พบปัญหาที่รุนแรงคือการดื่มสุรา เล่นการพนัน มีเพศสัมพันธ์และออกโรงเรียนกลางคัน ลักขโมยเงินของครู เงินเพื่อน ขโมยสิ่งของชาวบ้าน จุดไฟเผาป่าและขว้างปาหน้ารถยนต์
๓. นำปัญหาจำนวน ๖๒ ประเด็น มาทำแบบสำรวจ ว่านักเรียนแต่ละคนเคยทำพฤติกรรมที่เกิดปัญหาในข้อใดบ้าง หรือไม่เคยทำ
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเสนอว่าจะจัดการอย่างไรกับปัญหาทั้ง ๖๒ ประเด็น นักเรียนได้ให้ข้อเสนอว่า ควรจำแนกกลุ่มปัญหาเป็น ๓ กลุ่มคือ
๔.๑ การรักษาความสะอาดของบริเวณโรงเรียน อาคารเรียน ห้องน้ำนักเรียนห้องน้ำครู ไม่ทิ้งขยะ ไม่ทำลายทรัพย์สมบัติ ไม่ติดสารเสพติด รักนวลสงวนตัว ไม่มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน
๔.๒ การรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายต้นไม้ใบไม้ ไม่เดินลัดสนาม ไม่เผาขยะไม่เผาป่า ปิดน้ำ ปิดไฟในห้องเรียน การดูแลและปลูกต้นไม้ และการจัดบรรยากาศภายในชั้นเรียนให้น่าอยู่ รณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อม
๔.๓ การมีความเอื้ออาทรต่อเพื่อน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและดูแลคนรอบข้างและการมีน้ำใจต่อบุคคลอื่น ๆ การช่วยเหลือผู้สูงอายุ และมีความรักความเมตตาต่อสัตว์ ไม่รังแกสัตว์ รวมทั้งการไปรับใช้สังคมเมื่อมีโอกาส
๕. นักเรียนช่วยกันเสนอว่า การจัดกิจกรรมควรแบ่งนักเรียนรับผิดชอบเป็น ๓ กลุ่ม มีนักเรียนรุ่นพี่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เป็นผู้นำกิจกรรม ดังนี้
๕.๑ กิจกรรมหัวใจสีขาว ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการรักษาความสะอาดและแก้ปัญหาในข้อ ๔.๑ การรณรงค์ต่อต้านการใช้สารเสพติด และการรักนวลสงวนตัวไม่ออกโรงเรียนกลางคัน
๕.๒ กิจกรรมหัวใจสีเขียว ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการรักษาสิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาในข้อ ๓.๑ การรณรงค์การอนุรักษ์ธรรมชาติ
๕.๓ กิจกรรมหัวใจสีชมพู ทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านความเอื้ออาทร การแสดงความรัก ความสามัคคี การช่วยเหลือและแบ่งปัน
กิจกรรมนี้เริ่มขึ้นปีการศึกษา ๒๕๔๗ โดยกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ ทำเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนทั้งโรงเรียน มีการถอดบทเรียนร่วมกันพบว่านักเรียนมีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาทำให้นักเรียนทั้งโรงเรียนมีมารยาทงามไหว้สวย ช่วยกันทำงานในโรงเรียนโดยไม่ต้องบอกทำให้โรงเรียนสะอาด มีน้ำใจช่วยเหลืองานของครูและมีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนและคนรอบข้างได้ดีขึ้น
ปีการศึกษา ๒๕๔๙ ผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูมีความเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ จึงวางแผนร่วมกันในที่ประชุมให้นักเรียนทุกชั้นได้ปฏิบัติตาม โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เป็นผู้นำกิจกรรม และได้ประเมินผลร่วมกันพบว่า
นักเรียน “ต้องการร่วมคิด ร่วมทำและร่วมกันแก้ปัญหา และมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้”
ครูมีความเห็นว่า “นักเรียนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมด้านจิตสาธารณะดีขึ้น มีความรับผิดชอบและช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อครูและเพื่อน
ส่วนผู้เขียนได้พบว่า “หลักการอยู่ร่วมกันแบบธรรมาภิบาลได้เกิดขึ้นในกระบวนการของนักเรียนมาตั้งแต่การเริ่มแบ่งกลุ่มสามารถวิเคราะห์ตนเอง และมีความเอื้ออาทรต่อกัน และให้การยอมรับเพื่อน"
ปีการศึกษา ๒๕๕๐ กิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะ ทำไปอย่างต่อเนื่อง ครูคอยควบคุมดูแลและให้ความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา เมื่อนักเรียนประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้พบว่ามีปัญหาที่ติดตามมาอยู่เสมอเช่น การขาดความรับผิดชอบในนักเรียนบางคน บางกลุ่มยังมีผลการปฏิบัติได้ไม่เป็นที่พอใจ
ภายหลังที่ผู้เขียนได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ พบว่าของหมู่บ้านดีเด่นที่จังหวัดหนึ่งเชียงราย ซึ่งมีผู้พ้นโทษและเคยถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำด้วยคดีการค้ายาเสพติดเป็นจำนวนมาก แต่ได้รับการยอมรับและสมาชิกในหมู่บ้านให้โอกาส ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ เพราะผู้นำหมู่บ้านยึดการปกครองแบบธรรมาภิบาล และนำข่าวนั้นมาให้นักเรียนอ่าน
นักเรียนได้ช่วยกันวิเคราะห์ความหมายและศึกษาเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของหมู่บ้านแห่งนี้ และร่วมกันอภิปรายว่าธรรมาภิบาลเป็นระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหมายถึง แนวทางในการจัดระเบียบเพื่อให้สังคมของประเทศ และสามารถเลือกปฏิบัติตามวัยและวุฒิภาวะของนักเรียน ซึ่งสรุปได้ดังนี้
๑.หลักนิติธรรม(The Rule of Law) หมายถึง การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ของโรงเรียน
๒. หลักคุณธรรม (Morality) หมายถึง การยึดมั่นในความถูกต้อง ดีงาม เพื่อให้มีคุณธรรมพื้นฐาน ๙ ประการคือขยัน ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด ประหยัด สามัคคี มีน้ำใจ และกตัญญู
๓. หลักความโปร่งใส (Accountability) หมายถึง การที่ให้แง่มุมในเชิงบวก และให้ความสนใจในเชิงสงบสุข โดยจะเป็นผู้ที่มีความสุจริต และบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้
๔. หลักการมีส่วนร่วม (Participation)หมายถึง การให้โอกาสให้เพื่อน ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และหรือ คณะทำงานโดยให้ข้อมูล ความคิดเห็น แนะนำ ปรึกษา ร่วมวางแผนและร่วมปฏิบัติ
๕. หลักความรับผิดชอบ (Responsibility )หมายถึง การตระหนักในสิทธิและหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบของนักเรียนต่อตนเองและสังคม การใส่ใจปัญหาการบริหารจัดการ การกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา และเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง รวมทั้งความกล้าที่จะยอมรับผลดีและผลเสียจากกระทำของตนเอง
๖. หลักความคุ้มค่า(Cost – effectiveness or Economy) หมายถึง การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้นักเรียนมีความประหยัด ใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างคุ้มค่า และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียนได้สอบถามความต้องการของนักเรียนทำให้ทราบว่านักเรียนมีความสนใจจะนำหลักธรรมาภิบาลมาทดลองใช้แทน “สภานักเรียน” บ้าง ผู้เขียนจึงได้นำเสนอต่อที่ประชุมโรงเรียนและได้รับความเห็นชอบเปลี่ยนสภานักเรียนไปเป็น “นักเรียนธรรมาภิบาล”
กลุ่มนักเรียนธรรมาภิบาลได้สืบสานกระบวนการนักเรียนจิตสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารโรงเรียนและการประชุมครูจึงมีมติว่าให้มีการนำ “จิตสาธารณะ” ไปบูรณาการสู่กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และจัดตั้ง “นักเรียนธรรมาภิบาล” ให้ทำหน้าที่ปกครอง ดูแลกันเอง โดยมีครูทุกคนเป็นที่ให้คำปรึกษา รวมทั้งทำหน้าที่ดำเนินกิจกรรมหน้าเสาธง และการเป็นพิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการของกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น
กิจกรรมที่นักเรียนร่วมกันทำด้านจิตสาธารณะเป็นประจำวัน โดยตอนเช้าเมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนแล้วและก่อนหลังเลิกเรียนนักเรียนจะทำกิจกรรม ”หัวใจสีขาว” ทั้งโรงเรียนโดยไม่ต้องบอก โดยมีผู้นำกลุ่มเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ส่วนกิจกรรมหัวใจสีเขียวและกิจกรรมหัวใจสีชมพูนักเรียนจะปฏิบัติทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ส่วนคณะนักเรียนธรรมาภิบาลจะมีการประชุมทุกวันพุธหลังเลิกเรียน แบ่งหน้าที่ไปติดตามปัญหาจากครูเวรประจำวัน ข่าวเหตุการณ์เพื่อมานำเสนอหน้าเสาธง และหากมีนักเรียนทำผิดระเบียบหรือทะเลาะวิวาท ประธานนักเรียนและคณะกรรมการที่มีหน้าที่จะนำนักเรียนไปพบและช่วยไกล่เกลี่ยแก้ปัญหา ถ้าหากเป็นกรณีที่รุนแรงก็จะลงโทษโดยวินัยเชิงบวกคือมอบหมายงานที่สร้างคุณค่าให้เช่นการล้างห้องน้ำ การถอนหญ้าหรือการรดน้ำต้นไม้ และคณะนักเรียนธรรมาภิบาลได้รับโอกาสจากโรงเรียนให้เข้าร่วมประชุมกับคณะครูและผู้ปกครองเป็นครั้งคราว
ปีการศึกษา ๒๕๕๑ นักเรียนได้ร่วมใจกันไปทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนคือกิจกรรม CSR เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน กิจกรรมการเรียนรู้ภูมิปัญญา “โครงงานเติมรักปรุงรสวิถีไทย” ช่วยเหลือชาวบ้านนำใบกะทอนมาทำน้ำปรุงรส ซึ่งทำได้ปีละครั้ง ระหว่างเดือนมีนาคมของทุกปี น้ำปรุงรสสามารถใช้แทนน้ำปลา เหยาะใส่น้ำพริกและทำน้ำปลาหวานได้รสชาติดี
ปีการศึกษา ๒๕๕๒ นักเรียนนักเรียนได้ร่วมใจกันทำกิจกรรมในโรงเรียนคือการแสดงความกตัญญูในวันไหว้ครู จากการเรียนรู้บทความจิตตปัญญา โดยจัดทำอาหารพื้นบ้านมาเลี้ยงครู การบีบนวด และล้อมวงบอกรักคุณครู และกิจกรรมในชุมชนคือกลุ่มการดูแลผู้ป่วยเบาหวานซึ่งมีมากในชุมชน โดยการไปแนะนำให้ความรู้ในการปฏิบัติตนเองของผู้ป่วย การบีบนวดและให้กำลังใจ กลุ่มการรณรงค์ต่อต้านการใช้สารปรุงแต่ง เนื่องจากคนในชุมชนนิยมบริโภคสารปรุงแต่งอาหาร สารชูรสและสีผสม กลุ่มการเก็บขยะรอบ ๆ บริเวณในชุมชน โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันหยุด
ปีการศึกษา ๒๕๕๓ นักเรียนได้ร่วมใจกันไปทำกิจกรรมในโรงเรียน ซึ่งนักเรียนร่วมกันคิดร่วมกันทำ ครูเป็นเพียงป็นที่ปรึกษาเท่านั้น คือการแสดงความกตัญญูในวันไหว้ครู โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น ๑๗ กลุ่มทำความสะอาดโรงเรียนได้แก่การทำความสะอาดกำแพง การทำความสะอาดห้องน้ำ การเช็ดถูรอยสกปรกบริเวณอาคาร การเก็บใบไม้ การพรวนดินต้นไม้ การดายหญ้า และการปลูกต้นกล้วย ภายหลังมีการโหวตเลือกกิจกรรมประทับใจคือ “การปลูกต้นกล้วย” คณะผู้นำนักเรียนธรรมาภิบาลรับหลักการว่าจะมีการปลูกกล้วยกันทั้งโรงเรียนเท่ากับจำนวนนักเรียนในโรงเรียน ส่วนนักเรียนชั้นโตจะปลูกให้น้องเล็ก ๆ คนละ ๑ ต้น นักเรียนคนที่ทำผิดกฏระเบียบจะถูกลงโทษจากคณะกรรมการนักเรียนธรรมาภิบาลให้ไปขุดหลุมสำหรับต้นกล้วยแล้วแต่กรณี
การจัดกิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะและนักเรียนธรรมาภิบาลส่งผลให้เกิดคุณค่าต่อผู้มีส่วนร่วม ดังต่อไปนี้
ผลที่เกิดกับนักเรียน ทำให้นักเรียนมีความตระหนักในสำนึกจิตสาธารณะ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ทำลายทรัพย์สมบัติของส่วนรวม ไม่ทำลายต้นไม้ใบไม้ ไม่เดินลัดสนามหญ้า ยกเว้นนักเรียนชั้นเล็ก ๆ และนักเรียนเข้าใหม่ มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อคนรอบข้างรับใช้ครูและบุคคลอื่น โดยไม่ต้องบอก มีมารยาทงามไหว้สวย มีความมั่นใจในการแสดงออก กล้าเสนอความคิดเห็น กล้ารับผิด มีความรักความสามัคคีกันมากขึ้น ลดปัญหาการออกโรงเรียนกลางคันและการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนลงได้ติดต่อกัน ๓ ปี
ผลที่เกิดขึ้นกับครู ครูมีความพึงพอใจที่เห็นนักเรียนมีพฤติกรรมจิตสาธารณะสูงขึ้น ได้ลดบทบาทการปกครองดูแลลง นักเรียนไม่ขาดเรียนและไม่หนีเรียน ส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ ได้รับการพัฒนาไปตามลำดับ ได้รับคำชมเชยจากผู้ปกครองว่าดูแลเอาใจใส่และให้การอบรมนักเรียน ครูได้แนวทางของการใช้วินัยเชิงบวกและการสร้างคุณค่าความภาคภูมิใจในตนเอง (Self Esteem) เพราะผลของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน
ผลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน ทำให้ระบบการบริหารจัดการมาจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพราะมีนักเรียนเป็นตัวเชื่อมโยง เป็นที่สนใจของผู้ใหญ่ใจดีมาสนับสนุนให้ทุนการศึกษา จัดตั้งถังน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำ มอบจักรยาน บริจาคต้นไม้ เครื่องมือการเกษตร ลูกหมูเหมยซาน นักวิชาการอิสระมาจัดค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายเยาวชน ค่ายดูดาว และสื่อมวลชนให้ความสนใจมาให้ความอนุเคราะห์ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ “สำนึกพลเมืองดี” รายการ “เทิดไท้องค์ราชันย์” และรายการ “เยาวชนคนเก่ง”
ผลที่เกิดขึ้นกับชุมชน ผู้ปกครองมีความสุขที่ได้เห็นบุตรหลานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีความสนใจให้ความร่วมมือในการพัฒนาและกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น องค์การบริหารส่วนตำบลให้การสนับสนุนช่วยเหลืองบประมาณสำหรับการจัดกิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมอื่น ๆ
กิจกรรมจิตสาธารณะที่นักเรียนได้ร่วมมือกันฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน มีความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจเอื้ออาทร มีสัมมาคารวะ กล้าแสดงความคิดเห็นและการยอมรับซึ่งกันและกันอันเป็นพื้นฐานของความเป็นธรรมาภิบาล ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่สร้างได้โดยผ่านกระบวนการฝึกด้วยกิจกรรมที่เหมาะสมและสร้างสรรค์ มีครูเป็นผู้ปรึกษาและให้กำลังใจ
ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จในการจัดกิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะและนักเรียนธรรมาภิบาล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเริ่มต้นจากห้องเรียนโดยครูและนักเรียนเพียงกลุ่มหนึ่ง ถ้าหากผู้บริหารโรงเรียนไม่สนับสนุนส่งเสริม ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ หรืออาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนบางกลุ่มบางคนเท่านั้น เพราะครูผู้สอนไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการองค์กร และที่สำคัญ “จิตวิญญาณของครู” ที่มีความมุ่งมั่นสร้างความศรัทธาให้เกิดการยอมรับและได้รับกำลังใจจากเพื่อนครู
ถอดวิญญาณ ... นี่มันสยองนะครับ คุณครูคิม ;)
ขอเอาไปใช้นะครับ พี่คิดผมเอาไปใช้ ขอเอาจิตวิญญาณอาสาพี่ไปสร้างสังคมครับ
พี่เราเก่งอยู่แล้ว ซูฮกครับ
สวัสดีครับ คุณครูคิม
อ่านแล้วก็ทำให้นึกถึงตอนเรียนอยู่มัธยมเลยครับ อิอิ...
เป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริมให้ขยายออกไปสู่โรงเรียนอื่นๆเป็นอย่างยิ่ง
การทำโทษแบบนี้ที่โรงเรียนผมเขาเรียกว่า ไปทำงานโยธาครับ คือการไปขุดหลุ่มไว้ปลูกต้นกล้วย ดายหญ้า แถมมีการขุดตอไม้ออกด้วยครับ ตอนนั้นมีตอไม้เยอะเหมือนกัน
เพราะเป็นโรงเรียนพึ่งเปิดได้ไม่นานมานี้เอง
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับพี่คิม
มาชื่นชมผู้มีความมานะ มุ่งมั่นเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยเราครับ
ขอบคุณมากครับ..
สวัสดีครับ
ขอชื่นชมครับ
ดูเผินๆ เหมือนกับโครงการเล็กๆ ในชุมชนเล็กๆ เหมือนแสงจากเทียน 1 แท่ง
แต่อ่านดีๆ เป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม เป็นตัวอย่างสำเร็จรูปที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ เหมือนแสงเทียน 1 เล่มที่จะเป็นต้นแสงให้เทียนอีกหลายๆ แท่งนับร้อยนับพันได้ติดไฟเป็นพลังความสว่างแก่เด็กไทยครับ
ประทับใจ
สวัสดีค่ะพี่คิม
เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆค่ะ ขอผลบุญนี้ส่งให้ผู้ปฏิบัติดีทุกท่านเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปนะคะ
ผมว่าหัวใจอยู่ที่ตรงนี้นะครับ
นักเรียน “ต้องการร่วมคิด ร่วมทำและร่วมกันแก้ปัญหา และมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้”
ขอบคุณบันทึกดีๆที่นำมาฝากครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านจบด้วยความชื่นชมกับการจัดกิจกรรมจิตสาธารณะ
เด็กได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา เขาจะเกิดความภาคภูมิใจและรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณครูผู้เข้มแข็งค่ะ
ฝันดีนะคะ
พี่คิมคนเก่ง......
ยังคงมีสาระที่มีคุณค่าจากบันทึกนี้อีกเช่นเคย แถมยังเผื่อแผ่ให้ไอเดียเกิดขึ้นกับคนอื่นและสถานศึกษาอื่นอีกมากมาย แรงบันดาลใจล้นเหลือค่ะพี่...
เอาใจช่วยและยังคงติดตามตลอดค่ะ....
สวัสดีค่ะน้องบุษรา
สวัสดีค่ะอาจารย์Wasawat Deemarn
สวัสดีค่ะพี่ครูคิมมาเรียนรู้กับ คุณลักษณะที่เพิ่มมาในหลักสูตรใหม่ โรงเรียนเริ่มใช้หลักสูตรก็เพิ่งมาตื่นตัวและทำตามเป้าหมายค่ะลงทุกรายวิชา แต่จะขอนำบันทึกพี่ครูคิมเรียนกับหัวหน้ากิจการนักเรียนนะคะว่าควรทำเป็นโครงการและทำวิจัยควบคู่กันไป จะดีไหมค่ะ..ยังไงต้องขอปรึกษาเรื่องนี้กับพี่ครูเพราะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่นำมาให้เรียนรู้ค่ะ
สวัสดีค่ะ ผอ.พรชัย
ขอบพระคุณมากครับคุณครู กระผมนั่งอ่านและจะขอคัดลอกเก็บไว้ขอรับ
สวัสดีค่ะน้องเทพ
สวัสดีพี่ครูคิมครับ
อ่านแล้วเห็นถึงการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และ ยั่งยืน ของโรงเรียน ชุมชน และ สิ่งแวดล้อมครับ ในรอบหลายปี
เป็นการสร้างชุดความรู้ด้วยตนเอง โดยใช้หลักคิด ทักษะ จากภายนอกมาขับเคลื่อน
ครูเป็นเหมือนกระบวนกร ที่ปรึกษา ให้เด็ก กล้าคิด กล้าทำ ไม่ใช่แต่ผู้สั่งการ
คล้ายการบรหารแบบ bottom up รับฟังแล้วให้เด็กลองคิด ลองทำ ครูช่วยชี้แนะ
อ่านแล้วนำไปปรับใช้กับตัวเอง และ สังคมได้ดีนะครับ
น้อมคารวะในจิตวิญญาณความเป็นครูของพี่ครูคิมด้วยใจจริงครับ...
สวัสดีค่ะน้องKRUJOY (ครูจ่อย)