ห้องสมุดพยายามนำการตลาดมาผสมผสานในงานค่ะ ห้องสมุดดิฉันพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ในเชิงงานด้านธุรกิจเป็นเวลาหลายปีแล้วนะคะ
วันนี้ดิฉันก็เลยอยากจะแนะนำหนังสือเล่มนี้ค่ะ อาจจะเป็นหนังสือด้านวิชาการ
Marketing KPIs ดัชนีวัดองค์กรที่มุ่งการตลาด โดย ดนัย เทียนพุฒ
ฟังชื่อแล้วรู้สึกหนัก แต่ไม่เลยค่ะ ถ้าเกี่ยวข้องเรื่องงาน ดิฉันชอบการเขียนหนังสือแนวคิดด้านการบริหารจัดการองค์กร ของ ดร.ดนัย เทียนพุฒ เท่าๆ กับนักวิชาการอีกหลายท่านในสาขาอื่น
ดิฉันชื่นชอบนักวิชาการทุกท่านที่เขียนหนังสือเรื่องยากๆ แต่กลับอ่านง่าย โดยนิสัยที่คุ้นชิน (อาจจะไม่ดีนัก) เวลาเลือกหนังสือ ตัวเองจะเป็นคนเลือก เล่มทีอ่านเล่นบ้าง อ่านเอาใช้งานจริงๆ บ้าง โดยดูชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียนหรือแปล อ่านคำโปรยข้างหน้า พลิกปกหลัง ดูความหนา และราคา แล้วใช้สัญชาตญาณว่า เวลาจะอ่าน ต้องใช้เวลา สมาธิ ระดับไหน อ่านรอบแรกแค่ดูรวม ๆ รอบสองเพื่อทำความเข้าใจ และต้องมีรอบสามไหม (ถ้าต้อง) ลงมือปฏิบัติ แล้วคิดถึงเวลาว่าจะอ่านเมื่อไร ราคาก็คิดด้วยค่ะ แพงไปก็...ถ้ารอได้รอ(ลดราคา) อยากได้จริงก็...คิดดูก่อน (แย่ค่ะตัดสินใจช้าไม่เหมือนเสื้อผ้าของฟุ่มเฟือย นั่นนะแป๊บเดียว แล้วเสียใจทีหลัง)
สำหรับเล่มนี้ ดิฉันขอหยิบความจากหน้าคำนำมาฝากนะคะ
...Marketing KPIs ดัชนีวัดองค์กรที่มุ่งการตลาด โดย ดนัย เทียนพุฒ เป็นหนังสือในชุดวิสัยทัศน์และกลยุทธ เป็นผลงานของการประเมินองค์กรอย่างสมดุล (BSC : Balanced Scorecard) และดัชนีวัดผลสำเร็จธุรกิจ (KPIs : Key Performance Indicators) นำเสนอทั้งแนวคิดขององค์กรในมิติใหม่ที่มุ่งการตลาดและการวัดความสำเร็จใหม่ทางการตลาดด้วย KPIs และเป็น KPIs ที่ใหม่กว่าตำราที่ว่าด้วยการตลาดแบบเดิมๆ...
ผู้เขียนระบุชัดเจนเลยค่ะว่า หนังสือ ดัชนีวัดองค์กรที่มุ่งการตลาด หรือ Marketing KPIsเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการศึกษาวิชาทฤษฎีการตลาดขั้นสูง สอนโดย ดร.เสรี วงษ์มณฑา ในหลักสูตรการจัดการดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจรุ่นที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2547 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และกำหนดด้วยว่ารายงานการศึกษาวิชานี้ต้องทำในรูปพ็อกเก็ตบุ๊คด้านการตลาด เพื่อประโยชน์ต่อการสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางการตลาดและธุรกิจทั้งตัวนักศึกษาและการนำไปสู่ธุรกิจและสังคมในอนาคตด้วย (ซึ่งมีด้วยกันถึง 40 เรื่องแน่ะค่ะ)
ดัชนีวัดองค์กรที่มุ่งการตลาด หรือ Marketing KPIs เล่มนี้เป็นเนื้อหาใหม่ทางการตลาดที่ดร.ดนัย เทียนพุฒ ได้ผสมผสานระหว่างทฤษฎีทางการตลาดขั้นสูง ในระหว่างการศึกษาในระดับปริญญาเอกด้านการจัดการธุรกิจผนวกกับบทเรียนที่เป็นเลิศทางธุรกิจในการจัดทำ BSC & KPIs ให้กับหลายธุรกิจที่เป็นผู้นำทางกลยุทธธุรกิจ ขณะเดียวกันวิธีการสร้าง ดัชนีวัดผลสำเร็จหรือ KPIs (Key Performance Indicators) สำหรับหน่วยรบทางการตลาด หรือฝ่ายการตลาดโดยเฉพาะซึ่งถือเป็นการบุกเบิกที่เชื่อมเข้าสู่การเป็นองค์กรที่มุ่งการตลาดได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ
เนื้อหาสาระในหนังสือ ดัชนีวัดองค์กรที่มุ่งการตลาด หรือ Marketing KPIs เล่มนี้มีจำนวน 224 หน้า แบ่ง 2 ภาค และบทสรุป โดยภาคแรก กล่าวถึง การตลาดสมัยใหม่คืออะไร ภาคที่ 2 มี 2 ตอน ตอนแรกว่าด้วยเรื่อง Marketing KPIs กับองค์กรที่มุ่งการตลาด และตอนที่ 2 กล่าวเรื่องความสำเร็จของ Marketing KPIs ส่วนบทสรุปหนังสือเล่มนี้ Marketing KPIs อยู่ที่กึ๋นธุรกิจ
ลองดูสารบัญหนังสือเล่มนี้สักเล็กน้อยก่อนค่ะ

(ดูสารบัญชัดๆ ที่นี่ค่ะ ภาคหนึ่ง | ภาคสองตอนหนึ่ง | ภาคสองตอนสอง)
ดัชนีวัดองค์กรที่มุ่งการตลาด หรือ Marketing KPIs เล่มที่นำมานี้พิมพ์ครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2549) สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีให้บริการที่ห้องสมุดกลาง และคณะบริหารธุรกิจ
จัดพิมพ์และจำหน่ายโดย เอ.อาร์. อินฟอร์เมชั่น แอน พับลิเคชั่น จำกัด
ISBN 9789749847022
เลขเรียกหนังสือ 658.85 ด1511ด (ที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
ราคาเล่มละ 215 บาท

ถ้าจะเริ่มต้นจากหนังสือเล่มนี้ และท่านไม่ได้อยู่ในวงการธุรกิจ ไม่สนใจหนังสือวิชาการภาคธุรกิจเท่าใด มาเจอะเจอศัพท์ อย่างเช่น BSC เวอร์ชั่น 3.0 , B-Model หรือโมเดลธุรกิจ อาจจะงงเล็กๆ ตกใจ! ไม่แปลกค่ะ ดิฉันก็ตกใจหนักหนานักมาแล้วค่ะ
เมื่อสองปีก่อน ที่สำนักหอสมุด เรียนเชิญ ดร.ดนัย เทียนพุฒ มาบรรยายและสอนการเขียนแผนเชิงกลยุทธ์ค่ะ ก่อนจะอบรม "อ่านชื่อดูแล้ว เรื่องนี้ยาก ๆ ทำยังไงดีๆ"
ก็พยายามหาหนังสือต่างๆ ที่วิทยากรเขียน มาประกอบการทำสคริปต์แนะนำวิทยากรน่ะค่ะ (ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจจะอ่านงานเขียนอาจารย์ตั้งแต่แรกหรอกนะคะ เหตุเพราะทำหน้าที่พิธีกร (งานประจำแสนจำเจไม่ชอบแต่ไม่มีใครทำแทน)) ที่ไหนได้.....ติดใจติดตามอ่านเป็นตัวหนอนอยากเป็นนักธุรกิจ อยู่พักใหญ่
หนังสือแต่ละเล่มแต่ละเรื่องเป็นแนวการบริหารจัดการธุรกิจแทบทั้งนั้น แต่อ่านเข้าใจง่าย ใช้ได้กับระบบราชการ
จากความรู้สึกว่าเข้าใจยากเรื่อง มุมมอง BSC การวางแผนกลยุทธ์ การจัดทำ KPIs การกำหนด Output Outcomeในโมเดลธุรกิจ (B-Model) ที่ประกอบด้วย KRA (Key Result Area) หรือ ขอบเขตผลลัพธ์สำคัญ , Strategic Hypothesis (S-Ho) หรือ สมมติฐานทางกลยุทธ หรือ แผนที่กลยุทธ , KPIs ดัชนีวัดผลสำเร็จธุรกิจ เดี๋ยวนี้เข้าใจมากขึ้น แม้ว่าหนึ่งปีเขียนหนึ่งที การกลับไปเปิดตำราดูความหมาย วิธีการเขียนทุกทีก็ไม่เสียดายเวลา...ที่ทำงานมีหนังสือของอาจารย์ท่านนี้ประมาณ 44 ชื่อเรื่องค่ะ (โดนวิทยากรแซวเลยค่ะว่า แหมคุณ! มีเกือบครบ) หนังสืออาจจะเก่านานหลายปี แต่เนื้อหายังทันสมัย ใช้ได้ในปัจจุบัน ขออนุญาตนำเสนอค่ะ เช่น (เลือกเล่มที่มีบริการในหอสมุด มช. ค่ะ)
- ดัชนีวัดองค์กรที่มุ่งการตลาด = Marketing KPIs กรุงเทพฯ : เอ.อาร์. อินฟอร์เมชั่น แอน พับลิเคชั่น จำกัด, 2549
- ดัชนีวัดผลสำเร็จธุรกิจ (KPIs) และการประเมินองค์กรแบบสมดุล (BSC : The Balanced scorecard)กรุงเทพฯ : ดี เอ็น ที คอนซัลแตนท์, 2546
- วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ = Strategic profile กรุงเทพฯ : บุ๊คแบงก์, 2540
- สุดยอดความสำเร็จขององค์กร กรุงเทพฯ : ดี เอ็น ที คอนซัลแตนท์, 2546
อ่านหนังสือของ ดร.ดนัยแล้ว ลองดั้นด้นค้นต่อไปเรื่อยๆ จนเจอบล็อกที่ ดร.ดนัย เทียนพุฒ สะสมความรู้ในด้านการจัดการธุรกิจ กลยุทธ การบริหารคน รวมถึงปัญหาการวิจัยทางธุรกิจ ที่ระบบราชการนำมาใช้ได้ค่ะ (แหมย้ำจังนิ ก็อยู่ในระบบราชการนี่คะ)
แนะนำ DNTBook
นี่ค่ะที่อยากแนะนำค่ะ และก็เป็นหนี้เป็นสินคุณพี่เอื้องแซะ มาพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ
คุณพี่ขา มาชำระหนี้สินให้แล้วนะคะ แถมดอกเบี้ยด้วย

หนังสือวิชาการสมัยนี้ ผู้เขียน เขียนสนุก ทำให้ติดตามอ่านโดยไม่รู้สึกว่ากำลังอ่านหนังสือตำรานะคะ ใครมีหนังสือตำราอ่านสนุก ๆ แต่ได้ความรู้ที่ขม ๆ โดยไม่ต้องหลับตาปี๋ บ้างไหมค่ะ จะไปติดตามมาอ่าน
ขอบคุณค่ะอาจารย์ขจิต กะปิก็กะปินะคะ ทำน้ำพริกกินกับผักลวกและปลาทู อร่อย
น่าลองดูกับโมเดลปลาทูในงานเค็ม (เค+เอ็ม)นี้เนอะ...เอาเพลงไทยแบบเด็กแว๊นชอบฟังดีไหมคะ เพลงอะไรไม่รู้ฟังไม่ทันพูดเป็นรถด่วนไฟฟ้าเลย พูดภาษาไทยหรือเปล่านะนั่น...ไว้ถามเด็กน้อย ก่อนค่ะ ^--^
สวัสดีครับ
ไว้คุณดาวลูกไก่เล่าให้ฟังดีกว่า
การตลาดกับ KPI ไม่ค่อยรับทราบเท่าที่ควร
แต่ก็น่าสนใจดี อาจนำการตลาดไปใช้กับ...กลุ่มจุดเริ่มต้นของหัวใจได้บ้าง
^^#^^
น้องจ๋าอ่านได้เกือบทุกแนว ยกเว้นประเภทนี้ที่ไม่ได้อ่าน zzzZZZZ
สวัสดีค่ะพี่ดาวลุกไก่คะ
สายแล้วนะ ทำไมยังไม่มาอีก ^^ ก็อยากลองอ่านดูเหมือนกันประเภทนี้ แต่..ก็คิดว่าซื้อมาอ่านก็คงจะไม่รู้เรื่อง แถมสปอนเซอร์ก็คงจะไม่ปิ๊งหนังสือประเภทนี้ไง ก็เลยทำให้เราห่างไกลกันฉะนี้
วิธีสั่งหนังสือของน้องจ๋าก็คือ..รอเจ้คนสวย(ลูกสาวเจ้านาย)อารมณ์ดีๆ แล้วเอื้อนเอ่ยออกมาว่า "ต้อมมม..อยากอ่านหนังสืออะไร บอกมาซิ เดี๋ยวเค้าจะได้ไปซื้อ"
อุ๊ย ที่น้องจ๋าซื้อเองก็มีนะจ๊ะ ประเดี๋ยวจะหาว่าเรางก
น้องจ๋า...มาแล้ว กระเป๋าเบาไปแล้ว จอคอมที่บ้านพัง ตบมันหลายครั้งหลายหน (คำแนะนำจากมืออาชีพเชียวนะ) ในที่สุดก็ได้เวลา แต่ยังไม่มีแรงพอจะประกอบมันได้ ขอแรง 70 โลของน้องหน่อย นะจ๊ะ ^__^..ลองอ่านหนังสือแนวหิน(ความหนัก)ดูก็ไม่เลวนะจ๊ะ..
คุณน้องคนไม่มีราก ค่ะ
ต้องเรียกว่ามืออาชีพจริงค่ะ จะเลือกหนังสือสักเล่ม ดูปกหลังก่อนก็สามารถบอกได้ว่า เสียตังค์ไหม นะคะ... แต่ไม่เสียตังค์เลยนี่ก็ดับเบิ้ลหนอนเลยหรือเปล่า...เป็ดพะโล้ ไก่พะโล้ หมดแล้วค่ะ ทานได้ตั้งหลายมื้อเลยแน่ะ
คุณวัชรา ทองหยอด แหมเดี๋ยวนี้นอนดึกนะคะ ติด ADSL แล้วละสิ จอ LCD นะ ได้มาแล้วนะคะ แต่ยังไม่ได้อ้อนคุณซะมีเลยค่ะ เดี๋ยวหาจังหวะเหมาะๆ ก่อน คูณสักสามเท่า นะคะ(ดูละครมองย้อนดูท่าตน)
ติด ADSL ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว หลังจากเจ้า Modem ใช้งานได้ไม่ดี
หัดนอนดึกไว้ กะว่าจะไปสมัครเป็น รปภ. บพส.
ถ้าอ้อนคุณซะมีบวกดอกด้วยสักสิบเท่า...เผื่อไว้...เมื่อมีโอกาสได้อ้อน
ดีใจด้วยค่ะคุณ วัชรา ทองหยอด เป็น...
ต้องระวังลูกสาวยึด ADSL เข้าบ้างล่ะค่ะ
ที่บ้านต่อแบบพ่วงได้ แต่ลูกเค้าไม่ยอมให้เล่นใกล้กัน กลัวความลับแตกมั้งคะ คิดดูสิคะ สายตายาว + จอใหญ่ๆ
แต่เธอคงกลัวความเร็วไม่ปรู๊ดปร๊าดดั่งใจค่ะ(วัยรุ่นก็แบบนี้นะคะ)
ADSL หลังเขา เจ้านายเป็นคนจ่ายกะตังค์ ^^
สวัสดีค่ะคุณดาวลูกไก่
ขอบคุณสำหรับข้อมูลหนังสือดีๆ ค่ะ :)
ทำงานใกล้หนังสือก็ดีนะคะ จะได้อ่านหนังสือดีๆ
ขอบคุณค่ะ
เฮ้ ต้องถามว่า เนปาลี ตัวจริงหรือเปล่า กี่โมงแล้วน้องจ๊ะ ไม่กลับบ้านกลับช่อง...
ขอบคุณสำหรับการแนะนำหนังสือดีๆค่ะ
นั่น อ. ขจิต ฝอยทอง มาอยู่มช.สิคะ ไปทางไหนก็มีแต่wireless รุมเร้า เปิดNotebook เมื่อไร ยังกับลูกโป่ง แตกโป๊ะเป๊ะ...ไปกินปูนิ่มปูไข่ไหมคะ...ครูปูเอาน้ำจิ้มมาล่อไว้ค่ะ (ในบันทึกไหนสักแห่งลืมแล้ว หาดูเองนะคะน้องชาย ได้ปูมาสามตัวแน่ะ อิอิ)
ระวังค่าโทรมือถือบานนนนน
คุณjaewjingjing คะ หนังสือดีๆ มีเยอะจังนะคะ ตามเค้า(หนังสือ)ไม่ค่อยทันค่ะ อยากอ่านนั่นอยากอ่านนี่ ในเวลาเดียวกัน เอ้าเดี๋ยวหนังสือใหม่ออกมาอีกแล้ว เคยอ่านสถิติการผลิต จำหน่ายหนังสือ จำไม่ได้ว่าวันละกี่เล่ม แต่รู้ว่าเยอะมาก...ไว้ต้องลองค้นข้อมูลดู เพราะจำได้ว่า อึ้ง...ค่ะ เราเหลือแค่ดักแด้ที่กำลังชักใยได้สักกี่เส้นเอง...ยังไม่พอเป็นหนอนหนังสือนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ Sasinanda
หนังสือหนักๆ ไม่ชอบอ่านเท่าไรเลยค่ะ แต่นึกถึงงานที่ทำ คิดว่าควรรู้ให้ลึกจริงๆ จะได้มั่นใจการทำงานค่ะ
รู้สึกดีจังค่ะ สมัยนี้มีหนังสือเข้าใจยากแต่คนเขียนทำให้เข้าใจง่ายนะคะ และไม่ค่อยหวงความรู้ด้วยนะคะ
ได้ความรู้จากบันทึกคุณ Sasinanda มาก็เยอะมากเลยค่ะ เวลาเข้าวงสนทนากับเพื่อนๆ ยังหยิบไปอ้างอิงค่ะ แล้วชวนเพื่อนไปอ่านเรื่องอื่นๆ อีกมากมายด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะ
พี่จ๊ะ..
รู้ไหมว่าเพราะอะไรต้อมถึงอยากมี blog เป็นของตัวเอง? เพราะโผล่มาจากตรงไหนก็ไม่รู้ สู่ G2K แล้วก็ได้อ่านบันทึกของคุณพี่ศศินันท์ไง อิอิ ..แรงบันดาลใจให้อยากมี blog เป็นของตัวเอง