หลังจากที่ท่านอาจารย์จิตเจริญ  ได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยมหาสารคามไปร่วมประชุมกับ สกอ. ในการเตรียมพร้อมเพื่อเป็นหน่วยฝึกอบรมผู้ประเมินคุณภาพภายใน หลักสูตรของ สกอ. ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 50 ที่จะถึงนี้

ผมขอขยายความข้อความจากบันทึกของท่านอาจารย์จิตเจริญจากบันทึก (ฅน คอ QA) ที่ว่า

"....ในการนี้จะรับรุ่นละ ๔๐ ท่าน และ วิธีการจะมีที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจะผนวกเป็นการประเมินคุณภาพ ภายในประจำปีการศึกษา ๒๕๔๙ ไปในคราวเดียวกัน ครับ...."

  • ปกติจะใช้คณะเพียง 1 คณะเท่านั้น เป็นหน่วยรับตรวจ
  • แล้วแบ่งกลุ่มผู้รับฝึกอบรมประมาณเป็น 6-8 กลุ่ม ทำการเวียน เปลี่ยนฐานกันไปให้ครบทุกภาควิชา หรือสาขาวิชา ซึ่งทำให้ผู้รับผิดชอบข้อมูลในแต่ละฐาน หรือภาควิชา หรือสาขา วิชาต้องทำงานหนักมาก กว่าจะเสนอข้อมูล ตอบคำถามครบทุกกลุ่ม เหมือนเปิดเทปม้วนเดียวหลายครั้ง
  • ซึ่งก่อนที่ท่านอาจารย์จิตเจริญ จะเดินทางไปเจรจากับ สกอ. นั้น ท่านก็ได้เสอนแนวคิดที่ว่า ไหน มมส. เราก็มีแผนที่จะทำการประเมินคุณภาพภายใน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เราจะเป็น site assessment ให้ สกอ. อยู่แล้ว ก็ถือโอกาสนี้ รวบเข้าเป็นกิจกรรมเดียวกันเลยจะดีกว่า
  • ซึ่งทาง สกอ. ก็ โอเคกับแนวคิดนี้ และก็คล้ายกับ ม.สุรนารี
  • แนวทางคือว่า ให้ทุกคณะเป็น site ในการฝึกอบรมครั้งนี้ พร้อมๆกันนั้น ก็มีคณะกรรมการประเมินภายใน ที่คณะเชิญมาทำการประเมินไปพร้อมๆกัน
  • ซึ่ง บรรยากาศ ก็คือว่า มีกรรมการอยู่ 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 เป็นกรรมการตัวจริงที่คณะเชิญมา 3 ท่าน ชุดที่ 2 เป็นชุดผู้รับการอบรม ทำการประเมินคณะๆหนึ่งไปพร้อมกัน
  • กรรมการชุดที่ 1 ก็ประเมินตามกรอบที่ มมส. กำหนดไว้
  • กรรมการชุดที่ 2 ก็ประเมินตามกรอบหลักสูตรที่ สกอ. กำหนด และกรรมการทั้ง  2 ชุด นั้น ใช้วิธีการ แนวทาง ขั้นตอนแบบเดียวกัน ซึ่งเป็นแบบสำเร็จรูปทั่วๆ ของระบบการประเมินคุณภาพ

ผลที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ ผมคิดว่า

  1. มหาวิทยาลัยจะได้รับความไว้วางใจจาก สกอ. ให้เป็นศูนย์กลาง หรือเครือข่าย ในการจัดกิจกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะในโซนอีสาน
  2. สกอ. อาจจะได้ข้อคิดเพิ่มเติมว่า เมื่อผู้ฝึกอบรมแต่กลุ่ม ได้ลงปฏิบัติในหน่วยงานที่แตกต่างกันนั้น ผู้ฝึกอบรมจะแตกต่างกันหรือไม่
  3. คณะวิชาที่ให้ความร่วมมือเป็น site assessment ในการฝึกอบรมครั้งนี้ จะได้รับข้อเสนอแนะจากมุมมองที่มีความแตกต่าง คือ จากผู้ที่เป็นผู้ประเมินอยู่แล้ว และจากผู้ที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประเมิน 
  4. ผู้ประเมินตัวจริง และ ผู้ประเมินเงา จะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน และแนะนำกันและกัน
  5. หน่วยงานในมหาวิทยาลัยได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะผู้ที่เข้ามาฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นอาจารย์ บุคลากรสถาบันอุดมศึกษา
  6. มหาวิทยาลัยมีโอกาสในการสร้างเครือข่ายด้านอื่น ๆ มากขึ้น
  7. มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งบริการวิชาการ ระดับชาติ

KPN