ปัญหาหนึ่งที่ภูมิปัญญาชาวบ้านมักติดขัด คือการนำสถิติมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยวิจัย ทำให้ข้อสรุป อาจไม่หนักแน่น และบางครั้งก็อาจหลงไปอีกทางเมื่อบังเอิญเจอกรณีหายาก
แต่ด้วยแนวคิดของ Genetic Algorithm (GA) คนที่จบ ป.4 ที่เข้าใจหลักการนี้ ก็สามารถใช้เครื่องมือที่ทรงพลังนี้ได้โดยไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขเลย
วิธีนี้ แนวคิดก็มาจากการที่ชาวสวนคัดเลือกสายพันธุ์พืช นั่นเอง
Genetic Algorithm เป็นวิธีการปรับระบบเพื่อหาค่าที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งนิยมใช้กันมากในแวดวงวิทยาศาสตร์
วิธีนี้ คนที่ได้ชื่อว่าบุกเบิกใช้งานจริง คือ John Holland เมื่อราว 30 กว่าปีก่อน (แต่ไม่ใช่คนคิดเริ่มต้นนะครับ) และยี่สิบปีก่อน ก็กลายเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งในแวดวงวิทยาศาสตร์ สำหรับปรับหาระบบที่เหมาะสมที่สุด (optimization) หรือการปรับหาค่าผลเฉลยของระบบสมการที่ซับซ้อน
ในสมัยก่อน เวลาเราต้องวิจัยอะไรสักอย่าง มีตัวแปรเข้ามากระทบ ก็ต้องใช้สถิติพิสูจน์ว่า ตัวที่เข้ามากระทบ ส่งผลลึกล้ำหรือแผ่วเบาขนาดไหน
สถิติที่ใช้โดยทั่วไป เจอตัวแปรหลายตัว เช่น เกิน 10 ตัว คนวิจัยที่มืออ่อนหน่อย ก็นั่งเมาแล้ว ว่าจะออกแบบการทดลองยังไง
แต่วิธีที่ว่านี้ ธรรมชาติใช้กับปัญหาขนาดหลายพันล้านตัวแปร และใช้มาหลายล้านปีแล้ว เพื่อทำให้"ชีวิต" เกิดวิวัฒนาการไปได้ โดยใช้วิธีที่เรียบง่ายแบบไม่ต้องกดเครื่องคิดเลข
ตัวแปรที่ว่า ก็คือตำแหน่งเบสแต่ละตัวในสาย DNA
หนึ่งตำแหน่ง ก็คือตัวแปรหนึ่งตัว
ระบบปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน มีไม่น้อยที่ต้องพึ่งวิธี GA เช่น การทำ Neural Net, การวางแผนหมุนเวียนใช้ทรัพยากรในองค์กร เป็นต้น
วิธีนี้ อาจไม่มีข้อสรุปว่าตัวแปรตัวไหนส่งผลระดับไหน เหมือนสถิติตามปรกติ แต่ข้อสรุปจะออกมาว่า ควรใช้ตัวแปรไหน(และเท่าไหร่) จึงจะเกิดผลดี
เป็นการ ทราบว่าควรทำอย่างไร จึงจะได้ผลดีกว่าเดิม โดยไม่ต้องเข้าใจสาเหตุว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น
เป็นแนวคิดใหม่ที่เปิดกว้างให้เกิดการสร้างสรรค์ ซึ่งการเรียนรู้จะค่อย ๆ เกิดตามมาเองได้ในที่สุด
รายละเอียดค่อยมาต่อครับ ว่านำไปใช้สำหรับ "ภูมิปัญญาพื้นบ้าน" ได้อย่างไร
(คงต้องเป็นประมาณสัปดาห์หน้านะครับ เพราะผมต้องชีพจรลงเท้าในช่วงนี้พอดี)
แวะมาขอบคุณครับ...
ขอบคุณครับ คุณหมอ
</div><p> นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ </p><ul>
<div class="picture">
</ul>