การเตรียม Facilitator ก็จะมีการเตรียมการกันก่อนล่วงหน้า 1 วัน ในเรื่องของการแบ่งกลุ่ม ลปรร. ทาง สสจ. ก็จะหาเจ้าหน้าที่พอจะมีความรู้เรื่องการจัดการความรู้มาบ้าง ก็ได้ นักวิชาการที่ทำเรื่องศูนย์เด็กเล็ก เรื่องการให้การปรึกษา ทันตแพทย์เอง และทันตาภิบาล รวมทั้ง หมอแต๊ว หมอศรี และทีมจากกองทันตฯ ไปร่วมเป็น Facilitator และคุยกันไว้ว่า จะไปหา Note taker จากในกลุ่ม ก็วางแผนกันทำในสไตล์ สบาย สบาย
วันนี้กลุ่มเด็กเล็กติดภารกิจค่ะ เสียดายไม่ได้เข้ามาบรรยายเอง ไม่งั้นจะมันส์ กว่านี้ ดิฉันได้เข้าร่วมกิจกรรม ก็ขอมาเล่าสู่กันฟังสักนิดหนึ่ง ว่า KM ของเด็กเล็ก เขาทำอะไรกันมาแล้ว
- ในเรื่อง KM ในกลุ่มเด็กเล็ก มีการนำไปทำที่จังหวัดชัยภูมิ ในเรื่องของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- พี่แต๊ว และหมอศรี ไปติดตามการดำเนินงาน และจังหวัดชัยภูมิ โดย สสจ. เป็นเจ้าภาพทำในเรื่องเครือข่ายศูนย์เด็กเล็ก และได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ อบต. ศูนย์เด็กเล็ก รพช. และคนอื่นๆ ทั้งในจังหวัด และอำเภอ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมกัน
- การเตรียม Facilitator ก็จะมีการเตรียมการกันก่อนล่วงหน้า 1 วัน ในเรื่องของการแบ่งกลุ่ม ลปรร. ทาง สสจ. ก็จะหาเจ้าหน้าที่พอจะมีความรู้เรื่องการจัดการความรู้มาบ้าง ก็ได้ นักวิชาการที่ทำเรื่องศูนย์เด็กเล็ก เรื่องการให้การปรึกษา ทันตแพทย์เอง และทันตาภิบาล รวมทั้ง หมอแต๊ว หมอศรี และทีมจากกองทันตฯ ไปร่วมเป็น Facilitator และคุยกันไว้ว่า จะไปหา Note taker จากในกลุ่ม ก็วางแผนกันทำในสไตล์ สบาย สบาย
- มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่มีการเล่าก็คือ พัฒนาชุมชนคนหนึ่งที่เล่าเรื่อง ล้มหรือไม่ล้ม ก็คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะล้มหรือไม่ คือ จะล้มก็เพราะว่า มีเด็กในศูนย์น้อยกว่า 10 คน และตามระเบียบศูนย์ฯ ก็จะตั้งไม่ได้ เขาก็หาวิธีแก้ปัญหา โดย กลับไปคุยกับผู้ปกครองว่า ทำไมไม่ส่งเด็กมาเรียน ก็รับทราบปัญหาว่า เขาไม่ไว้ใจพี่เลี้ยงเด็ก ว่า ดูแลลูกเขาได้ไม่ดี จึงมีการปรับปรุงศูนย์เด็ก และแก้ปัญหานั้นได้ นี่ก็เป็นตัวอย่างเรื่องเล่าความภูมิใจในการทำงานของเขาชิ้นนี้ที่สำเร็จ และคนอื่นๆ ก็เล่าเรื่องความสำเร็จในส่วนของตัวของเขาเอง
- และทีมจัดได้นำเรื่องเล่ามาสรุปเป็นปัจจัยความสำเร็จของแต่ละกลุ่ม และมีพี่แต๊ว และหมอศรี มาช่วยกันสรุปอย่างเร่งด่วนเป็นปัจจัยในภาพรวม (รู้สึกว่า พี่แต๊วเตรียมการหนักมาก กินข้าวเที่ยงไม่ลงเลย เพราะต้องรับภาระไปเป็นผู้สรุป) ซึ่งบทสรุปนี้ ก็เป็นการ Apply ใช้ผลจากการ ลปรร. ไปในอีกรูปแบบหนึ่ง ในแง่ของการประเมินตนเอง
- โดยปัจจัยความสำเร็จนั้นก็คือ
1. มีนโยบาย และการสนับสนุนชัดเจน
2. การทำงานเป็นทีม โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และเครือข่าย
3. ทักษะส่วนบุคคล - เจ้าหน้าที่
4. ทักษะส่วนบุคคล - ผดด.
5. มีแผนปฏิบัติการ (อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลจริงในพื้นที่)
6. การให้บริการเชิงรุก- เราก็ได้นำเอา ประเด็นทั้ง 6 ประเด็นเหล่านี้มาจัดระดับ เป็น 3 ระดับ เป็นมาก ปานกลาง น้อย
- และตรงนั้นเมื่อสิ้นสุดการประชุม ได้ให้ผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคนได้เข้ามาประเมินตนเอง ว่า มีความสำเร็จในประเด็นต่างๆ 6 ข้อนี้ในระดับไหน ระดับมาก ปานกลาง หรือน้อย
- และมอบให้ทันตแพทย์ สสจ.ชัยภูมิที่รับผิดชอบในงานนี้ คือ หมออ้อ เป็นผู้สรุป เพราะว่าบทบาทของ สสจ. ต้องเป็นผู้ประสานงานต่อ ก็จะได้ว่า
1. มีนโยบาย และการสนับสนุนชัดเจน ... ระดับมาก
2. การทำงานเป็นทีม โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และเครือข่าย ... ระดับมาก
3. ทักษะส่วนบุคคล - เจ้าหน้าที่ ... ระดับปานกลาง
4. ทักษะส่วนบุคคล - ผดด. ... ระดับปานกลาง
5. มีแผนปฏิบัติการ (อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลจริงในพื้นที่) ... ระดับมาก
6. การให้บริการเชิงรุก ... ระดับมาก- นี่ก็ส่งผลให้คนที่ได้ประเมินรู้ตัวว่า ตัวเองอยู่ในระดับไหน และจะต้องมีการพัฒนาขึ้นไปในระดับไหนต่อไป
สนใจอ่านบันทึกเรื่องราวได้ที่นี่ รวมเรื่อง ใช้ KM กับการพัฒนาเครือข่าย ศพด. ชัยภูมิ ค่ะ