หากมีความคิดดีแต่ขาดการจัดการที่ดีแล้ว ความคิดดีๆ ก็จะไม่ได้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เลย

  <p style="margin-bottom: 0cm">หัวใจพองโตเมื่อได้รับการติดต่อว่ามีกลุ่มผู้ปกครองประมาณ 28 คน </p>

สนใจจะจัดการประชุมการจัดการความรู้

หัวข้อ : รวมพลังรวมใจพ่อแม่ชั้น 5 (ประถมศึกษาปีที่ 5)

ตอน : ก้าวทันพัฒนาการลูกรัก

ครูส้มจึงไม่รอช้าตกปากรับคำจัดให้ทันที และก็ไม่ผิดหวังเลย

การทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้

เกิดขึ้นได้อย่างอัศจรรย์เพราะมีเวลาเตรียมตัวน้อย

ด้วยข้อสรุปของผู้ปกครองว่า นอกจากจะมีคุณพ่อนักเสนอความคิดดีๆ แล้ว ยังมีคุณแม่อีกบ้านหนึ่งเป็นนักจัดการที่ดีมากด้วย

หากมีความคิดดีแต่ขาดการจัดการที่ดีแล้ว

ความคิดดีๆ ก็จะไม่ได้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เลย

 

เพราะมีผู้ปกครองใหม่หลายท่านเราจึงเริ่มกิจกรรมด้วยการแนะนำชื่อตัว ชื่อลูก และอาชีพ แค่ช่วงแรกก็สนุกสนานกันแล้ว หลายท่านมีกิจการที่เอื้อกันอยู่จนครูส้มต้องหยอกว่าให้ไปคุยกันรอบนอก/หลังไมค์

 

ช่วงที่สอง ลองทำ Deep Listening กันนิดหน่อย

หลังจากนั้นครุส้มก็ลองถามผู้ปกครองดูว่า

เราเคยให้เวลาฟังลูกๆ อธิบายให้ตลอดจนจบแบบนี้หรือเปล่า

ก็ได้เสียงหัวเราะแทนคำตอบจากทุกคน

เด็กๆ เขายังมีคลังคำน้อย การเรียบเรียงประโยคก็ยังไม่คล่องแคล่ว

เวลาเขาอธิบายอะไรให้เราฟัง

จึงต้องใช้ความพยายามรวบรวมพลังและศักยภาพหลายด้านของเขา

และการตอบสนองของเราจะเป็นการสร้างตัวตนของเขา

คือตัวตนที่เขารับรู้ในการปรากฏของตัวเองอยู่บนโลกนี้

 

ช่วงที่สาม เป็นช่วงระดมสมองเพื่อหาประเด็นที่ต้องการพัฒนาลูกๆ

ขอย้ำว่า การพัฒนาลูกไม่ใช่เพราะเขามีปัญหา แต่เป็นการส่งเสริมลูกๆ ของเรา

ซึ่งได้ออกมาประมาณ 22 ประเด็น หลังจากนั้นก็ลงมติเลือกประเด็นที่

น่าจะหยิบมาพัฒนาก่อน 5 ประเด็น (ไม่เกี่ยวกับความสำคัญของประเด็น)

 

ช่วงท้าย เป็นการแลกเปลี่ยนเทคนิคที่ใช้ในแต่ละบ้านใน 5 ประเด็นนั้น

ซึ่งเราจะไม่พูดถึงหลักการ เพราะเราพอรู้กันอยู่แล้ว

แต่เราจะยกตัวอย่าง วิถีปฏิบัติของแต่ละบ้าน มาแลกเปลี่ยนกัน

เพราะลูกๆ ของเราคุยกันทุกวัน จึงมีหลายๆ ครั้งที่ลูกมาต่อรองว่า

ทีบ้านนั้นเขายังให้.....แบบนี้ได้เลย

วันนี้พ่อแม่ลองมาทำความตกลงกันเบื้องต้นซะเลย

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

คุณพ่อคุณแม่ยังมีเรื่องแลกเปลี่ยนกันอีกมากมาย

แต่ลูกๆ ก็มารออยู่แล้ว

คุณพ่อคุณแม่จึงมีความเห็นตรงกันว่า

จัดแบบนี้ครั้งเดียวไม่พอ ขอจัดทุกภาคเรียน

ซึ่งโรงเรียนเพลินพัฒนามี 4 ภาคเรียนใน 1 ปีการศึกษา

 

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่พ่อแม่ร่วมมือร่วมใจกัน

พัฒนาลูกๆ กันอย่างแข็งขัน และในบรรยากาศที่เฮฮา สนุกสนาน เป็นเพื่อนกันแบบนี้

ถึงแม้แต่ละคนจะไม่มีเวลา แต่ก็สัญญากันว่าจะต้องมาร่วมกิจกรรมนี้ให้ได้

ปีละ 4 ครั้ง ซึ่งไม่มากเลยถ้าคิดเทียบกับการให้เวลากับสิ่งอื่นๆ

 

จะเป็นอย่างไรนั้น ครูส้มจะมาเล่าต่อในภาคเรียนที่สองค่ะ

</font></font>