การจัดการความรู้

การจัดการกับความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ความสำคัญของการจัดการความรู้               การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นภาระหน้าที่ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ดำเนินงานตามภาระหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้เพื่อประสานกระบวนการ วิธีการ  ทรัพยากรอย่างหลากหลาย   มุ่งไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่สนองตอบต่อมาตรฐานหลักสูตร  ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าองค์กรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  จะต้องมีการพัฒนาองค์กรที่มุ่งเน้นเป็นองค์กรคุณภาพ  ซึ่งความรู้ของบุคลากรในองค์กรมีความสำคัญเป็นอันดับแรกที่ผู้บริหารทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่การศึกษา  จนถึงระดับสถานศึกษาให้ความสำคัญ ซึ่งจากพระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์  และวิธีการบริหารกิจกรรมบ้านเมืองที่ดี  พ.ศ.2546  มาตรา  11  ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการเพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสาร  และสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ  เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง  รวดเร็ว  และเหมาะสมต่อสถานการณ์  รวมทั้งต้องส่งเสริม   และพัฒนาความรู้  ความสามารถ  สร้างวิสัยทัศน์ และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ  และมีการเรียนรู้ร่วมกัน………    โดยสำนักงาน กพร.ได้จัดทำคู่มือพัฒนาระบบราชการ  หมวดที่  3  แนวทางการพัฒนาส่วนราชการให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ 4 ประเด็น  คือ  (สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.  www//mmpm4u.com.oct 28.2005)1.      สร้างระบบให้สามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างกว้างขวาง2.      ประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ  เพื่อประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง  รวดเร็ว  และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง3.      ส่งเสริม  และพัฒนาความรู้  ความสามารถ  สร้างวิสัยทัศน์  และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการ  เพื่อให้เป็นผู้ที่มีความรู้ในวิชาการสมัยใหม่  และปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพ  และมีคุณธรรม4.      สร้างความมีส่วนร่วมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันเพื่อพัฒนางานให้เกิดประสิทธิภาพ  
  ดร.ธีระพงษ์   ศรีโพธิ์      ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญการจัดการกับความรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  และสถานศึกษาจึงมีความสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและคุณภาพผู้เรียนตามบทบาทหน้าที่  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ผู้บริหารในทุกระดับดำเนินการขับเคลื่อนให้มีการจัดการกับความรู้ในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสถานศึกษาอันประกอบไปด้วย1.      การพัฒนาระบบ  การรับรู้ข้อมูล  ข่าวสาร  ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา2.      การจัดทำระบบสารสนเทศ  ด้านการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร  ปฏิรูปการเรียนรู้  การวัดและประเมินผล  ระบบการประกันคุณภาพภายใน  ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  การกำกับ  ติดตาม  ประเมินและนิเทศการศึกษา  เป็นต้น3.      ส่งเสริม   และพัฒนาความรู้   ความสามารถ  สร้างวิสัยทัศน์    และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ให้มีความรู้ความสามารถในการนำหลักสูตรไปใช้ด้วยการปฏิรูปการเรียนรู้  มีการวัดและประเมินผลที่เป็นระบบ  ดำเนินการใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  การดำเนินงานประกันคุณภาพภายในที่มุ่งไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน4.      สร้างความร่วมมือภายในสถานศึกษาที่ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง            ความรู้เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กรความรู้เป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะเฉพาะโดดเด่นกว่าสินทรัพย์อื่นๆ  คือ เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีข้อจำกัด  ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม  ยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น (Romer , Paul  M. 1993 : 64)  หรืออีกนัยหนึ่ง  ยิ่งองค์กรมีความรู้มากเท่าไร  ก็ยิ่งสามารถเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ  ได้มากขึ้นเท่านั้น  เมื่อเรียนรู้ได้มากขึ้นก็สร้างความรู้ได้มากขึ้น  เมื่อนำความรู้เก่ามาบูรณาการกับความรู้ใหม่ และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น  จึงกลายเป็นวงจรที่เพิ่มพูนความรู้ได้ในตัวเองอย่างไม่สิ้นสุดที่เรียกว่า วงจรการเรียนรู้ การที่องค์กรจะสร้างและรักษากระบวนการพัฒนาได้นั้น   ขึ้นอยู่กับความสามารถขององค์กรในการทำให้วงจรแห่งการเรียนรู้มีความต่อเนื่องตั้งแต่ระบบในการค้นหา    สร้าง  รวบรวม  จัดเก็บ  เผยแพร่  ถ่ายทอด  แข่งขัน  และใช้ความรู้  กระบวนการที่ว่านี้คือ  การจัดการความรู้ (Knowledge  Management : KM.)  (บุญดี  บุญญากิจ  และคณะ : 2547 : 7)  การจัดการกับความรู้ดังกล่าวมีความหมาย  ดังนี้ (สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.  www//mmpm4u.com.oct 28.2005)            The  World  Bank   ให้ความหมายว่าเป็นการรวบรวมวิธีปฏิบัติขององค์กร  และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง  การนำมาใช้  และเผยแพร่ความรู้  และบริบทต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ              European  Foundation  for   Quality  Management (E F Q M)  ให้ความหมายว่าวิธีการจัดการความรู้เป็นกลยุทธ์และกระบวนการในการจำแนก    จัดหา    และนำความรู้มาใช้ประโยชน์เพื่อช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้            The  US  Department  of  Army  ให้ความหมายว่าการจัดการความรู้เป็นแผนการที่เป็นระบบและสอดคล้องกันในการจำแนก  บริหารจัดการ  และแลกเปลี่ยนสารสนเทศต่างๆ  ซึ่งได้แก่ฐานข้อมูล  เอกสาร  นโยบาย  และขั้นตอนการทำงานร่วมกัน  ทั้งประสบการณ์  และความชำนาญต่างๆ  ของบุคลากรในองค์กร  โดยเริ่มจากการรวบรวมสารสนเทศ   และประสบการณ์ต่างๆ ขององค์กร  เพื่อเผยแพร่ให้พนักงานสามารถเข้าถึง  และนำไปใช้            Ryoko Toyama  ให้ความหมายว่าการจัดการเพื่อเอื้อให้เกิดความรู้ใหม่  โดยใช้ความรู้ที่มีอยู่ และประสบการณ์ของคนในองค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่จะทำให้เกิดความได้เปรียบเหนือคู่แข่งทางธุรกิจ            จากที่กล่าวมาสามารถสรุปความหมายของการจัดการกับความรู้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ดังนี้1.      การรวบรวมวิธีการปฏิบัติ และกระบวนการในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของหน่วยงานหรือสถานศึกษาที่พร้อมจะเผยแพร่   เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน  โดยวิธีการปฏิบัติหรือกระบวนการจะเกี่ยวข้องในเรื่องการบริหารจัดการหลักสูตรของสถานศึกษาการดำเนินงานปฏิรูปการเรียนรู้  การประกันคุณภาพภายใน2.      การใช้กลยุทธ์วิธีการต่างๆ  ให้ข้าราชการครู  และบุคลากรทางการศึกษา  นำความรู้ที่มีอยู่มาพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามบทบาทหน้าที่ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้บรรลุตามมาตรฐานของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พ.ศ.25443.      การดำเนินการที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้   และการสร้างความรู้ใหม่  ระหว่างข้าราชการครู  และบุคลากรทางการศึกษาทั้งในระดับสถานศึกษา  และระดับเขตพื้นที่การศึกษา  เพื่อการใช้ความรู้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนร่วมกันอย่างสร้างสรรค์4.      การประสานจัดทำช่องทางการเรียนรู้  ส่งเสริมการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างหลากหลายช่องทาง  ตามวัฒนธรรมและความพร้อมของสถานศึกษา เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดความรู้ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน               การจัดการกับความรู้มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ผู้บริหารในทุกระดับเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดการจัดการกับความรู้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามบทบาทหน้าที่มุ่งไปสู่มาตรฐานของหลักสูตร  โดยความสำคัญของการจัดการกับความรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสรุปได้ดังแผนภูมิ แผนภูมิ  ความสำคัญการจัดการกับความรู้ในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">การประยุกต์ใช้ความรู้</p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div>หลักสูตร</div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div>ปฏิรูปการเรียนรู้</div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div> การประกันคุณภาพภายใน </div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div> กลยุทธ์การนำความรู้ไปใช้ </div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div> การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ / การเผยแพร่ </div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt">แหล่งการเรียนรู้</div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"> ข้าราชการครู  และบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ในการทำงาน </div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt">คุณภาพนักเรียน</div></td></tr></tbody></table>  
  
    
   
    
 
ข้อคำถาม             1.   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษามีแหล่งการเรียนรู้อย่างหลากหลายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาได้ศึกษาหาความรู้อย่างเพียงพอหรือไม่            2.  กระบวนการบริหารจัดการ เพื่อการเปลี่ยนแปลง มีกลยุทธ์วิธีการใดบ้างที่กระตุ้นส่งเสริมให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษานำความรู้ประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพงานในหน้าที่  และคุณภาพนักเรียน            3.  มีการดำเนินงานอย่างไรที่ให้ข้าราชการครู  และบุคลากรทางการศึกษาได้  แลกเปลี่ยนเรียนรู้  เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ความรู้ในการปฏิบัติงาน   เอกสารอ้างอิง  บุญดี  บุญญากิจ  และคณะ  (2547) . การจัดการความรู้จากทฤษฏีสู่การปฏิบัติ. สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ . กรุงเทพฯ .บริษัทจิรวัฒน์  เอ็กซ์เพรส  จำกัด            Romer , Paul  M. (1993) . “ Two  Strategies  for  Economic  Development : Using  Ideas  and  Producing  Ideas ” . Proceeding  of  World  Bank  Annual  Conference  on  Development  Economies.  The  World  Bank , p.64. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">www//mmpm4u.com.oct 28.2005</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">โดย ชลอ เอี่ยมสอาด  </p>