เมื่อวานเย็นแม่ของดิฉัน ซึ่งมีอายุ ๙๔ ปี ได้มาตรวจติดตามผลการรักษาโรคหัวใจตามนัดในคลินิกนอกเวลาของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน กทม. เวลาในบัตรนัดคือ ๑๗.๓๐ น. น้องสาวพาแม่มาถึง รพ.เมื่อเวลา ๑๗.๐๐ น. ยื่นบัตรนัดได้เบอร์ตรวจ ๓๕
ตามปกติดิฉันไม่ได้เป็นคนพาแม่ไปตรวจ จะทำหน้าที่เป็นคนไปรับกลับบ้านมากกว่า เมื่อวานดิฉันเดินทางไปถึง รพ.เมื่อเวลาประมาณ ๑๗.๔๐ น. แม่ยังไม่ได้ตรวจเลย หน้าคลินิกชั้น ๖ มีผู้ป่วยและญาตินั่งรอกันเต็มเก้าอี้ที่อยู่ ๒ ข้างทางเดิน ผู้ป่วยหลายคนมีอายุมากและนั่งเก้าอี้รถเข็น บริเวณที่นั่งรออยู่นี้ค่อนข้างร้อนจนเราเหงื่อซึม ไม่รู้ว่าเป็นไอร้อนที่มาจากเครื่องปรับอากาศของคลินิกหรือเปล่า มีพัดลมก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่
เวลา ๑๘ น.กว่าแล้ว ได้ยินว่าคุณหมอท่านที่นัดเราไว้ยังไม่มาเลย วันนี้นัดผู้ป่วยไว้เยอะด้วย ไม่รู้ว่าแม่จะได้ตรวจสักกี่โมงกี่ยาม
ดิฉันมองสีหน้าและแววตาของบรรดาผู้ที่นั่งรอ ไม่เห็นใครที่มีสีหน้าแจ่มใสมีความสุขสักคน ใจนึกอยากชวนแม่กลับบ้านแล้วค่อยมาเอายาใหม่วันหลัง พร้อมกับคิดต่อว่าถ้าระบบการดูแลผู้ป่วยที่จังหวัดนครนายกเข้าถึงชุมชนที่แม่อยู่ คงไม่ต้องพาแม่มากรุงเทพ มานั่งรอนานๆ เพื่อรับยาเดิมกลับไปรับประทานหรอก
เหตุที่ยังต้องพาแม่มาตรวจอยู่เป็นระยะๆ ส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาสัมพันธภาพกับแพทย์ที่ดูแลไว้ เกิดอะไรฉุกเฉินหรือผิดปกติจะได้ขอความช่วยเหลือกันได้ เมื่อวานบ่ายแม่ก็มาตรวจกับอาจารย์แพทย์ที่ทำผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจให้แม่ อาจารย์ท่านนั้นลงตรวจตรงเวลา ๑๓.๐๐ น. ใช้เวลาไม่นานแม่ก็ได้ตรวจและกลับบ้านได้ในบ่ายต้นๆ เอง
ผู้ป่วยที่นั่งรอหลายคนทักทายพูดคุยกัน เข้าใจว่าคงมาเจอกันบ่อยๆ มีคุณลุงท่านหนึ่งคุยกับดิฉันและน้องสาวว่ามาจากแก่งกระจาน เพชรบุรี ออกจากบ้านเวลา ๑๐ น. กว่าจะตรวจเสร็จกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืนพอดี ดิฉันถามว่ารอนานแบบนี้ตรวจคลินิกธรรมดาไม่ดีกว่าหรือ จะได้ไม่ต้องกลับบ้านดึก คุณลุงบอกว่าตรวจที่คลินิกนอกเวลาดีกว่า ต้องการตรวจกับคุณหมอคนนี้
ระหว่างรอ ดิฉันสังเกตเห็นมีป้ายประกาศเกี่ยวกับการให้บริการของคลินิก อ่านดูแล้วคิดว่าคงมีคน complaint เยอะ จึงมีประกาศออกมาว่าได้เอาความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับมาพยายามปรับปรุงการให้บริการ เนื้อหาในแผ่นป้ายดูแล้วก็ยังเน้น “เจ้าหน้าที่เป็นศูนย์กลาง” อยู่ดี เช่น
.......ยื่นบัตรก่อนเวลานัด ๓๐ นาที ถ้ามาช้ากว่าเวลาที่ระบุไว้ จะเรียกคนที่มาตรงเวลาก่อน ......ถ้ามาไม่ตรงนัด จะได้ตรวจเป็นคิวหลังคนที่มาตรงตามวันนัด.....อาจารย์แพทย์มีภารกิจในการตรวจผู้ป่วยใน ผู้ป่วยในมีเป็นจำนวนมาก ทำให้บางครั้งไม่สามารถลงตรวจตามเวลาที่กำหนดได้.......
แม่ของดิฉันได้ตรวจเมื่อเวลาประมาณ ๒๐ น. คุณหมอจำได้ว่าแม่ป่วยเป็นอะไร รู้ปัญหา clinical ดีมาก ยังจำอาการของแม่ตอนที่เข้า รพ.และทำผ่าตัดหัวใจเมื่อ ๓ ปีก่อนได้ คุณหมอวัด BP ฟังหัวใจ พูดคุยซักถาม พร้อมกับชวนคุยเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ แต่แม่ไม่อยากคุยแล้ว คงเมื่อยเพราะนั่งนาน เลยรีบยกมือไหว้ลา
ดิฉันบอกคุณหมอให้รู้ว่าต้องการยาอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด ยาตัวไหนไม่ต้องสั่งเพราะยังมีอยู่ ครั้งที่ผ่านๆ มา พี่สาวหรือน้องสาวไม่ได้บอกข้อมูลส่วนนี้ ปรากฏว่ายาบางตัวมีเหลือนับร้อยเม็ด โดยเฉพาะยา prn เพราะระบบคอมพิวเตอร์จะพิมพ์ใบสั่งยาและจำนวนยาออกมาล่วงหน้าตามระยะเวลาการนัดเดิม
หลังจากได้รับบัตรนัดตรวจครั้งต่อไปและใบสั่งยา เราลงจากชั้น ๖ มาที่ห้องยาชั้น ๑ มีคนรอยาอยู่เพียง ๒-๓ คน จึงไม่ช้า แม่ใช้สิทธิเบิกค่ารักษาของลูกสาวคนโต จึงไม่ต้องชำระเงิน ใช้ระบบจ่ายตรงของกรมบัญชีกลาง ไม่ต้องเก็บบิลทำใบเบิกเหมือนเก่า
เราเดินทางออกจาก รพ.เมื่อ ๒๐.๓๐ น.ผ่านไปแล้ว วันนี้ดิฉันได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของระบบการให้บริการของ รพ.ใหญ่ เปรียบเทียบกับเมื่อหลายปีก่อน พบว่าการบริการส่วนที่เทคโนโลยีโดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ช่วยได้ ได้รับการปรับปรุงให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ที่ดูจะเหมือนเดิม (หรืออาจแย่กว่าเดิม) คือการบริการที่ต้องใช้คน
เวลาการออกตรวจของแพทย์ ดูจะเป็นปัญหาที่แก้ไขลำบาก ถ้าไม่ตรงต่อเวลา ไม่ว่าจะ set ระบบอย่างไร ก็คงสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการไม่ได้มาก น่าเห็นใจทั้งแพทย์และผู้ป่วย แพทย์เองก็คงอ่อนล้ากับงานในแต่ละวัน ผู้ป่วยก็อ่อนใจกับการรอคอย บวกกับเวลาที่ใช้ในการตรวจเพียงเล็กน้อย ปฏิสัมพันธ์อย่างมีคุณภาพระหว่างแพทย์และผู้ป่วยคงจะเกิดขึ้นได้ยาก
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐
เคยได้ข่าวที่คลินิกที่เชียงราย คุณหมอมาช้า เป็นประจำ
ญาติที่นั่งรอโกรธ มาหลายครั้ง ไม่เคยมาตรงเวลา
ดึงเอาป้ายเวลาทำการออกมาเหยียบแตกเลยค่ะ
ดุจัง แต่ก็ เป็นการเตือนใจหมอ ว่าไม่มีใครชอบรอ
เราต้องลองเป็นผู้รับบริการ หรือผู้ป่วยดูครับ
เพราะผู้ให้บริการเอง อย่างไรก็มักไม่เห็นจุดอ่อนครับ
วันนี้ ลองไปเป็นผู้รับบริการดูเหมือนกัน ( ไม่บอกใคร ว่าเป็นหมอนะ )
ยืนรอ 3 ชั่วโมง ( ญาติไม่มีที่นั่งครับ )
เพียงแค่ ขอวันนัดผ่าตัดใหม่ ที่ครั้งก่อนเลื่อนไป
ได้ใบนัดผ่าตัด 12.20 น.
ทั้งที่คุณหมอทำงานอย่างหนักในห้องตรวจ ข้าวเที่ยงคงกินหลังบ่ายโมง
การรอคอย ทำให้เกิดความเครียดครับ
หลายโรงพยาบาล ยังไม่คิดออกนอกกรอบเลย
คลินิคนอกเวลา รพ หาดใหญ่ ตกลงกับแพทย์ว่า หากออก ผิดเวลาเกิน 15นาที จะถูกปรับลด จำนวนคาบครั้งการออกตรวจในเดือนหน้า
มีการบันทึกเวลามาตรวจของแพทย์โดยพยาบาล
ธรรมาภิบาล ซึ่งกันและกัน หากแพทย์มาสาย พยาบาลรับภาระ วิธีนี้พยาบาลก็จะช่วยบันทึกตรงไปตรงมา
doctor fee ให้แพทย์ เหมาจ่าย รายละ 50 บาท
ที่หาดใหญ่ แพทย์หมุนเวียน ตรวจนอกเวลา อาจจะไม่อาวุโส ชื่อเสียงโด่งดัง แต่ต่างฝ่ายก็ทำงานกันตามข้อตกลง ที่พัฒนากันขึ้น จากชีวิตจริง ของการทำงานร่วมกัน
ที่รพ.ชุมพร ก็เหมือนกันแพทย์มาเข้าเวรช้าเคยพาแม่ไปรักษาไปมาหลายครั้งก็ไม่หาย วิเคราะห์โรคแล้วให้ยามากินไม่ถูกกับโรคสักทีจนไม่ต้องไปแล้ว เวลาไปถึงก็รอไปเถอะกว่าแพทย์จะมา เข้าเวรก็หลัง 9.00 น.เข้าใจว่าคุณเปิดคลีนิค แต่กินเงินภาษีประชาชน ก็มารักษาเค้าให้มันตรงเวลาหน่อยเงินเดือนก็ไม่ใช่น้อยๆ ทำงานให้คุ้มบ้าง ถ้าไม่เชื่อผู้เกี่ยวข้องก็ลองไปนั่งเป็นผู้ใช้บริการดูแล้วจะรู้ว่านรกมันอยู่ที่รพ.จิงๆๆๆๆ