อย่าดูถูกหญ้าคา
วันนี้ พา ชาวบริษัท Sun Food ไปปฏิบัติธรรม แนว “บวชอยู่กับงาน” หรือ Dhamma in LO ที่ ร่มธรรม
กิจกรรมแต่เช้า คือ สวดมนต์ ไหว้พระ แบบง่ายๆ แบ่ง 5 กลุ่ม ไป
- ทำทางเดินจงกรม ( ไม่ใช่ เดิน เป็นวงกลมๆ นะครับ)
- ไปปลูกข้าว
- ปลูกต้นไม้
- เหยียบดิน (ทำบ้านดิน)
- ทำปุ๋ยหมักสด
ตอนบ่าย ส่วนหนึ่ง ก็มาทำ บ้านบนต้นไม้ สูงประมาณตึก สามชั้น ต้องใช้ บันไดลิงไต่ขึ้นไป บ่ายๆ ก็ ทำ Show &share เราเรียนรู้อะไร ทั้ง ทางโลก และ ทางธรรม
ทางธรรม เรา สอบอารมณ์กัน (Show & share แบบฝึกวิปัสสนา) ใครเจออารมณ์อะไรบ้าง แก้ไขอย่างไร ตามดู กาย เวทนา จิต ธรรม ได้ทันหรือไม่
หลายคนเจอ ความกังวล ความท้อ ความขี้เกียจ ฯลฯ นิวรณ์ต่างๆ ยิ่งมี รถขายไอติม เข้าในไร่ของเรา จิตเกิด อยากกินทันที
เย็น ก็สวดมนต์ ไหว้พระ เดินจงกรม นั่งสมาธิ และ Show & share ในการปฏิบัติธรรมแนว จิตดูจิต
มีเรื่องหนึ่งที่แนะนำ พวกเขา คือ ระบบทวินิยม หรือ คิดแบบแบ่งแยก เช่น เข้าไปในป่า ในสวน ก็ไปแบ่ง นี่ วัชพืช นี่ต้นไม้ดี
เราหารู้ไม่ว่า จริงๆแล้ว ต้นไม้ทุกต้น ไม่มีวัชพืชเลย ทุกต้นมีประโยชน์หมด ธรรมชาติเขาจัดสรรลงตัว ที่มาเละเทะก็เพราะ คน นี่แหละเข้ามายุ่ง
เราหารู้ไม่ว่า ต้นไม้ที่เรารำคาญ เช่น หญ้าคา ลูกใต้ใบ ถั่วผี ฯลฯ ก็มีประโยชน์
คนในองค์กร แม้ดู ไร้ค่า แต่ จริงๆก็มีประโยชน์ เพียงแต่ เราไม่เคย “น้อมใจ” เข้าไปศึกษา ไปดู “ความจริง” ด้วยจิตที่ปกติ
เราเคยชินกับการ “ตัดสิน” “พิพากษา” ว่า คนนี้ ดี เลว ต้นนี้วัชพืช ต้นนี้ดี
การเข้าสู่โหมดเคยชิน เช่นนี้ ทำให้ ตกเป็นเหยื่อของกิเลส ทำให้จิตเกิดอาการ มีความคิดปรุงแต่งผลิตออกมามากมาย จิตเกิดแต่ละครั้งก็หมายถึง การต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกทุกครั้ง
อยากให้มองตัวอย่าง หญ้าคา ในระบบเกษตรสับสน Agro forestry ก็มีประโยชน์ได้ครับ ----> มองตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่เป็นกลาง ไม่มีอคติ ไม่มีลำเอียง
ขอบคุณอาจารย์ค่ะ ที่เตือนสติเรื่อง"การพิพากษา" ดิฉันว่าบางทีเราติดอยู่ในกรอบความคิดแบบนี้มากๆ และมันไม่ productive และไม่ constructive จริงๆ แหละค่ะ..
การที่เราติด และเคยชินกับการตัดสิน พิพากษา เป็นเพราะ ตั้งแต่จำความได้เราก็ต้องรู้จักการแบ่งแยก ตัดสิน ดี เลว ถูก ผิด .... เมื่อเรียนหนังสือก็ต้องแบ่งแยก ชนิดของพืช ของสัตว์ ฯลฯ ทั้งๆ ที่พืชและสัตว์นั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยทั้งตระกูล ชื่อ ชนิด อะไรต่างๆ นานา .... จึงเป็นความเคยชินโดยอัตโนมัติที่จะต้อตัดสินสิ่งอื่นๆ แต่ลืมตัดสินหรือพิพากษาตัวเอง...รึปล่าวค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ชอบแนวคิดและวิธีการสอนคนของอาจารย์มากๆ ค่ะ
เรื่องการตัดสินคน หากเราตัดสินใครไปในทางไม่ดี เราก็จะกระทำกับเขาอย่างนั้น ถ้าคิดว่าเขาไม่มีค่า ท่าทีที่แสดงออกไปก็จะทำให้เขายิ่งรับรู้ความคิดเชิงลบ ยิ่งเหมือนถูกเหยียบย่ำลงไปอีก
ถ้าคนเรา เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนที่เราพบ ไม่ดูถูกกัน มองหาสิ่งดีของคนแต่ละคนให้ได้ ก็จะปฏิบัติต่อกันดี ไม่เสแสร้ง ไม่มีปัญหามากมายอย่างทุกวันนี้
สวัสดีครับ อาจารย์
ตอนแรกผมกะว่าจะเข้าไปหาอาจารย์ที่ร่มธรรมเหมือนกันครับ พอดีติดธุระซะก่อน ...
หากดูดีๆหญ้าคาถึงแม้จะเป็นวัชพืช แต่ก็เป็นวัชพืชที่ยากต่อการทำลายนะครับ จะสังเกตุได้ว่าหากหญ้าคายิ่งถูกเผาไฟ ก็จะยิ่งงามครับ หญ้าคามีรากเป็นปล้องๆที่เก็บน้ำไว้ได้ดี ถึงแม้ดินจะแห้งแล้งเพียงใดหญ้าคาก็สามารถอยู่ได้..มองได้ว่าหญ้าคาเป็นวัชพืชที่มีความเตรียมพร้อม สามารถที่จะรับการสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ ..ครับ
เรวัตร
เกษตรสับสน คือ พวกผม คนในเมือง ไปทำเกษตร มั่วๆ คลำๆ ถามๆ ทำถูกบ้าง ผิดบ้าง
จาก คนเสพนิยม ไปทำเกษตรแบบอินทรีย์ แบบวนเกษตร มันก็ ต้อง สับสน
ผมไปคิดได้ ตอน กำลัง เอาถั่ว ไปโปรยในไร่ เพราะ เรียนรู้จาก วิศวกร และ นักจัดการระบบ มาเป็น เกษตรกร
เกษตรสับสน คนสดใสครับ ดูภายนอก จะเห็นว่า เป็นไร่ไร้สาระ แต่ มองลึกๆ จะพบปรัชญาที่ซ่อนอยู่ภายใน
ทำไร่ ในความหมายของผม คือ ธรรมไล่ ไล่กิเลส ครับผม
ใครมาไร่ผม ผมจะให้ ธรรมไล่
ทำผิดถูกไม่เป็นไร ดูจิตเอาไว้ ปลูกสติ สำคัญกว่าปลูกต้นไม้
ต้นไม้ในเกษตรสับสน ผมตั้งชื่อใหม่ๆ เช่น
ขอบคุณอาขารย์ที่ให้คำชี้แนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวความรู้ที่แบ่งบันกันบนโลกอินเตอร์เน็ท บล็อกของอาจารย์ผมก็เข้ามาติดตามอ่านเป็นประจำแต่ไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็น เนื่องจากความรูยังด้อยนัก ผมขออนุญาตเอาแนวคิดของอาจารย์ไปติดต่อ ลองปฎิบัติ ครับ
ชอบใจประโยคนี้ของอาจารย์มากค่ะ
...เราเคยชินกับการ “ตัดสิน” “พิพากษา” ว่า คนนี้ ดี เลว ต้นนี้วัชพืช ต้นนี้ดี ...
เพราะการจะหลุดออกจากความเคยชินนี้ได้ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเลยค่ะ
หญ้าคามีสิทธิ์อยู่บนโกใบนี้เท่ากับคนเช่นกัน ถ้าหญ้ามันตัดสินคนได้ คนนั่นแหละจะหนาว