เทคโนโลยีสารสนเทศตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ในภาวะปัจจุบันการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นศูนย์กลาง ก้าวไกลทางวัตถุโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ทำให้คนสะดวกสบายมากขึ้น นำมาใช้ประโยชน์เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานหรือด้านอื่น ๆ เทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมสังคมสารสนเทศ ซึ่งมีทั้งผลดีต่อมนุษยชาติ และที่เราจะต้องเตรียมรับมือกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากเครื่องมือเทคโนโลยี ซึ่งหลักเศรษฐกิจพอเพียงข้างต้นนั้นสามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างดี แต่สังคมเราโดยเฉพาะวัยรุ่นนักศึกษาสมัยนี้ยังใช้เทคโนโลยีเพียงเพื่อแฟชั่น อวดเพื่อนในสถาบันตามกระแสมากกว่า ทำให้ผู้ปกครองต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อจะได้นำเงินมาให้ลูกหลานและต้องตกอยู่ในภาวะหนี้สินอย่างถอนตัวไม่ออก ยกตัวอย่างเช่น การเป็นหนี้บัตรเครดิตต่าง ๆ จากการสำรวจของหน่วยงานทางสังคม ทำให้รู้ว่ายอดการใช้บริการบัตรเครดิตหรือการทำหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือ ไม่ได้กู้เพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรแต่เป็นการกู้เพื่อมาใช้จ่าย ในชีวิตประจำวัน และสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น เพียงเพื่อให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเหมือนกับผู้อื่น โดยการใช้อย่างไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบทำให้มีปัญหาสังคมอย่างอื่นตามมาอีก เช่น จากข่าวการปล้นร้านทองที่เกิดขึ้นบ่อยในขณะนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความรู้ที่จะมาแก้ปัญหาชีวิตจากความไม่พอเพียงของตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยที่คนเราในสังคมยังมีความต้องการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นทุกวันแต่รายได้เท่าเดิมเลยต้องใช้วิธีการที่ผิดในการหาเงินมาเพื่อใช้จ่ายกับความทันสมัยของวัตถุ โดยไม่รู้จักนำหลักความพอเพียงมาใช้ ทุกคนควรรู้จักที่จะบริโภคเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ อย่างฉลาด พอประมาณ รู้เท่าทัน ศึกษาถึงข้อดีข้อเสีย ที่สำคัญต้องให้เหมาะสมฐานะการเงินของตนเองด้วยเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น คำว่า เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งตรงกับคำว่า Sufficiency Economy พอมีพอกิน พอเพียง ตามความหมายนี้ อาจจะมีมาก อาจจะดูฟุ่มเฟือย อาจจะมีของหรูหราก็ได้แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ เศรษฐกิจพอเพียงจึงมีลำดับขั้นของการพัฒนาและปฏิบัติ ที่เริ่มต้นจากหลักของการพึ่งตนเอง เปลี่ยนจากการพึ่งพาตนเองไม่ได้หรือต้องคอยอาศัยผู้อื่น อยู่ตลอดเวลา (Dependent) เป็นการพัฒนาตนเองให้มีความเข้มแข็ง เป็นอิสระ (Independent) แล้วจึงค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาเป็นการแลกเปลี่ยน การรวมกลุ่มช่วยเหลือกัน จนนำไปสู่การพึ่งพิงอิงกัน (Inter-dependent) สงเคราะห์เกื้อกูล ร่วมมือกัน และประสานกับโลกภายนอก วิกฤตทางเศรษฐกิจในปี 2540 ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการพัฒนาที่มุ่งสร้างความเจริญในทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยขาดพื้นฐานที่มั่นคง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิดอันเป็นรากฐานของเศรษฐกิจพอเพียงไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 ว่า “การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน…เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจ ขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไปอ้างอิงhttp://www.siam-handicrafts.com/Webboard/question.asp?QID=4575http://www.geosocial.mju.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=34&Itemid=51http://www.school.obec.go.th/bpr/2.htm นางสาว กาญจนชนก ภัทรวนิชานันท์ รหัส 49199080617 MPA 4
ไอทีกับวิถีพอเพียง
พอเพียง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
KPN AC jack · 25 พ.ค. 2550
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 25 พ.ค. 2550
Panda · 25 พ.ค. 2550
คุณ ธนภัทร สืบราศรี · 25 พ.ค. 2550
โรงพยาบาลบ้านหมี่ · 25 พ.ค. 2550
ดร.เลิศชัย สุธรรมานนท์ · 25 พ.ค. 2550
น้ำผึ้ง · 25 พ.ค. 2550
เราคนไทยต้องช่วยกันปลูกฝังค่านิยมความพอเพียงและการพึ่งตนเอง ให้เป็นนิสัยแก่เด็กๆของเราครับ…อย่าให้เด็กไปตามกระแสแฟชั่น ราคาแพง ที่ผู้จำหน่ายพยายามเสนอของเกินจำเป็นให้ผู้บริโภคตลอดเวลา…