Learning organization

โดย เลิศชัย สุธรรมานนท์

บทความนี้แบ่งสาระสำคัญที่บรรยายได้เป็นสามส่วน คือ

1. ความหมายขององค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)

2. คุณลักษณะขององค์การแห่งการเรียนรู้(Characteristics of Learning Organization)

3. รูปแบบของการเรียนรู้เป็นกลุ่ม (Types of Group Learning)

ส่วนที่หนึ่ง

ความหมายขององค์การแห่งการเรียนรู้

ความหมายขององค์การแห่งการเรียนรู้ โดยอ้างอิงนักวิชากรต่างๆหลายท่าน ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ คือ

Senge , P. ซึ่งให้ความหมายว่า องค์การแห่งการเรียนรู้ คือ องค์การที่บุคลากรเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานได้ตามที่ต้องการ เป็นองค์การที่สนใจความคิดใหม่ๆ และให้มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง

Pedler และคณะ ซึ่งได้ให้ความหมายขององค์การแห่งการเรียนรู้ ว่าเป็นองค์การที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างกันทั่วทั้งองค์กร

ทั้งนี้องค์การแห่งการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ในบริษัทของวัฒนธรรมการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย

1. มีการสื่อสารภายในองค์การที่ดีและเปิดเผย

2. มีกลไกในการสำรวจตรวจสอบและให้ข้อมูลย้อนกลับ

3. ให้เวลาอย่างเพียงพอกับกระบวนการเรียนรู้

4. ให้เกียรติ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ส่วนที่สอง

คุณลักษณะขององค์การแห่งการเรียนรู้

คุณลักษณะขององค์การแห่งการเรียนรู้ โดยอ้างอิงจากนักวิชาการ 3 ท่าน ประกอบด้วย Senge , Argyris และ Schon ว่าองค์การแห่งการเรียนรู้มีลักษณะดังนี้

  <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="margin: auto auto auto -3.6pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

Characteristic

Definition

Best Practices

Byproducts

ปัจเจกบุคคลที่มีความตื่นรู้ (MasteryIndividual) สามารถที่จะวินิจฉัยสิ่งต่างๆอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย  มีวิสัยทัศน์ที่แจ่มชัด

- มีแรงกระตุ้นที่เป็นทางบวกจากผู้บริหาร

- แลกเปลี่ยนประสบการณ์

- มีปฏิสัมพันธ์กับหัวหน้า

- ได้รับ Feedback

- จัดดุลยภาพระหว่างงานกับชีวิต

- เกิด Commitment

- มีแนวคิดเชิง Negative น้อย

- เผชิญหน้ากับข้อจำกัดต่างๆได้

- ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง

ปัจเจกบุคคลที่มีความแหลมคม (Mental ModelsIndividual) สามารถมองเห็นสัจจะธรรมและเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ

- ให้เวลาสำหรับการเรียนรู้

- มองตนเองอย่างเปิดเผย

- เป็นนักสำรวจสอบถาม- มีความยืดหยุ่น ปรับตัว

-  ไม่เน้นปกป้องตนเอง

- ไม่หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่มีความยุ่งยาก

-ไม่แสดงพฤติกรรมที่ทำให้การทำงานร่วมกันมีความผิดเพี้ยนไป 

มีการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กัน (Shared vision) แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และเกิดวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตร่วมกัน

- มีส่วนร่วมอย่างเปิดเผย

- มีความน่าเชื่อถือ

- มีพฤติกรรมที่พร้อมแลกเปลี่ยน

- สื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจร่วมกันได้

- ไวต่อการเปลี่ยนแปลง

- มีความเชื่อถือศรัทธากัน

- มีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

- ผนึก ประสานการทำงานร่วมกันได้อย่างดี 

เรียนรู้กันเป็นทีม (Team Learning) การเสวนา เล่าสู่กันฟังมากกว่าการถกเถียงกัน

- มีส่วนร่วมอย่างเปิดเผย

- สร้างความคิดเห็นพร้องต้องกัน

- สื่อสารจากบนสู่ล่าง และล่างขึ้นบน

- แสดงความคิดสร้างสรรค์ 

- ความสามัคคี

- ความคิดริเริ่ม

ความคิดเชิงระบบ (System Thinking) วิเคราะห์ และมองเห็นความสัมพันธ์ เชิงเหตุผลของสิ่งต่างๆ

- ฝึกปฏิบัติตนเองให้มีความคิดที่เฉียบคม

- แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์

- เรียนรู้เป็นทีม

- ลดความขัดแย้ง

- มีการปรับปรุงต่อเนื่อง

- อ่านสถานการณ์ออก ซึ่งลงมือก่อนเหตุการณ์คับขัน 

</tbody></table><p>ส่วนที่สาม </p><p>รูปแบบของการเรียนรู้เป็นกลุ่ม วิทยากร มีความเชื่อว่า การเรียนรู้เป็นกลุ่มของบุคคล จะนำไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ </p><p> การเรียนรู้เป็นทีม เป็นกุญแจสำคัญไขไปสู่การเรียนรู้ และเกิดองค์การแห่งการเรียนรู้ กล่าวคือ </p><p>1. การเรียนรู้เป็นทีม แบบ Cooperative เป็นการถ่ายทอด ทักษะ ข้อมูล การสนับสนุนช่วยเหลือกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน เป็นสังคมเป็นหรือองค์การ (Instrumental Knowledge) </p><p>2. การเรียนรู้เป็นทีม แบบ Collaborative เป็นการเรียนรู้ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนความคิด ด้วยการถ่ายทอดความรู้สึก ประสบการณ์ เพื่อสร้างความรู้ใหม่ มากกว่าให้แค่ข้อเท็จจริง จึงได้ผลลัพธ์เป็นความรู้ที่เรียกว่า Communicative Knowledge ซึ่งเป็นความรู้เชิงค่านิยม วัฒนธรรมขององค์การ </p><p>3. การเรียนรู้เป็นทีมแบบ Transformative เป็นการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่มุมมองกรอบความคิดเดิม ทำให้เกิดความรู้แบบ Emancipator Knowledge ซึ่งเป็นความรู้ที่ทำให้เกิดความตระหนัก มีการปรับกรอบความคิดจากเดิม อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้เป็นทีมแต่ละแบบ ต่างมีการคาบเกี่ยวเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างแยกไม่ออก </p><p>วิเคราะห์ วิจารณ์ และอภิปราย </p><p>เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กรแห่งการเรียนรู้ชัดเจนยิ่งขึ้นจึงเสนอมุมมองเพิ่มเติมอีก 3 ประเด็นคือ </p><p>1. องค์การแห่งการเรียนรู้ ว่าไม่ได้เป็นการที่รวบรวมคนที่เต็มไปด้วยความรู้ไว้ในที่เดียวกัน แต่เป็นที่ซึ่งสมาชิกในองค์การเรียนรู้ร่วมกัน และผลของการเรียนรู้ทำให้องค์การมีความสามารถเพิ่มขึ้น องค์การแห่งการเรียนรู้ จึงมีความสัมพันธ์กับผลสำเร็จขององค์การเป็นอย่างยิ่ง ตามนิยามขององค์การแห่งการเรียนรู้ ที่ได้เลือกสรรมาอธิบาย </p><p>2. นักวิชาการจำนวนมาก ได้อ้างอิง วินัย 5 ประการของการเรียนรู้ ของ Senge ในการนำเสนองานของตน ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่วิทยากรได้หยิบวินัย 5 ประการที่เดิม เหมือนคำสอนที่เป็นนามธรรมมากให้เป็นรูปธรรม กล่าวคือ ได้แนะนำแนวทางปฏิบัติในวินัยแห่งการเรียนรู้แต่ละข้อ และอธิบายถึงผลที่จะได้รับไว้ด้วย ทำให้เกิดความเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น </p><p>3. ได้นำเสนอรูปแบบของการเรียนรู้ที่ยังคงเน้นที่การเรียนรู้เป็นทีม ถึง 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบทำให้เกิดการเรียนรู้ในลักษณะต่างกัน เช่นเกิดการเรียนรู้แค่ข้อเท็จจริง เกิดการเรียนรู้ในเชิงค่านิยม วัฒนธรรมองค์การ และเกิดการเรียนรู้ถึงขั้นเปลี่ยนกรอบความคิด ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบ ต้องเกิดขึ้นในองค์การ จึงจะทำให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ได้ </p><p>ข้อเสนอแนะ </p><p>การนำเสนอบทความนี้ แม้จะอย่างกระชับ แต่คงมีคุณค่ามาก โดยเฉพาะในส่วนที่สาม ที่เป็นการนำเสนอการเรียนรู้เป็นกลุ่ม 3 รูปแบบที่มีการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านข้อมูล ทักษะ ทัศนคติ และการเปลี่ยนกรอบความคิด น่าจะได้มีการสร้างเป็นตัวแบบ และมีการยืนยันด้วยกระบวนการวิจัย หากผลการวิจัยสนับสนุนตัวแบบนี้ และมีความสอดคล้องเหมาะสมกับองค์กรใด องค์กรนั้นสามารถนำผลไปปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม ตัวแบบที่กล่าวข้างต้นนี้ นอกจากต้องเพิ่มเติมมิติด้านวัฒนธรรมภายในองค์กรแล้ว น่าจะเพิ่มมิติบริบทแวดล้อมภายนอกองค์การมาใช้ในการศึกษาด้วย จะทำให้ผลการศึกษามีความสมบูรณ์และเกิดคุณค่าอย่างมาก </p>