UKM-10

กลุ่มที่  3  การบริหารงานวิจัย       

ผู้เล่าเรื่อง  นายสุนทร  เดชชัย และนางสาวศศิณี กันยาบุญ กองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 44150       

เรื่องเล่าโดยสังเขปชื่อเรื่องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการวิจัย(กรณีตัวอย่าง) ”

         @ C : Content  เนื้อหาของเรื่องที่จะเล่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม   เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับภารกิจด้านการวิจัยอย่างมาก จะเห็นได้จากการเลือกอยู่กลุ่มที่ 1 ด้านการผลิตบัณฑิตและการวิจัย ในการรับการประเมินคุณภาพ (สมศ) ที่ผ่านมา และผลการประเมิน ผ่านการรับรอง      สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาต่อไป คือเรื่องขีดความสามารถ(Competency)ของนักวิจัย มุ่งเน้นให้มีศักยภาพและคุณภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผลงาน วิจัยที่มีคุณภาพเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดให้มีการสัมมนาผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อทบทวนบทบาทหน้าที่    ผลงาน  และการปรับแผนกลยุทธ์และนโยบายด้านการวิจัย และด้านอื่นๆ เป็นประจำทุกปีมหาวิทยาลัยจึงต้องผลิตกำลังคนทางด้านการวิจัยให้เพียงพอ ทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ  ในการบริหารจัดการงานด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม           มีรองอธิการบดีฝ่ายนโยบาย แผน และวิจัย เป็นผู้กำกับดูแล      และหน่วยกองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยเป็นฝ่ายปฏิบัติงานประสานงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย    ผมมีประเด็นในเรื่องการบริหารจัดการที่ดีและน่าประทับใจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คือ การให้ความเสมอภาคในการทำงานวิจัย บุคลากรมหาวิทยาลัยทั้งสายอาจารย์ผู้สอน และสายสนับสนุน ได้มีโอกาสทำงานวิจัยโดยเท่าเทียมกัน  การทำวิจัยขึ้นอยู่กับต้นทุนทางความคิด ความสนใจ ความถนัดของแต่บุคคล ในการเปิดโอกาสดังกล่าวถือเป็นผลดีต่อมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก โดยเล็งเห็นว่างานวิจัย คือเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาทุก ๆ ด้าน รวมทั้ง ผลงานวิจัยยังนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติ และการขอตำแหน่งทางวิชาการด้วย รวมทั้ง ยังให้ความสำคัญและส่งเสริมในการทำวิจัยของนิสิตในระดับต่าง ๆ ด้วยผมได้พูดคุย กับคุณศศิณี กันยาบุญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่และประสานงานงานวิจัยของหน่วยงานกองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย   มีข้อคิดเห็นร่วมกันว่า  การที่มหาวิทยาลัยจะเข้าไปมีบทบาทและช่วยแก้ไขปัญหาสังคม ชุมชน  ได้จริงนั้น เราต้องมีนักวิจัยที่เก่ง ๆ  ที่หลากหลายวิทยาการไปสนองตอบความต้องการของสังคม   ชุมชนที่เดือดร้อน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ยังต้องได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ  และจากมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก จากการระดมความคิดเห็นภาคประชาชนที่มหาวิทยาลัยดำเนินการวันที่ 15-17 มีนาคม 2550   ที่ผ่านมา ความคาดหวังของสังคม  ชุมชนที่มีต่อมหาวิทยาลัยสูงมาก  คำถามที่เกิดขึ้น แล้วเราจะตอบโจทย์นี้อย่างไรบ้าง    ผมได้ฟังวิสัยทัศน์ และแนวทางของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต รองอธิการบดีฝ่ายนโยบาย แผน และวิจัย ที่มีความมุ่งมั่นทุกวิถีทางที่จะช่วยเหลือสังคม ชุมชนอย่างเต็มที่ กระตุ้นชาวมหาวิทยาลัยให้ตระหนักดำเนินการวิจัย  และการผลิตกำลังคนทางการวิจัย ท่านได้ดำเนินการอย่างครบวงจร  จัดทำทั้งในระดับภาพรวม และคณะ สร้างบรรยากาศทางการวิจัยจัดให้มีเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ  มีรางวัลค่าตอบแทนการตีพิมพ์เป็นแรงจูงใจ    สนับสนุนงบประมาณในการนำเสนอผลทางวิชาการ  แต่สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุด คือการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มาจากบุคลากรสายสนับสนุนให้มีศักยภาพสูง และเป็นบุคคลที่มีคุณภาพจริง ๆ ผมถือว่าเป็นวิธีคิด และมิติที่ดีของนักบริหาร และของสังคมมหาวิทยาลัย   ที่ได้ริเริ่มบุกเบิกนำร่องโครงการดี ๆ จนนำไปสู่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัย ผลสำเร็จนี้ จะถูกนำไปสู่กระบวนการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการวิจัยที่มีคุณค่าของมหาวิทยาลัย     ในวงกว้าง ต่อไป  ผมเองให้ชื่อโครงการนี้โดยส่วนตัวว่า “Talent of MSU” คือ เก่งทั้งนักคิด และเก่งทั้งนักวิจัย  

          @ A : Action  วิธีการหรือแนวทางปฏิบัติที่นำไปสู่ความสำเร็จโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางด้านการวิจัย(ตัวอย่าง)  ดังกล่าว    เป็นการบุกเบิกนำร่องเท่านั้น(Pilot Project)     หรือเป็นเพียง Lab เล็ก ๆ ที่ได้ดำเนินงานตั้งแต่ ปี 2547 และได้ส่งเสริมต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  และยังส่งเสริมพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไป วิธีการดำเนินงานให้ได้มาซึ่งตัวบุคคลของเป้าหมาย และมีคุณสมบัติเหมาะสมดังที่ต้องการ      ได้รับข้อมูลและการส่งเสริมจากคณาจารย์ในสาขา คณะที่สังกัดอยู่ มาถึงการสัมภาษณ์พูดคุยดูทัศนคติ ความคิดเห็น และผลงานที่กำลังดำเนินการและงานในอนาคตที่จะดำเนินหารต่อไป ทำให้ได้ตัวบุคคลที่ต้องการ และทำการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรคนอื่น ๆ ในภาพรวม และระดับคณะ   และเฉพาะกิจ เช่น การศึกษาดูงาน ร่วมอบรมสัมมนา นำเสนอผลงานในเวทีต่าง ๆ          ซึ่งมหาวิทยาลัยจะอำนวยความสะดวกให้นักวิจัยอย่างเต็มที่  รวมทั้ง มหาวิทยาลัยสนับสนุนให้จัดตั้งหน่วยวิจัยเฉพาะทาง(Research Unit)         เพื่อก้าวไปสู่การเป็นCenter of Excellence ในระดับสากล เพื่อที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องการพัฒนาบุคลากรทางการวิจัย อีกทางหนึ่ง เพื่อก้าวไปสู่การสร้างคุณประโยชน์ ให้กับประเทศชาติต่อไป โครงการนี้ ได้รับความสำเร็จในระดับที่ชาวมหาวิทยาลัยมีความภูมิใจวิธีการหรือแนวทางปฏิบัติที่นำไปสู่ความสำเร็จ มีดังนี้ คือ

1.    การออกแบบโครงการที่มีเป้าหมายชัดเจน ดังนี้

     1.1      เป็นบุคลากรสายสนับสนุน ของมหาวิทยาลัย

     1.2      เป็นบุคคลที่มีความสนใจในการทำงานวิจัย

     1.3       มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หรือเป็นนักประดิษฐ์ ที่มีผลงานปรากฏ

     1.4      เคยเข้าร่วมทำงานวิจัยกับคณาจารย์ หรือมีผลงานวิจัยของตนเอง

     1.5      เป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบสูง (งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จทุกโครงการ)

     1.6      เป็นบุคคลที่มีทัศนคติที่ดีต่อคนอื่น ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

2.    มีการดำเนินงานตามแผนที่ดี ภายใต้การกำกับดูแลของรองอธิการบดีฝ่ายนโยบาย แผน และวิจัย และหน่วยงานกองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย ดำเนินควบคุมการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักวิจัยของมหาวิทยาลัย ทั่วไป

3.    มีการส่งเสริมสนับสนุนในทุกด้าน(ครบวงจร) เช่น การให้คำปรึกษา(โดยรองฯวิจัย และผู้ทรงวุฒิ) การสนับสนุนงบประมาณ การสนับสนุนการนำเสนอผลงานทางวิชาการ การตีพิมพ์ในวารสารทั้งในและต่างประเทศ การจัดแสดงผลงานและเผยแพร่แก่กลุ่มเกษตรกร ลิขสิทธิ์ทางปัญญา รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยวิจัยเฉพาะทาง(Research Unit)  เพื่อก้าวไปสู่การเป็น Center of Excellence  ในระดับสากล

 4.    มีการประสานงานและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตัวนักวิจัยและหน่วยงานที่กำกับดูแล ฯลฯ                               

          บุคคลที่ได้กล่าวถึงและมีความน่าสนใจ คือ นายทนงศักดิ์ มูลตรี  เป็นบุคลากรสายสนับสนุน คณะเทคโนโลยี ตำแหน่ง พนักงานมหาวิทยาลัยที่จ้างตามภารกิจ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีจบจากสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน สาขาเทคนิคไฟฟ้ากำลังและสาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง ทำงานและศึกษาต่อจนสำเร็จในระดับปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แห่งนี้    ได้รับความเห็นชอบให้ได้รับ การบรรจุเป็นอาจารย์ในปี  2549   ที่ผ่านมา ประจำภาควิชาเทคโนโลยีอาหารและโภชนศาสตร์   คณะเทคโนโลยี ผลจากการพัฒนาตนเองมีความสนใจในงานวิจัย สู่การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัย จนได้การบรรจุเป็นอาจารย์และกำลังสำคัญของมหาวิทยาลัย และของประเทศชาติ มิติที่ชวนคิด บุคคลากรสายสนับสนุนที่มีความสนใจในการวิจัย สามารถก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และมีผลงานในระดับชาติ ได้เช่นกัน

         @ R : Result  ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น

1.        โครงการรับความสำเร็จ และเป็นไปตามเป้าหมายทุกประการ

2.        ได้แนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการวิจัยของมหาวิทยาลัย

3.        ได้ผลิตกำลังคนนักวิจัยใหม่ที่มีศักยภาพและมีคุณภาพสูงของมหาวิทยาลัย

4.        มีความคุ้มค่า จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่ (ช่วยให้คำตอบด้วย)

5.        โครงการนี้ จะช่วยกลุ่มภาคเกษตรกรของประเทศได้ หรือไม่ (จากผลงานที่ปรากฏ)

6.        โครงการนี้ ทำให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามก้าวสู่คำว่า องค์กรแห่งการเรียนรู้

7.        โครงการนี้ จะถูกเผยแพร่เป็นสารสนเทศ ฝึกอบรมสร้างนักวิจัยคุณภาพ ต่อไป   

 เรื่องเล่านี้อาจยังไม่ใช้หลักการบริหารจัดการที่ดีบ้างประการ อะไรบ้าง? (ช่วยพิจารณาให้ข้อมูลด้วย)

-          หลักคุณธรรม

-          หลักนิติธรรม

-          หลักความโปร่งใส

-          หลักการมีส่วนร่วม

-          หลักความคุ้มค่า

-          หลักการสำนึกแห่งความรับผิดชอบ

-          หลักการจัดการทรัพยากรมนุษย์

-          หลักการบริหารจัดการ

-          หลักการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

-          หลักการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร