ในช่วงปีนี้ เป็นช่วงที่ผมมีเวลาว่างน้อยมาก เนื่องจากรับผิดขอบงานในหลายด้าน จากที่เป็นเฉพาะผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตากที่มีเวลาทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ ในฐานะผู้อำนวยการ ในฐานะผู้ปฏิบัติที่มีอำนาจเต็มในหน่วยงานของตนเอง แม้จะต้องรับบทบาทการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ไม่มากนักประมาณสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น การทำงานในโรงพยาบาลบ้านตากในฐานะผู้อำนวยการสามารถใช้อำนาจในหน้าที่ร่วมเป็นตัวขับเคลื่อนการทำงานได้ง่าย
เมื่อเมษายน 2549 ที่ผ่านมา ผมก็ได้เข้าไปรับตำแหน่งนายแพทย์ 8 ด้านเวชกรรมป้องกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตากและได้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตากอีกตำแหน่งหนึ่ง ทำให้ผมได้ขยับไปทำหน้าที่อีกด้านหนึ่งที่เป็นรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก ที่ต้องช่วยท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดดูแลงานสาธารณสุขในภาพรวมของจังหวัดตาก ทำให้เห็นภาพของงานสาธารณสุขกว้างขึ้น ซึ่งจังหวัดตากเอง มีความแตกต่างกันของงานสาธารณสุขด้วยความต่างของพื้นที่ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฟากคือฝั่งตะวันออก (ด้านหน้าทิวเขาถนนธงชัย) ที่มี 4 อำเภอคือเมืองตาก บ้านตาก สามเงา วังเจ้า สภาพต่างๆก็คล้ายๆกับงานที่บ้านตาก ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งคือฝั่งตะวันตก (ด้านหลังทิวเขาถนนธงชัย) มี 5 อำเภอคือแม่สอด แม่ระมาด พบพระ ท่าสองยางและอุ้มผาง ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นที่สูง อากาศหนาวเย็น ประชากรเป็นชาวไทยภูเขาที่มีความแตกต่างด้านภาษา วัฒนธรรมความเป็นอยู่ อีกทั้งแรงงานต่างด้าวจำนวนมากกว่า 200,000 คน ที่เข้ามาตามแนวชายแดนไทย-พม่าที่ยาวที่สุดของไทยในเขตจังหวัดตากถึง 560 กิโลเมตร มาพร้อมกับปัญหาหลายด้านโดยเฉพาะปัญหาทางด้านสาธารณสุข การทำงานจึงต้องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและNGOs ต่างชาติ ที่มีวิธีการทำงานและภาษาที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างมาก ผมได้รับมอบหมายให้ดูโรงพยาบาลชุมชนและสาธารณสุขอำเภอทุกแห่ง งานควบคุมโรค งานประกันสุขภาพ งานกิจการพิเศษ (ดูแลเรื่องต่างด้าวโดยเฉพาะ) และรักษาราชการแทนกรณีที่ท่าน นพ. สสจ.ตากไม่อยู่ และดูแลโครงการพิเศษเช่นกองทุนโลก งานของTUC สิ่งที่ผมได้พบก็คือหลายเรื่องผมไม่รู้มาก่อนเลยทั้งๆที่อยู่ตากมาเกือบ 10 ปี ปัญหาสุขภาพชายแดนมีเรื่องให้ทำมาก ต้องคุยและประสานงานกับชาวต่างชาติ และในพื้นที่จังหวัดตากต้องดูแลศูนย์ลี้ภัยสงครามถึง 3 แห่ง จาก 7 แห่งทั้งประเทศ ใน 3 อำเภอคือค่ายแม่หละที่ท่าสองยาง ค่ายนุโพที่อุ้มผางและค่ายอุ้มเปี้ยมที่พบพระ แม้จะไม่ได้เข้าไปดูแลค่ายเหล่านี้โดยตรง แต่หากเกิดโรคติดต่อสำคัญหรือการระบาดขึ้นมา เราก็ต้องเข้าไปดูแลให้เขาสามารถควบคุมป้องกันโรคไว้ได้
การทำงานสาธารณสุขต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดตาก จึงเกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นมาหลายอย่าง มีรูปแบบการทำงานที่หลากหลายเช่น การดูแลสุขภาพต่างด้าวในพื้นที่เขตเมืองที่มีแรงงานต่างด้าวแออัดในโรงงานหรือสถานประกอบการณ์ การดุแลในพื้นที่เกษตรกรรมที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากหรือการดูแลในพื้นที่ห่างไกล มีการจัดตั้งสถานสุขภาพชุมชนต่างด้าว (Health post) จังตั้งศูนย์มาลาเรียชุมชน (Malaria post) มีพนักงานสุขภาพชุมชนต่างด้าว (พสช.) อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) เป็นต้น
พอมาเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ผมได้เข้าไปช่วยงานเป็นคณะทำงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นการทำงานการเมือง เป็นงานเชิงนโยบาย เป็นทีมที่อยู่เบื้องหลังทำงานวิชาการเชิงนโยบาย ซึ่งก็เป็นงานที่ท้าทายอย่างมากเช่นกัน ผมใช้เวลาทำงานที่ตากประมาณ 2-3 วันและที่กระทรวงสาธารณสุข ประมาณ 2-3 วัน สลับกันไป บางครั้งก็ทำงานอยู่ในสำนักงานที่กระทรวงฯ บางครั้งได้ติดตามรัฐมรตีไปตรวจเยี่ยมงานในที่ต่างๆ ทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้งานในภาพกว้างอย่างมาก ในขณะที่ยังคงเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลและรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตากอยู่ด้วย รวมทั้งการสอนนิสิตแพทย์ของศูนย์แพทย์ตากกับมหาวิทยาลัยนเรศวรและต้องไปบรรยายให้หน่วยงานต่างๆไปพร้อมกัน ซึ่งบ่อยครั้งที่ต้องปฏิเสธการบรรยายเนื่องจากไม่สามารถจัดเวลาไปได้และต้องขออภัยหน่วยงานที่ได้เชิญผมไปบรรยายแล้วผมได้ตอบปฏิเสธไป ในเวลา 5 วันราชการ จึงหมดไปกับภาระงานเหล่านี้ มีเวลา 2 วันในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ได้อยู่กับครอบครัว
การทำงานในโรงพยาบาลบ้านตาก ในฐานะผู้อำนวยการ เป็นผู้มีอำนาจสั่งการโดยตรง เป็นผู้ปฏิบัติในระดับอำเภอ ดูแลประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบในฐานะผู้ปฏิบัติโดยตรง ถือเป็นการทำงานแถวหน้า
การทำงานที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก ในฐานะรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก ที่ทำงานในระดับจังหวัด ระดับที่คอยติดตามและเชื่อมโยงงานจากระดับนโยบายของกระทรวงเชื่อมสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ถือเป็นบุคคลแถวสอง
ในขณะที่การทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข เป็นทีมวิชาการที่ช่วยสนับสนุนงานเชิงนโยบาย อยู่เบื้องหลัง ถือเป็นบุคคลแถวหลัง
นับเป็นเรื่องโชคดียิ่ง ที่ทำงานใน 3 ระดับ ในเวลาเดียวกัน ทำให้เห็นภาพงานสาธารณสุขของประเทศในระดับต่างๆได้ค่อนข้างชัดเจนขึ้นมาก ผมจึงเรียกตัวเองว่า ผู้ชายสามแถว
เรียน คุณหมอพิเซษฐ์ ด้วยความเคารพ
ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านผู้อำนวยการ รพ
ให้ศึกษาเรื่อง LO โดยเฉพาะต้นแบบ ที่ดีที่สุดเป็นรพ บ้านตาก ผอ.ได้มีโครงการและแนวคิดอยากเรียนเชิญคุณหมอมาเป็นวิทยากร ช่วงก่อนเดือนกันยายน 50 ผอ.ของดิฉันเพิ่งย้ายมาใหม่และมีแนวคิดด้านพัฒนาบุคลากร ที่ดีมาก และให้ความสำคัญแก่บุคลากรในองค์กรมากที่สุด อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำจุดเริ่มต้น สำหรับดิฉันด้วยค่ะ ขอบคุณมากที่สุดเลยค่ะ
อยากให้ลองอ่านบทความต่างๆในgotoknowที่เกี่ยวกับLO&KMหรือลองอ่านบทความของผมในwww.bantakhospital.com หรือซื้อVCD KM โรงพยาบาลบ้านตากที่ สคส.จัดทำ คิดว่าจะช่วยให้เห็นภาพได้มากขึ้น
หรือลองให้คนในโรงพยาบาลมานั่งคุยกันบ่อยๆโดยช่วยกันยกแต่สิ่งดีๆที่ทำกันมาคุยกันสักสัปดาห์ละครั้ง กลุ่มไม่ต้องใหญ่มากเช่น 5-10 คน จะได้อะไรๆที่คาดไม่ถึงเยอะเลยครับ
สวัสดีค่ะ...คุณหมอ