ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มีนาคม 2547

ผดผื่น เรื่องธรรมดาของทารก <p> </p><dd>คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตและสงสัยบ้างไหมว่า แม่คุณจะดูแลความสะอาดร่างกายของเจ้าตัวน้อยอย่างดี แต่ทำไมผดผื่นจึงมักเกิดขึ้นบนร่างกายของเจ้าตัวน้อยส่วนใหญ่ได้ง่ายนัก บางคนติติงตัวเองว่าดูแลดวงใจน้อยๆ ไม่ถูกวิธีหรือเปล่า หรือเพราะเสื้อผ้า สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยไม่ถูกสุขลักษณะ จึงทำให้ร่างกายของเจ้าตัวน้อย มีผดผื่นขึ้นตามใบหน้าและลำตัวอย่างนี้ ? ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไปแล้ว เพราะเรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ <p> </p> </dd><dd>

1. ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยก่อนขวบปียังบอบบาง

</dd><dd>โดยเฉพาะเซลล์ผิวหนังแท้และหนังกำพร้าของทารกแรกเกิดยังไม่ยืดหยุ่น แข็งแรง หากผิวหนังถูกสะกิดเพียงนิด มันก็จะพองเกิดผื่น หรือผิวหนังอักเสบ ทั้งนี้เพราะเซลล์ผิวหนังแยกตัวได้ง่าย <p> </p> </dd><dd>2. การทำงานของต่อมเหงื่อกับต่อมไขมัน </dd><dd>ยังทำงานได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดผื่นที่ต่างกันดังนี้ <blockquote>

2.1 ผดผื่นทีเกิดจากต่อมเหงื่อ
เนื่องจากเนื้อที่ผิวกายของเจ้าตัวน้อยยังมีน้อยเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ จึงต้องขับเหงื่อออกมากกว่าผู้ใหญ่ เพื่อระบายความร้อน โดยหลอดเลือดในร่างกายจะขยายตัว เพื่อขับความร้อนออกมาทางเหงื่อ นี่คือสาเหตุที่เจ้าตัวน้อยปกติมักตัวรุมตลอดเวลา คือ ตัวร้อนกว่าหลังมือของผู้ใหญ่เล็กน้อย โดยมีอุณหภูมิของร่างกายอยู่ระหว่าง 37-37.5 องศาเซลเซียส รวมกับการสังเกตดูว่าเจ้าตัวน้อยยังดูดนม หม่ำอาหารได้ดี ยังยิ้มและหัวเราะได้แสดงว่าไม่ได้เป็นไข้หรือเจ็บป่วย

 

และเพราะต่อมเหงื่อของเจ้าตัวน้อยยังทำงานได้ไม่ดี จึงเกิดการอุดตัน กลายเป็นผดผื่นได้ง่าย ซึ่งได้แก่ ผดใส ผดแดง และผดลึก ที่มักเกิดในฤดูร้อน ผดแต่ละชนิดจะขึ้นอยู่กับ ความลึกของการอุดตันของต่อมเหงื่อที่ชั้นผิวหนัง ถ้าอุดตันที่ผิวหนังตื้น ก็จะเห็นเป็นผดใส ถ้าอุดตันที่ผิวหนังระดับกลางก็จะเห็นเป็นผดแดง และถ้าอุดตันที่ผิวหนังระดับล่าง ก็จะเป็นผดสีขุ่น ยกเว้นเจ้าตัวน้อยที่ป่วยด้วยโรคผิวหนังบางอย่าง เช่น ต่อมเหงื่อฝ่อ หรือที่รู้จักกันในลักษณ์ของสังข์ทอง ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรม ร่างกายจะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง โดยหาสาเหตุของการติดเชื้อไม่พบ ทั้งนี้เนื่องจากไม่สามารถระบายความร้อนได้ การให้ยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กก่อนปรึกษาแพทย์ในกรณีนี้ หรือไม่ว่ากรณีใดจึงอันตรายหากให้กินเกินขนาด เพราะมันจะสะสมที่ตับ จนตับเสื่อมหน้าที่ได้

 

ผื่นจากต่อมเหงื่อป้องกันได้ โดยอย่าให้เจ้าตัวน้อยร้อนมากเกินไป ห้องนอนควรมีอากาศถ่ายเท ระบายความร้อนได้ดี ในช่วงฤดูร้อนอาจให้นอนในห้องที่เปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ เสื้อผ้าไม่ควรเป็นผ้าหนาตามอย่างต่างประเทศ หรือห่อตัวให้จนแน่น เพราะกลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะโดนแดดโดนลมจนไม่สบาย การทำอย่างนั้นยิ่งทำให้ต่อมเหงื่อของเจ้าตัวน้อยทำงานหนัก และไม่สามารถระบายเหงื่อออกได้ รูขุมขนก็จะอุดตันเป็นผื่นขึ้น จนผิวอักเสบพุพองเป็นหนองได้

 

การเช็ดตัวหรืออาบน้ำให้เจ้าตัวน้อยบ่อยขึ้นในฤดูร้อนช่วยระบายความร้อนไม่ให้เกิดความหมักหมม การทาคาลาไมน์จะช่วยลดอาการคัน เพราะมีส่วนผสมที่เป็นน้ำ เมื่อน้ำระเหย ก็จะดูดความร้อนที่ผิวของเจ้าตัวน้อยออกไป เจ้าตัวน้อยจะสบายขึ้น ผดผื่นก็จะหายไป หรือเมื่อเจ้าตัวน้อยโตขึ้น พื้นที่ระบายความร้อนของร่างกายก็จะเพิ่มขึ้น ผดผื่นก็จะไม่มารังควานแบบนี้อีก

 

2.2 ผื่นที่เกิดจากต่อมไขมัน
มักเกิดขึ้นเป็นปกติกับเจ้าตัวน้อยก่อนขวบปีพอสมควร โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยแรกเกิดถึง 3 เดือน รูเปิดของต่อมไขมันยังทำงานได้ไม่ดี แต่ต้องทำงานมากกว่าปกติ เพราะถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนจากคุณแม่ ที่ได้รับมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้ผิวหนังเกิดการอุดตันและอักเสบได้ง่าย

 

บริเวณใบหน้า แก้ม ตามซอกข้อพับ ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ หน้าอก และแผ่นหลังช่วงบน โดยเฉพาที่ ศีรษะ บริเวณคิ้ว ใบหู หลังหู จะมีต่อมไขมันมากกว่าส่วนอื่น ทำให้เห็นคราบไขมันเหลืองหนา แห้งเป็นเกร็ดติดอยู่ และจะผลิตออกมาเรื่อยๆ ของเก่าแห้งไป ของใหม่มาอีก แต่จะไม่ค่อยมีอาการคัน เจ้าตัวน้อยจึงไม่หงุดหงิดงอแง

 

ผื่นที่เกิดจากต่อมไขมันป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นฮอร์โมนที่เจ้าตัวน้อยได้รับจากคุณแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ดังกล่าว จึงต้องรอเวลาที่ฤทธิ์ของฮอร์โมนในตัวของเขาหมดไป มันก็จะหายไปเอง ระยะเวลาแล้วแต่จะได้รับฮอร์โมนมามากหรือน้อย แต่สามารถดูแลให้จางหรือเบาบางได้ด้วยการใช้น้ำมัน เช่น น้ำมันมะกอก เบบี้ออยล์ ฯลฯ นวดทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้สะเก็ดมันนุ่ม แล้วค่อยเช็ดหรือสระออก สะเก็ดก็จะหลุดออก แต่ถ้าปล่อยให้สะเก็ดแห้งแข็งอยู่อย่างนั้น อาจไปขูดหนังศีรษะให้เป็นแผลติดเชื้อได้

 

ส่วนผื่นแดงบริเวณที่ไม่มีเส้นผมหรือขน เช่น แก้ม หลังหู ซอกคอ ขาหนีบ ฯลฯ ควรใช้ยาแก้อักเสบ 0.02% T.A. หรือครีมธรรมดาจำพวก Brand Cream ทาบางๆ เพื่อไม่ให้ผิวหนังเป็นขุยลอก หรือควรปรึกษาแพทย์ การทาคาลาไมน์ในกรณีนี้ช่วยได้ในช่วงแรก แต่ถ้าเนื้อแป้งในคาลาไมน์อาจเกาะติดรูต่อมไขมัน อาจทำให้อาการแย่ลงในภายหลัง

</blockquote>
</dd><dd>

ผื่นจากปัญหาอย่างอื่น

 

</dd><dd>นอกจากเจ้าตัวน้อยอาจเกิดผื่นได้จากต่อมเหงื่อและต่อมไขมันแล้ว บางคนยังอาจเกิดผดผื่นจากปัญหาต่อไปนี้ <blockquote><ul><li> ผื่นจากภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งเป็นพันธุกรรมความไวของเซลล์จากครอบครัวที่เป็นภูมิแพ้ ทำให้ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ เช่น คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นหวัดเรื้อรังเมื่อเจอขี้ฝุ่น จะตาแดง น้ำตาไหล ฯลฯ หากเจ้าตัวน้อยได้รับพันธุกรรมผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมา ผิวหนังก็จะไวและแพ้ได้ง่ายแม้แต่เหงื่อของตัวเอง จึงทำให้เกิดผื่นขึ้นมา โดยจะพบกรณีนี้ประมาณ 14-15% <p> </p>

ดังนั้นถ้าเจ้าตัวน้อยมีเหงื่อออก น้ำลายไหล มีน้ำย่อยจากน้ำลาย การแหวะนมมาเปื้อนผ้าปูเตียง หรือผ้าปูเตียงมีผงซักฟอกหรือสารเคมีตกค้าง ฯลฯ เมื่อเด็กนอนคว่ำหรือนอนตะแคง แก้มจะแนบกับที่นอนและหมอน จึงมักเป็นผื่นที่แก้มจากการระคายเคืองของน้ำลายที่ไหลเปื้อน

 

ผิวภูมิแพ้จากกรรมพันธุ์โดยทั่วไปจะผิวแห้ง เพราะขาดเซลล์ไขมันเคลือบผิวหนังบางตัว ถ้าคุณแม่อาบน้ำฟอกสบู่ให้เจ้าตัวน้อยกลุ่มนี้บ่อยๆ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ชอบอาบน้ำร้อนๆ ให้ลูก ยิ่งละลายไขมันบนผิวหนังที่มีอยู่น้อยให้ออกไปอีก การทาคาลาไมน์ให้เจ้าตัวน้อยกลุ่มนี้ จึงยิ่งทำให้ผิวแห้ง ผิวยิ่งแห้ง ยิ่งคัน ยิ่งเกาผื่นยิ่งเห่อ เจ้าตัวน้อยมักงอแงจากอาการคัน บางคนยังเกาไม่ได้ก็จะถูผิวหนังกับที่นอนจนเลือดออก ผื่นผิวภูมิแพ้อาจเริ่มมีอาการอายุราว 2-3 เดือน ใกล้เคียงกับอายุของเจ้าตัวน้อยที่เป็นผื่นจากต่อมไขมัน ซึ่งจะไม่มีอาการคันร่วมด้วย

 

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันผื่นภูมิแพ้ให้หายขาด แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องวิตก เพราะผื่นภูมิแพ้ไม่ใช่โรคร้ายแรงอาการจะดีขึ้นเมื่อเจ้าตัวน้อยโตพอที่จะระวังตัวเองได้ การแพ้ก็จะน้อยลง

 

  • ผื่นแพ้ผ้าอ้อม คุณพ่อคุณแม่ที่เลือกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้เจ้าตัวน้อยจะรู้สึกสบาย แต่บางครั้งอาจสบายจนขาดความระวังว่า เขาปัสสาวะหรืออุจจาระออกมาหรือยัง ผู้ปกครองบางคนปล่อยให้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปผืนเดียวเปียกซ้ำ 4-5 ครั้ง ก็ไม่เปลี่ยนให้ใหม่ เพราะราคาของผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่รู้สึกว่าต้องใช้ให้คุ้ม แต่การปล่อยให้ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยที่บอบบางเปียกชื้น หรือหมักหมมเพียงนิด ก็จะทำให้เขาเป็นผื่นผ้าอ้อม เริ่มจากบริเวณขาหนีบ โดยเฉพาะปลายอวัยวะเพศชาย และลูกอัณฑะ ถ้าเกิดความระคายเคืองก็จะอักเสบได้ง่าย ต่างกับเจ้าตัวน้อยที่ใช้ผ้าอ้อมผ้า จะมีอุบัติการณ์เกิดผื่นผ้าอ้อมน้อยกว่า เพราะมักได้รับการเปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดก้น ทำความสะอาดเร็วกว่า ไม่เช่นนั้นจะเปียกคนอุ้มด้วย

     

    หากปล่อยให้ผิวของเจ้าตัวน้อยหมกหมมนานๆ จะเกิดเชื้อรา Candida แทรกซ้อนตำแหน่งเดียวกับที่เป็นผื่นผ้าอ้อม กระจายลามแดงเป็นเม็ดเล็กๆ อาจลามขึ้นตามลำตัวด้วย หรืออาจเกิดเชื้อแบคทีเรีย ที่มากับการถ่ายอุจจาระ ซึ่งจะทำให้ผิวหนังพุพองได้

     

    การทาแป้งเด็กช่วยลดการเสียดสีของผิวหนังกับผ้าอ้อมได้ แต่ควรลูบให้แป้งลื่นติดผิวหนัง เพราะถ้าปล่อยให้กองอยู่บนผิว แล้วเปียกชื้นจากน้ำปัสสาวะหรือจากเหงื่อที่ขาหนีบ ซึ่งจะไม่ถูกระบายออกเมื่อใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป แป้งก็จะกลายเป็นก้อน เวลาเจ้าตัวน้อยขยับขา ก้อนแป้งก็จะสีกับขาหนีบ ทำให้เกิดผื่นแดงจากการเสียดสีจนอักเสบ หรือผิวหนังอาจมีรอยแยกแตก เชื้อราก็จะเข้าผสมโรงทันที

     

    ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป นอกจากจะต้องหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้ว ควรเลือกซื้อชนิดที่ซึมซับความเปียกชื้นได้เร็ว อุ้มน้ำได้ดี เพื่อไม่ให้ความเปียกชื้นสัมผัสกับก้นของเจ้าตัวน้อย
  • </li></font></ul></blockquote> </dd>
    <dd>

    ผื่นผิวหนังบริเวณอื่น

     

    </dd><dd>นอกจากจะพบผื่นได้ที่บริเวณใบหน้า ซอกข้อพับของร่างกาย บริเวณอวัยวะเพศและก้นของเจ้าตัวน้อย จากการอุดตันของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน จากภูมิแพ้ และการหมักหมมแล้ว ผื่นยังสามารถเกิดขึ้นที่ร่างกายส่วนอื่นได้ เช่น แขนด้านนอกของเจ้าตัวน้อย โดยมีสาเหตุจาก… <blockquote>

    1. เกิดจากการถูกยุงหรือแมลงกัดต่อย เด็กเล็กอาจแพ้มากจนเป็นตุ่มแดงใหญ่ มีหัวแข็งๆ กลางตุ่มแดง

     

    2. การที่เจ้าตัวน้อยนอนตะแคงทับแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือสลับทั้งสองข้าง แต่นอนทับอยู่กับที่นอนเป็นเวลานานๆ เหงื่อที่แขนระบายออกได้ไม่ดีจนอับเหงื่อและระคายเคือง เกิดการอุดตันของต่อมเหงื่อเฉพาะที่ กลายเป็นผื่นแพ้สัมผัส ที่มีลักษณะคล้ายผดแดงเล็กกระจาย

     

    3. มือสกปรกของผู้อื่นมาจับเจ้าตัวน้อยเกิดการแพ้สัมผัสที่ผิวหนังได้เช่นกัน ถ้าผิวของเจ้าตัวน้อยมีรอยถลอก เชื้อโรคจากมือสกปรกก็จะเข้าสู่ผิวหนัง ปกติผิวหนังของเราจะมีเชื้อ Normal Flora จำพวก Staphylococcus อาศัยอยู่ โดยไม่ทำอันตรายกับร่างกาย เชื้ออื่นที่เป็นอันตรายจึงเข้ามาอาศัยบนผิวหนังของเราได้น้อยลง แต่ถ้าเมื่อไรผิวหนังเกิดรอยแยกจากการเกาหรือถู เชื้อโรคทั้งที่อันตรายและที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง ก็จะเข้าทำอันตรายต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยแรกคลอดจะยังไม่มีเชื้อใดๆ อาศัยอยู่บนร่างกาย จนกว่าจะผ่านไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง จึงทำให้ร่างกายของวัยนี้มีภูมิต้านทานเชื้อโรคต่ำกว่าช่วงวัยอื่นมาก

    </blockquote>
    </dd><dd>

    เลือกของใช้สำหรับเด็กให้ไกลจากผดผื่น

     

    </dd><dd>การใช้สบู่สำหรับเด็ก ควรมีฤทธิ์เป็นกลาง หรือกรดอ่อนๆ จะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ควรผสมน้ำหอม ถ้าจะใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อ ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งแพทย์มักจะแนะนำให้ใช้กับเจ้าตัวน้อยที่มีผิวติดเชื้อบ่อยๆ มากกว่าเจ้าตัวน้อยผิวปกติ โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยแรกเกิดถึง 6 เดือน เพราะยาที่ผสมในสบู่ยาบางตัว จะซึมผ่านผิว อาจส่งผลต่อสมอง ถ้าใช้เป็นประจำ ระยะเวลานาน จะทำให้เกิดถุงน้ำในเนื้อสมอง กลายเป็นช่องว่างของเนื้อสมองในอนาคต แต่ถ้าใช้กับผิวของผู้ใหญ่ ซึ่งมีผิวหนังแข็งแรง และสมองก็เติบโตเต็มที่แล้ว จะไม่มีปัญหา ยกเว้นบางคนที่แพ้ตัวยาในสบู่ ผิวจะเป็นผื่นไม่หาย เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ ผงซักฟอกสำหรับเด็กควรเลือกที่ไม่มีสารเคมีรุนแรง เพื่อให้สามารถล้างออกได้หมด เพราะถ้าเหลือตกค้างในผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้า เจ้าตัวน้อยมีโอกาสแพ้ได้ง่าย ยิ่งเจ้าตัวน้อยที่เป็นภูมิแพ้ต้องระวังมากๆ <p> </p> </dd><dd>อย่าใช้เสื้อผ้าหนาเลียนแบบต่างประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ถ้าใส่เสื้อหนาจะทำให้เกิดการอับเหงื่อ จนกลายเป็นผด เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียต่างๆ เข้าแทรก หรือพวกที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังก็จะระคายเคืองง่าย ถูกเสื้อผ้าหนาเสียดสีก็อาจทำให้ขึ้นผื่นได้ รวมถึงเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ ก็จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยห่างไกลจากผื่นแพ้ผ้าอ้อมได้ <p> </p> </dd><dd>ดังนั้นสิ่งสำคัญด่านแรกสุด ในการดูแลเจ้าตัวน้อยคือ การรักษาผิวหนังของเขาให้สะอาด ควรตัดเล็บทั้งของผู้ปกครองและเจ้าตัวน้อยให้สั้น ตะไบอย่าให้เล็บคม ป้องกันรอยขูดขีด เกาเพื่อไม่ให้เป็นทางเข้าของเชื้อโรค ก็จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยห่างไกลจากผดผื่นและการเจ็บป่วยเบื้องต้นค่ะ </dd>