
<dd>คุณแม่คนหนึ่งมีนิสัยสบายๆ รวยอารมณ์ขัน แม้เธอจะใกล้กำหนดคลอดก็ยังไม่เตรียมของใช้อะไรไว้ให้ดวงใจน้องๆ เลย นอกจากผ้าขนหนู 2 ผืน ทั้งนี้เพราะตั้งใจจะเลี้ยงเจ้าตัวน้อยให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยเธอเชื่อว่าเท่านี้ก็ให้ความอบอุ่นและสามารถทำให้เจ้าตัวน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงได้ และพอถามว่าไม่คิดจะหาสบู่มาเตรียมไว้อาบน้ำให้ดวงใจน้อยๆ ของเธอหรือ ? เธอบอกว่า เดี๋ยวเพื่อนๆ ของเธอก็จะมาเยี่ยมหลาน และเธอก็คาดเดาได้ว่า พวกเขาจะถืออะไรมาเยี่ยมเธอ!
</dd><dd>แม้เรื่องนี้เป็นความรู้สึกของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เชื่อว่า อาจมีความหมายแทนใจที่ตรงกันกับคุณแม่หลายๆ คนที่ต้องการถ่ายทอดความรัก ดังผ้าขนหนูที่อ่อนนุ่มและอบอุ่นให้แก่เจ้าตัวน้อย เปรียบเหมือนเสื้อผ้าชุดแรกที่คุณแม่เลือกซื้อให้ ด้วยหวังว่าจะส่งความรู้สึกจากใจคุณไปยังเขาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามในการเลือกเสื้อผ้าให้เจ้าตัวน้อยคือ บุคลิกเฉพาะตัวและวิธีการในการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยของคุณแม่แต่ละคน ซึ่งจะมีผลต่อความสบายเนื้อสบายตัวในการสวมเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อยด้วยค่ะ
เนื้อผ้าที่เหมาะกับผิวของเจ้าตัวน้อย
</dd><dd>ผิวของเจ้าตัวน้อยแรกเกิดจะมีความอ่อนบางมาก คือ มีไขมันใต้ผิวหนังบางและน้อยเพียง 0.5 มิลิเมตร เท่านั้นประกอบกับอุณหภูมิร่างกายของเต้าตัวน้อยแรกเกิดยังปรับตัวและทำงานได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งพื้นที่ของผิวหนังของเจ้าตัวน้อยเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวมีบริเวณกว้าง ทำให้ทั้งการนำความร้อน พาความร้อน การแผ่รังสี รวมทั้งการสูญเสียความร้อนเป็นไปได้มาก จึงมีผลทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเจ้าตัวน้อยเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมได้ง่าย ตั้งแต่ 36.1 ถึง 37.7 องศาเซลเซียส เพียงแค่อากาศเย็นพัดผ่าน อุณหภูมิภายนอกต่ำ เจ้าตัวน้อยก็จะถ่ายเทความร้อนจากร่างกายออกไปกับสิ่งแวดล้อมเหลือไว้แต่อุณหภูมิที่หนาวเย็นในร่างกาย มือและเท้าของเจ้าตัวน้อยจึงเขียวและหนาวสั้นในหน้าหนาว ตรงกันข้าม ถ้าอากาศร้อน อุณหภูมิในห้องสูง เจ้าตัวน้อยก็จะถ่ายเทความเย็นออกจากร่างกาย ออกไปสิ่งแวดล้อม ทิ้งไว้แต่ความร้อนในร่างกาย ทำให้ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยร้อนยิ่งขึ้น และผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงได้
</dd><dd>การเลือกเนื้อผ้าที่เหมาะแก่การทำเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย จึงควรเป็นเนื้อผ้าที่มทั้งความเป็นธรรมชาติของใยผ้า
เพื่อให้ได้เนื้อหาที่อ่อนนุ่ม และทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นแตกต่างกันได้ตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป หรือตามแต่ฤดูกาล <p> </p>
</dd><dd>ผ้าฝ้ายธรรมชาติหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ผ้าคอตตอน (Cotton) 100% จัดเป็นวัตถุดิบในการผลิตเสื้อผ้าเด็กที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติของเนื้อผ้าธรรมชาติที่ให้ความอบอุ่น มีความคงทนและเป็นผ้าเนื้อนิ่ม ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการคัน จนทำให้เกิดอาการผื่นขึ้นกับเด็กอีกด้วย เนื่องจากคุณสมบัติของผ้าฝ้ายจะช่วยซึมซับเหงื่อได้ดี อากาศผ่านเข้าออกเนื้อผ้าไปมาได้อย่างสะดวก ต่างกับเนื้อผ้าใยสังเคราะห์ เช่น ผ้าไนล่อน เพราะนอกจากตัวเนื้อผ้าจะไม่ซับเหงื่อของเจ้าตัวน้อยแล้ว เนื้อผ้าก็ยังแข็ง หยาบและสาก ซึ่งทำให้ใส่ไม่สบายตัวอีกด้วย เหตุนี้จึงทำให้ราคาของเสื้อผ้าสำหรับเจ้าตัวน้อย ที่ผลิตมาจากผ้าฝ้ายมีราคาสูง เมื่อเทียบกับผ้ากึ่งใยสังเคราะห์ และผ้าใยสังเคราะห์ทั่วไป
</dd><dd>ส่วนเรื่องความหนาและความบางของเนื้อผ้า สามารถทอให้เหมาะกับแต่ละฤดูกาลได้ไม่ยาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำเส้นด้ายมาทอเพื่อให้มีคุณสมบัติต่างกัน ยกตัวอย่างคำศัพท์ง่ายที่ใช้เรียกเนื้อผ้าสำหรับเด็กคร่าวๆ เช่น ผ้าบางและผ้ายืด
</dd><dd>ผ้าบางจะทอด้วยวิธีการจักสานธรรมดา (ด้ายเข้า 1 ออก 1 ขวาง 1) ทำให้เนื้อผ้าที่ได้บางเบาโปร่ง และหลวม ซึ่งนิยมนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าสำหรับเจ้าตัวน้อย 0-6 เดือน และเสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็กในหน้าร้อน ผ้ายืดเป็นการทอด้วยวิธีการเดียวกันกับการทอผ้าบาง แต่เพิ่มการทอด้ายเป็น 2 ชั้น นิยมนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าสำหรับเจ้าตัวน้อย 6 เดือน ถึง 2 ขวบ และเหมาะนำมาทำเสื้อเด็กเล็กในหน้าหนาว เป็นต้น
แบบเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย
</dd><dd>แฟชั่นเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในความนิยมจะมีอยู่ 2 แบบคือ แบบที่มีกระดุม และแบบที่ไม่มีกระดุม ซึ่งสามารถแบ่งออกมาได้อีกอย่างละ 3 ลักษณะดังนี้
</dd><dd>
<blockquote>
</blockquote>
</dd><dd>ปัจจุบันเสื้อแบบสวมทางศีรษะคล้ายเสื้อยืดบางรุ่นของทางบริษัท ผลิตให้สามารถยืดคอเสื้อออกไปถึงช่วงไหล่ได้ เพื่อให้สะดวกและลดความเสี่ยงจากการสวมเสื้อผ่านคอ โดยเมื่อเจ้าตัวน้อยสวมใส่แล้ว เนื้อผ้าส่วนไหล่ที่ยืดออกจะคลายตัวมาปกปิดส่วนไหล่ไว้อย่างเดิมได้ค่ะ
</dd><dd>
<blockquote>
2.1.1 เนื้อผ้าตั้งแต่ส่วนเสื้อจะติดกับกางเกงขายาว คลุมยาวไปถึงปลายเท้า แม้อาจมีข้อเสีย ดังกล่าวข้างต้น รวมถึงการเสื้อและเปลี่ยนผ้าอ้อมที่ยุ่งยาก เพราะต้องถอดเสื้อออกมาเกือบหมดจึงจะเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ ถ้าอากาศเย็น ก็จะทำให้เจ้าตัวน้อยหนาวสั่น แต่ก็มีข้อดีที่ใส่แล้วจะให้ความอบอุ่นทั้งตัว โดยเฉพาะส่วนที่ห่อหุ้มถึงปลายเท้า ดังกล่าวแล้วว่า ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยยังบางมาก ในส่วนของผิวหนังบริเวณเท้า รวมถึงกระดูกเท้าก็ยังอ่อนบางมากเช่นกัน การทำให้เท้าอบอุ่นจึงสำคัญไม่แพ้ร่างกายที่อบอุ่นด้วย
ระยะต่อมาจึงมีการออกแบบจุดที่ติดกระดุมเสียใหม่ โดยส่วนเสื้อจะใช้วิธีสวมทางศีรษะ ติดกระดุมช่วงโค้งหว่างขากางเกง ส่วนใหญ่นิยมทำเป็นเอี้ยมผ้าฝ้าย ทำให้เจ้าตัวน้อยไม่ต้องนอนทับกระดุมในส่วนลำตัว และสามารถเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ง่าย โดยไม่ต้องถอดเสื้อออกเกือบทั้งตัว เพียงแต่ปลดกระดุมช่วงขากางเกง ก็เปลี่ยนผ้าอ้อมได้อย่างสะดวก
2.1.2 เนื้อผ้าตั้งแต่ส่วนเสื้อจะติดกับกางเกงขากุด นิยมใส่ออกไปเที่ยวกลางแจ้ง มีลักษณะคล้ายกับข้อ 2.1.1 คือ ในส่วนของเสื้อจะคล้ายเสื้อยืด ไม่มีกระดุม จะมีเฉพาะที่เป้ากางเกง 2-3 เม็ด เท่านั้น เพื่อให้เปลี่ยนผ้าอ้อมได้ง่าย และไม่นิยมทำเป็นเอี้ยม เวลาใส่เสื้อ จึงต้องใส่ผ่านทางศีรษะ ซึ่งต้องระวังกล้ามเนื้อคอของเจ้าตัวน้อยที่อาจยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควรดังกล่าว
</blockquote>
</dd><dd>ส่วนกางเกงสำหรับเจ้าตัวน้อยนั้น ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขายาว ยาสั้นหรือขากุด นิยมทำด้วยผ้ายืดจากผ้าฝ้ายเช่นเดียวกับตัวเสื้อ โดยต่อเป้ากางเกงให้มีลักษณะกว้างมากขึ้น เพื่อไม่ให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกอึดอัด หากต้องใส่ผ้าอ้อมไว้ในกางเกงด้วย รวมถึงยางยืดที่ขอบกางเกง มักเป็นยาง 2 เส้น หรือเป็นยางที่มีหน้ากว้าง 1 นิ้ว เพื่อไม่ให้ยางรัดสะเอวจนแน่นและเจ็บ
สีสันเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย
</dd><dd>ผู้ผลิตเสื้อผ้าสำหรับเจ้าตัวน้อย มักออกแบบเสื้อผ้าให้มีสีสันสดใสคือ จะเน้นเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงเป็นสีชมพู เหลือง ส้มอ่อน ฯลฯ เสื้อผ้าเด็กผู้ชายก็จะเป็นสีฟ้าหรือขาว ส่วนในหน้าหนาว สีของเสื้อผ้าควรทึบแสง เพราะจะช่วยรักษาความร้อนหรืออุณหภูมิในร่างกายของเจ้าตัวน้อยได้ดีกว่า สีของเสื้อผ้าจึงมักเป็นสีชมพูทึบ สีน้ำเงิน เป็นต้น
ของใช้อื่นๆ ของเจ้าตัวน้อย
<blockquote>
</blockquote>
Tip : หลักและข้อคิดในการเลือกเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย
<blockquote>
</blockquote> </dd>