บุคลิกเฉพาะตัวและวิธีการในการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยของคุณแม่แต่ละคน ซึ่งจะมีผลต่อความสบายเนื้อสบายตัวในการสวมเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย

เลือกเสื้อแบบไหน ให้เหมาะกับทารกน้อย

<dd>คุณแม่คนหนึ่งมีนิสัยสบายๆ รวยอารมณ์ขัน แม้เธอจะใกล้กำหนดคลอดก็ยังไม่เตรียมของใช้อะไรไว้ให้ดวงใจน้องๆ เลย นอกจากผ้าขนหนู 2 ผืน ทั้งนี้เพราะตั้งใจจะเลี้ยงเจ้าตัวน้อยให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยเธอเชื่อว่าเท่านี้ก็ให้ความอบอุ่นและสามารถทำให้เจ้าตัวน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงได้ และพอถามว่าไม่คิดจะหาสบู่มาเตรียมไว้อาบน้ำให้ดวงใจน้อยๆ ของเธอหรือ ? เธอบอกว่า เดี๋ยวเพื่อนๆ ของเธอก็จะมาเยี่ยมหลาน และเธอก็คาดเดาได้ว่า พวกเขาจะถืออะไรมาเยี่ยมเธอ!

</dd><dd>แม้เรื่องนี้เป็นความรู้สึกของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เชื่อว่า อาจมีความหมายแทนใจที่ตรงกันกับคุณแม่หลายๆ คนที่ต้องการถ่ายทอดความรัก ดังผ้าขนหนูที่อ่อนนุ่มและอบอุ่นให้แก่เจ้าตัวน้อย เปรียบเหมือนเสื้อผ้าชุดแรกที่คุณแม่เลือกซื้อให้ ด้วยหวังว่าจะส่งความรู้สึกจากใจคุณไปยังเขาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามในการเลือกเสื้อผ้าให้เจ้าตัวน้อยคือ บุคลิกเฉพาะตัวและวิธีการในการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยของคุณแม่แต่ละคน ซึ่งจะมีผลต่อความสบายเนื้อสบายตัวในการสวมเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อยด้วยค่ะ

เนื้อผ้าที่เหมาะกับผิวของเจ้าตัวน้อย

</dd><dd>ผิวของเจ้าตัวน้อยแรกเกิดจะมีความอ่อนบางมาก คือ มีไขมันใต้ผิวหนังบางและน้อยเพียง 0.5 มิลิเมตร เท่านั้นประกอบกับอุณหภูมิร่างกายของเต้าตัวน้อยแรกเกิดยังปรับตัวและทำงานได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งพื้นที่ของผิวหนังของเจ้าตัวน้อยเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวมีบริเวณกว้าง ทำให้ทั้งการนำความร้อน พาความร้อน การแผ่รังสี รวมทั้งการสูญเสียความร้อนเป็นไปได้มาก จึงมีผลทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเจ้าตัวน้อยเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมได้ง่าย ตั้งแต่ 36.1 ถึง 37.7 องศาเซลเซียส เพียงแค่อากาศเย็นพัดผ่าน อุณหภูมิภายนอกต่ำ เจ้าตัวน้อยก็จะถ่ายเทความร้อนจากร่างกายออกไปกับสิ่งแวดล้อมเหลือไว้แต่อุณหภูมิที่หนาวเย็นในร่างกาย มือและเท้าของเจ้าตัวน้อยจึงเขียวและหนาวสั้นในหน้าหนาว ตรงกันข้าม ถ้าอากาศร้อน อุณหภูมิในห้องสูง เจ้าตัวน้อยก็จะถ่ายเทความเย็นออกจากร่างกาย ออกไปสิ่งแวดล้อม ทิ้งไว้แต่ความร้อนในร่างกาย ทำให้ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยร้อนยิ่งขึ้น และผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงได้

</dd><dd>การเลือกเนื้อผ้าที่เหมาะแก่การทำเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย จึงควรเป็นเนื้อผ้าที่มทั้งความเป็นธรรมชาติของใยผ้า
เพื่อให้ได้เนื้อหาที่อ่อนนุ่ม และทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นแตกต่างกันได้ตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป หรือตามแต่ฤดูกาล <p> </p>

</dd><dd>ผ้าฝ้ายธรรมชาติหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ผ้าคอตตอน (Cotton) 100% จัดเป็นวัตถุดิบในการผลิตเสื้อผ้าเด็กที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติของเนื้อผ้าธรรมชาติที่ให้ความอบอุ่น มีความคงทนและเป็นผ้าเนื้อนิ่ม ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการคัน จนทำให้เกิดอาการผื่นขึ้นกับเด็กอีกด้วย เนื่องจากคุณสมบัติของผ้าฝ้ายจะช่วยซึมซับเหงื่อได้ดี อากาศผ่านเข้าออกเนื้อผ้าไปมาได้อย่างสะดวก ต่างกับเนื้อผ้าใยสังเคราะห์ เช่น ผ้าไนล่อน เพราะนอกจากตัวเนื้อผ้าจะไม่ซับเหงื่อของเจ้าตัวน้อยแล้ว เนื้อผ้าก็ยังแข็ง หยาบและสาก ซึ่งทำให้ใส่ไม่สบายตัวอีกด้วย เหตุนี้จึงทำให้ราคาของเสื้อผ้าสำหรับเจ้าตัวน้อย ที่ผลิตมาจากผ้าฝ้ายมีราคาสูง เมื่อเทียบกับผ้ากึ่งใยสังเคราะห์ และผ้าใยสังเคราะห์ทั่วไป

</dd><dd>ส่วนเรื่องความหนาและความบางของเนื้อผ้า สามารถทอให้เหมาะกับแต่ละฤดูกาลได้ไม่ยาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำเส้นด้ายมาทอเพื่อให้มีคุณสมบัติต่างกัน ยกตัวอย่างคำศัพท์ง่ายที่ใช้เรียกเนื้อผ้าสำหรับเด็กคร่าวๆ เช่น ผ้าบางและผ้ายืด

</dd><dd>ผ้าบางจะทอด้วยวิธีการจักสานธรรมดา (ด้ายเข้า 1 ออก 1 ขวาง 1) ทำให้เนื้อผ้าที่ได้บางเบาโปร่ง และหลวม ซึ่งนิยมนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าสำหรับเจ้าตัวน้อย 0-6 เดือน และเสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็กในหน้าร้อน ผ้ายืดเป็นการทอด้วยวิธีการเดียวกันกับการทอผ้าบาง แต่เพิ่มการทอด้ายเป็น 2 ชั้น นิยมนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าสำหรับเจ้าตัวน้อย 6 เดือน ถึง 2 ขวบ และเหมาะนำมาทำเสื้อเด็กเล็กในหน้าหนาว เป็นต้น

แบบเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย

</dd><dd>แฟชั่นเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในความนิยมจะมีอยู่ 2 แบบคือ แบบที่มีกระดุม และแบบที่ไม่มีกระดุม ซึ่งสามารถแบ่งออกมาได้อีกอย่างละ 3 ลักษณะดังนี้

</dd><dd>

1. เสื้อแบบที่ไม่มีกระดุม


<blockquote>

1.1 แบบป้ายทบ วิธีการใส่เสื้อให้เจ้าตัวน้อย จะให้แขนสอดเข้ามาในเสื้อ แล้วผูกปมทางด้านหน้า เมื่อผูกปมทางด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว จะเหมือนเป็นการทับผ้าด้านหน้าเพิ่มขึ้นอีกชั้น กลายเป็น 2 ชั้น จึงทำให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกอบอุ่นที่บริเวณหน้าอก เมื่อถูกอากาศเย็นจะได้ไม่เป็นหวัด

เสื้อแบบป้ายทบสามารถเริ่มใช้ได้กับเจ้าตัวน้อยแรกเกิดเป็นต้นไป และเป็นที่นิยมซื้อหามาใช้กันมาก แต่สิ่งที่คุณแม่ควรดูประกอบด้วยก็คือ คุณแม่จับให้เจ้าตัวน้อยนอนในท่าไหน ถ้าเป็นท่านอนคว่ำแล้วคุณแม่ผูกเชือกด้านหน้าเป็นปมหนา เจ้าตัวน้อยก็จะนอนทับปมเชือก อาจไปขัดขวางระยะเวลาในการนอน หรือนอนหลับๆ ตื่นๆ เพราะอาจรู้สึกเจ็บหน้าอกกับปมที่นอนทับอยู่ หรือรู้สึกไม่สบายเนื้อตัวเลานอนก็เป็นได้

1.2 แบบใส่ทางด้านหน้าแล้วผูกปมด้านหลัง วิธีการใส่เสื้อให้เจ้าตัวน้อยจะสอดเข้ามาในเสื้อ แล้วผูกปมเสื้อที่ด้านหลัง คล้ายเสื้อในห้องผ่าตัดของแพทย์ เสื้อผ้าแบบนี้เหมาะสำหรับเจ้าตัวน้อยที่นอนในท่าคว่ำ โดยสามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่เจ้าตัวน้อยแรกเกิด แต่ไม่ควรซื้อที่มีการออกแบบเย็บผูกปมใหญ่หรือแข็ง เพราะถ้าหากเด็กเปลี่ยนท่านอนเป็นนอนหงายบ้าง โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยที่มีอายุประมาณ 4 เดือนขึ้นไป ที่เริ่มพลิกคว่ำพลิกหงายด้วยตัวเองได้แล้ว เพราะอาจทำให้เจ้าตัวน้อยเจ็บเวลานอนทับปมและนอนไม่สบายเนื้อสบายตัวได้เหมือนกัน

1.3 แบบสวมทางศีรษะคล้ายเสื้อยืด มักทอเป็นผ้าขาวนิ่มๆ ทั้งตัวใส่สบาย เวลาเจ้าตัวน้อยนอนพลิกไปพลิกมาจะได้ไม่รู้สึกเจ็บ เพราะนอน ทับปมเชือกหรือกระดุม แต่ออกจะต้องระวังในการสวมให้เจ้าตัวน้อยก่อนหรือระหว่าง 4 เดือน เพราะการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อคออาจยังไม่ดีเท่าที่ควร เสื้อชนิดนี้จึงเหมาะกับเจ้าตัวน้อยอายุเดือนมากหน่อยค่ะ

</blockquote>
</dd><dd>ปัจจุบันเสื้อแบบสวมทางศีรษะคล้ายเสื้อยืดบางรุ่นของทางบริษัท ผลิตให้สามารถยืดคอเสื้อออกไปถึงช่วงไหล่ได้ เพื่อให้สะดวกและลดความเสี่ยงจากการสวมเสื้อผ่านคอ โดยเมื่อเจ้าตัวน้อยสวมใส่แล้ว เนื้อผ้าส่วนไหล่ที่ยืดออกจะคลายตัวมาปกปิดส่วนไหล่ไว้อย่างเดิมได้ค่ะ

</dd><dd>

2. เสื้อแบบที่มีกระดุม


<blockquote>

2.1 เสื้อที่มีกระดุมยาวตลอดทั้งตัว เสื้อชนิดนี้จะสวมได้ทางแขนทั้ง 2 ข้าง โดยไม่ผ่านทางศีรษะ แต่จะมีปัญหามากสำหรับเจ้าตัวน้อยแรกเกิด เพราะนอกจากเสี่ยงที่เจ้าตัวน้อยจะนอนกดทับกระดุมโดยเฉพาะกระดุมที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากจะทำให้เจ็บเวลานอนแล้ว เจ้าตัวน้อยบางคนอาจคันเพราะแพ้เม็ดกระดุม จนเกิดเป็นผื่นที่บริเวณผิวหนังได้ ผู้ออกแบบเสื้อผ้าจึงหันมาออกแบบกระดุมผ้าแทน และแบบมีกระดุมก็นำไปออกแบบเสื้อคลุมตัวนอก (Jacket) และเสื้อกันหนาวแทน

เสื้ออีกแบบหนึ่งที่นิยมออกแบบให้มีกระดุมตลอดช่วงตัวคือเสื้อชุดหมี มี 2 แบบคือ
2.1.1 เนื้อผ้าตั้งแต่ส่วนเสื้อจะติดกับกางเกงขายาว คลุมยาวไปถึงปลายเท้า แม้อาจมีข้อเสีย ดังกล่าวข้างต้น รวมถึงการเสื้อและเปลี่ยนผ้าอ้อมที่ยุ่งยาก เพราะต้องถอดเสื้อออกมาเกือบหมดจึงจะเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ ถ้าอากาศเย็น ก็จะทำให้เจ้าตัวน้อยหนาวสั่น แต่ก็มีข้อดีที่ใส่แล้วจะให้ความอบอุ่นทั้งตัว โดยเฉพาะส่วนที่ห่อหุ้มถึงปลายเท้า ดังกล่าวแล้วว่า ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยยังบางมาก ในส่วนของผิวหนังบริเวณเท้า รวมถึงกระดูกเท้าก็ยังอ่อนบางมากเช่นกัน การทำให้เท้าอบอุ่นจึงสำคัญไม่แพ้ร่างกายที่อบอุ่นด้วย

ระยะต่อมาจึงมีการออกแบบจุดที่ติดกระดุมเสียใหม่ โดยส่วนเสื้อจะใช้วิธีสวมทางศีรษะ ติดกระดุมช่วงโค้งหว่างขากางเกง ส่วนใหญ่นิยมทำเป็นเอี้ยมผ้าฝ้าย ทำให้เจ้าตัวน้อยไม่ต้องนอนทับกระดุมในส่วนลำตัว และสามารถเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ง่าย โดยไม่ต้องถอดเสื้อออกเกือบทั้งตัว เพียงแต่ปลดกระดุมช่วงขากางเกง ก็เปลี่ยนผ้าอ้อมได้อย่างสะดวก

2.1.2 เนื้อผ้าตั้งแต่ส่วนเสื้อจะติดกับกางเกงขากุด นิยมใส่ออกไปเที่ยวกลางแจ้ง มีลักษณะคล้ายกับข้อ 2.1.1 คือ ในส่วนของเสื้อจะคล้ายเสื้อยืด ไม่มีกระดุม จะมีเฉพาะที่เป้ากางเกง 2-3 เม็ด เท่านั้น เพื่อให้เปลี่ยนผ้าอ้อมได้ง่าย และไม่นิยมทำเป็นเอี้ยม เวลาใส่เสื้อ จึงต้องใส่ผ่านทางศีรษะ ซึ่งต้องระวังกล้ามเนื้อคอของเจ้าตัวน้อยที่อาจยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควรดังกล่าว

2.2 เสื้อคอโปโล เป็นเสื้อชนิดที่มีกระดุมอยู่ 1-2 เม็ด ที่หน้าอกเสื้อ ซึ่งจะทำให้การใส่เสื้อสวมทางศีรษะเป็นเรื่องง่าย เพราะไม่ต้องคอยระวังในส่วนของกล้ามเนื้อคอของเจ้าตัวน้อยเวลาใส่มากเท่ากับเสื้อแบบสวมทางศีรษะคล้ายเสื้อยืด แต่มีข้อเสียคือ ถ้าเจ้าตัวน้อยเผลอพลิกไปนอนคว่ำ หรือนอนหลับซบกับไหล่ของคุณแม่เวลาที่คุณแม่อุ้มเขาไปเดินเล่นจนผล็อยหลับไป ก็จะทำให้เจ้าตัวน้อยนอนกดทับกระดุม ซึ่งทำให้เจ็บเวลานอนได้

2.3 เสื้อคอกลมมีกระดุมติดที่ไหล่ เสื้อแบบนี้จะดีกว่าแบบที่มีกระดุม 2 แบบข้างต้น เพราะไม่ว่าเจ้าตัวน้อยจะนอนในท่าใด หรือพลิกคว่ำพลิกหงายอย่างไร ก็ไม่นอนกดทับกระดุม แล้วเสื้อแบบนี้ก็สามารถลอดผ่านศีรษะเวลาสวมใส่ได้ดี โดยไม่ต้องระวังศีรษะและคอของเจ้าตัวน้อยอีกด้วย แต่เวลาติดกระดุม อาจจะยากซักหน่อย เพราะคุณแม่ต้องสอดนิ้วบางนิ้วไปรองรับการติดกระดุม เพื่อไม่ให้เกิดน้ำหนักกดทับบนไหล่ของเจ้าตัวน้อยจนเจ็บระหว่างที่คุณติดกระดุมให้

</blockquote>
</dd><dd>ส่วนกางเกงสำหรับเจ้าตัวน้อยนั้น ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขายาว ยาสั้นหรือขากุด นิยมทำด้วยผ้ายืดจากผ้าฝ้ายเช่นเดียวกับตัวเสื้อ โดยต่อเป้ากางเกงให้มีลักษณะกว้างมากขึ้น เพื่อไม่ให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกอึดอัด หากต้องใส่ผ้าอ้อมไว้ในกางเกงด้วย รวมถึงยางยืดที่ขอบกางเกง มักเป็นยาง 2 เส้น หรือเป็นยางที่มีหน้ากว้าง 1 นิ้ว เพื่อไม่ให้ยางรัดสะเอวจนแน่นและเจ็บ

สีสันเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย

</dd><dd>ผู้ผลิตเสื้อผ้าสำหรับเจ้าตัวน้อย มักออกแบบเสื้อผ้าให้มีสีสันสดใสคือ จะเน้นเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงเป็นสีชมพู เหลือง ส้มอ่อน ฯลฯ เสื้อผ้าเด็กผู้ชายก็จะเป็นสีฟ้าหรือขาว ส่วนในหน้าหนาว สีของเสื้อผ้าควรทึบแสง เพราะจะช่วยรักษาความร้อนหรืออุณหภูมิในร่างกายของเจ้าตัวน้อยได้ดีกว่า สีของเสื้อผ้าจึงมักเป็นสีชมพูทึบ สีน้ำเงิน เป็นต้น

ของใช้อื่นๆ ของเจ้าตัวน้อย
<blockquote>

ถุงมือ : มีความจำเป็นเฉพาะทารกแรกเกิดถึงประมาณ 3 เดือน เนื่องจากไม่นิยมตัดเล็บเจ้าตัวน้อยที่ยังอ่อนเดือนบ่อยๆ เหมือนเจ้าตัวน้อยอายุเดือนมากแล้ว เพราะเล็บของเจ้าตัวน้อยอ่อนเดือนนั้นง่ายต่อการฉีกขาด และมักเกิดอุบัติเหตุจากการตัดเล็บได้ง่ายกว่ามาก ถุงมือจึงมีความจำเป็นในการป้องกันเล็บมือที่เรียวยาวมาขีดข่วนใบหน้าของเจ้าตัวน้อยเองได้ แต่ก็มีข้อควรระวังในการเลือกซื้อคือ ถุงมือในหน้าร้อนควรเลือกผ้าบางที่มีขนาดไม่เล็กเกินไป เพราะถุงมือที่เล็กเกินไป อาจทำให้เจ้าตัวน้อยอึดอัด ไม่สบายตัวได้ หรือขนาดใหญ่เกินไปก็ไม่ดี และรูปแบบของถุงมือควรโค้งพอดีกับมือของเจ้าตัวน้อย ถุงมือบางยี่ห้ออาจเย็บด้ายในถุงมือไม่เรียบร้อย จนเกิดเป็นด้ายรุงรังอยู่ภายใน ถ้าคุณแม่ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนใส่ให้เจ้าตัวน้อย เส้นด้ายที่ลุ่ยอยู่ อาจจะรัดนิ้วของเจ้าตัวน้อยจนเขียว คุณแม่จึงควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อนใส่ถุงมือให้เจ้าตัวน้อยทุกครั้ง

ถุงเท้า : การสวมถุงเท้าให้เจ้าตัวน้อยแรกเกิดมีความจำเป็นแม้กระทั่งการสวมถุงเท้าให้เจ้าตัวน้อยในหน้าร้อน ดังกล่าวแล้วว่า ผิวของเจ้าตัวน้อยยังอ่อนบางมาก รวมถึงผิวหนังบริเวณเท้าและกระดูกเท้าก็ยังอ่อนมาก จึงควรมีสิ่งห่อหุ้มฝ่าเท้าของเจ้าตัวน้อย โดยหน้าหนาว ควรใช้เป็นถุงเท้าผ้ายืด หรือถุงเท้ายาว ส่วนในหน้าร้อนควรเปลี่ยนมาใช้เป็นถุงเท้าผ้าบางที่หุ้มถึงข้อเท้าเท่านั้น เพราะถ้าเป็นถุงเท้าผ้ายืด หรือถุงเท้ายาวเหมือนในหน้าหนาว อาจกลายเป็นสร้างความอับชื้นให้แก่ซอกนิ้วเท้าของเจ้าตัวน้อยได้

</blockquote>
Tip : หลักและข้อคิดในการเลือกเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อย
<blockquote>

1. ไม่ควรซื้อเสื้อขนาดเล็กสำหรับเจ้าตัวน้อยแรกเกิดหรือเด็กอ่อนมากเกินไป เพราะช่วง 3 เดือนแรก เจ้าตัวน้อยจะโตเร็วมาก น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นเดือนละ 1 กิโลกรัม หลัง 3 เดือนแรก น้ำหนักจะเพิ่มเดือนละครึ่งกิโลกรัม ฉะนั้นเสื้อบางตัวใส่แค่ 2-3 ครั้งก็จะคับ และควรเตรียมให้เหมาะกับสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ ด้วย

2. เลือกซื้อเสื้อผ้าคุณภาพดีพอสมควร ไม่แพงหรือถูกจนเกินไป เสื้อผ้าราคาถูกมากอาจจะไม่คุ้ม เพราะใช้ได้ไม่กี่ครั้ง ตะเข็บก็อาจหลุดลุ่ย และเนื้อผ้าเริ่มหยาบกระด้าง

3. ควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบาย สีไม่ตก ไม่จำเป็นต้องเลือกแบบตามแฟชั่น เช่น เสื้อผ้าบางชุดใส่แล้วลูกสาวาสวยราวเจ้าหญิง แต่เจ้าตัวน้อยรู้สึกอึดอัดและคันผ้าลุกไม้ ทำให้เจ้าตัวน้อยเกิดความรำคาญและงอแงได้

4. ซื้อเสื้อผลิตใหม่ การสังเกตว่าเป็นเสื้อเก่าเก็บหรือเพิ่งผลิตให้ดูว่ามีจุดสีดำเล็กๆ แทรกอยู่ในลายผ้าหรือไม่ เส้นใยเกิดอาการลุ่ยเป็นฝอยหรือเปล่า เมื่อยืดเนื้อผ้าออก เนื้อผ้าจะกลับหดตัวกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่

5. ตะเข็บของเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่น้อย จึงควรเลือกเสื้อที่เย็บตะเข็บเรียบร้อย เวลาซักแล้วตะเข็บไม่ลุ่ย เพราะถ้าด้ายที่ลุ่ยออกมา อาจพันนิ้วเด็กได้ ถ้าคุณมีเวลาเย็บเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อยแรกเกิดเอง ควรเย็บตะเข็บไว้ด้านนอก แทนที่จะเย็บไว้ด้านในเหมือนเสื้อทั่วไป เพื่อไม่ให้ตะเข็บเสื้อระคายผิวอ่อนบางของเจ้าตัวน้อย

</blockquote> </dd>