คลังเพิ่มขาดดุลเป็น 1.6 แสนล้าน พร้อมลดเป้ารายได้ หลังเชื่อว่าเก็บได้ไม่ถึง 1.51 ล้านล้านแน่ แต่กัดฟันไม่ลดเป้าจีดีพีที่ 5% “พรรณี” อ้าง 4 หน่วยงานเห็นร่วมกันเศรษฐกิจไตรมาส 3-4 ฟื้นแน่             นางพรรณี  สถาวโรดม  ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า  ในการประชุมร่วม 4 หน่วยงาน ได้แก่ สศค. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ เพื่อปรับปรุงวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี  2551 นั้น ในขณะนี้มีข้อสรุปแล้วว่างบประมาณปี 51 ที่แก้ไขใหม่จะเป็นเท่าไร แต่ยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้  เพราะต้องรอรายงานให้นายฉลองภพ  สุสังกร์กาญจน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาก่อนภายใน 1-2  วันนี้ ซึ่งเบื้องต้นจะต้องมีการขาดดุลเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้ 120,000 ล้านบาทหรือ 1.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) แน่นอน รวมถึงจะมีการปรับลดประมาณการรายได้ลงด้วย นอกจากนี้ที่ประชุมร่วมยังตกลงให้ใช้สมมุติฐานการคำนวณรายได้ในปี 2551 เท่าเดิมคือคาดการณ์ว่าจีดีพีขยายตัว  5%  และอัตราเงินเฟ้อ 3% เพราะประเมินข้อมูลแล้วเชื่อว่า เศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ในปีนี้จะดีขึ้นทั้งจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.50% ของ ธปท. ขณะที่ตัวเลขการนำเข้าในเดือนเมษายนก็เริ่มเป็นบวกขึ้น และการนโยบายการคลังที่กระตุ้นเศรษฐกิจ             ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า ได้มีการเสนอให้ปรับเพิ่มวงเงินการขาดดุลงบประมาณจาก  120,000  ล้านบาท เป็น 160,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.8% ของจีดีพีโดยในด้านรายจ่ายจะมีการเพิ่มในส่วนของรายจ่ายลงทุนให้ได้  25.5%  ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย  ขณะเดียวกันในด้านรายได้ก็ต้องปรับลดลง  เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ในปี  2550 ซึ่งเป็นฐานในการคำนวณประมาณการรายได้ในปี 2551 นั้นคาดว่าจะจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการไว้ที่ 1,420,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงต้องปรับให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป             สำหรับกรอบงบประมาณปี  2551  ที่ ครม.อนุมัติไว้ก่อนหน้านี้  ประกอบไปด้วยงบประมาณรายจ่าย 1,635,500 ล้านบาท และรายได้ 1,515,000 ล้านบาท ขาดดุล 120,000 ล้านบาท โดยในด้านรายจ่ายทั้งหมด  แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ  1,188,908.6  ล้านบาท  หรือคิดเป็น  72% รายจ่ายลงทุน 400,315.5 ล้านบาท หรือ 24.5% และงบชำระคืนเงินต้นเงินกู้ 45,775.9 ล้านบาท  หรือ  3.8%. ไทยโพสต์  24  พ.ค.  50