KM กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา “ต่อยอดการพัฒนางาน”

เป็นนักปกครองต้องรองเท้าขาดก่อนกางเกงขาด “การทำงานเป็นทีมคือสุดยอดของการทำงาน” ยิ้ม...SMILE!! คือการโอบกอดระยะไกล มองแล้วอบอุ่น คือเครื่องสำอางที่ถูกที่สุดในโลก เป็นภาษาที่ใช้สื่อทั่วโลก

การเข้ากลุ่ม KM วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2550 ณ โต๊ะกลมกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ชั้น 3 สมาชิกร่วมพูดคุย 13 ท่าน ทุกคนเป็นคุณกิจพร้อมๆ กับเป็นคุณลิขิตด้วยทุกคน(เหมือนเดิม)  

จริงๆ แล้ววันนี้ คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) ติดประชุม 2 เรื่อง ทั้งเช้าและบ่าย แต่ก็ยังไม่ลืมให้สมาชิกกลุ่มได้นั่งพูดคุยกันเหมือนทุกครั้ง(ทุกวันพฤหัสบดี) วันนี้มีหลายเรื่องที่คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) ต้องการแจ้งให้ทราบ เพื่อเดินหน้าต่อยอดการพัฒนางานต่อ  

วันนี้ คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) นำองค์ความรู้เรื่องการทำงาน โดยเฉพาะร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภายใน-นอก องค์กร ให้เราแสดงออกถึงความเต็มใจในการเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานอื่น ระดับเจ้าหน้าที่ การตอบสนอง สร้างบรรยากาศ ต่อเป้าหมาย ต่อทีมงาน ให้ความช่วยเหลือต่อหน่วยงานอื่นๆ ที่ร้องขอ ให้เรารู้จักให้ แล้วจะต้องรู้จักขอด้วย ระดับปฏิบัติ รู้ถึงภารกิจ เป้าหมายของหน่วยงาน อาสาที่จะให้ความร่วมมือ ที่จะช่วยงานต่อหน่วยงานต่างๆ ในการทำงานประเมินประสิทธิภาพภายใน-นอก องค์กรได้ ขั้นพัฒนา สนับสนุนเป้าหมาย ต่อหน่วยงาน การนำเสนอในที่ประชุม  

คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) เล่าว่า วันนี้ในที่ประชุม ผอ. พูดถึงเรื่องวิจัย ว่าคู่มือที่เราจะต้องไปทำวิจัยปฏิบัติการ 1. ไม่เน้นรูปแบบ 2. ไม่รอให้สมบูรณ์ ที่ ผอ. ให้เราทำ เป็นการฝึกคิดวิเคราะห์ ในการวิจัยเชิงปฏิบัติการ นำไปพัฒนา  

คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) แนะต่ออีกว่า เราควรคิดว่าเราจะพัฒนา จะปรับปรุงอะไร ควรวิจัย/พัฒนาทุกคน  

คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) เล่าว่าวันนี้ในที่ประชุม สพฐ. ได้ติดตามประเมินผลการทำงานของเขตพื้นที่การศึกษา เราอยู่ในกลุ่มดี สพฐ.จะให้กลุ่มดีกับกลุ่มไม่ดีจับคู่กันของเขตพื้นที่การศึกษาของอังกฤษ เป็นเขตนำร่องในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของประเทศอังกฤษ เขาจะส่งคนมาพูดคุยกับเรา มาทำงานกับเรา เราจะต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงาน ส่วนเราก็จะต้องไปเรียนรู้การทำงานกับเขาเหมือนกัน จะให้อาจารย์เผด็จมาสอนภาษาอังกฤษ อาจเป็นสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ให้เราเตรียมตัวไว้ แต่ยังไม่รู้ว่าเขตไหน(ของประเทศอังกฤษ) ยังไม่รู้ว่า สพฐ. ไปทำความตกลงไว้ นอกนั้นเป็นเรื่องวิจัยทั้งหมด สำหรับวิจัยของเขต มีคนเสนออยากให้นำวิทยากร/อาจารย์ มาให้ความรู้/อบรมเรื่องวิจัย ซึ่งก็สอดคล้องกับความคิดของ คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) คือถ้าจะอบรมเรื่องวิจัยให้ได้ผล ควรใช้องค์ความรู้เล็กๆ ให้ทำก่อน เช่น ที่คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) ให้กลุ่มส่งเสริมการจัดฯ ลงมือทำ คือ องค์ความรู้เรื่องการวิจัยและพัฒนา ( R&D) การวิเคราะห์ระบบ การศึกษาสภาพการปฏิบัติงาน ให้กลุ่มฯวิเคราะห์งานที่รับผิดชอบ กำหนดประเด็นปัญหา  

คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน)
ให้คุณรุ่งอรุณ(คุณกิจ+ลิขิต) เล่าเรื่องที่ไปอบรมหลักสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เมื่อวันที่ 27-28 มี.ค.50 ให้กลุ่มฯ ฟัง ว่ามีอะไรบ้าง  

คุณรุ่งอรุณ(คุณกิจ+ลิขิต) เล่าเรื่องการชงกาแฟ ที่ต้องใช้เทคนิค เชื่อมโยงให้เห็นถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ  

คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) อธิบายว่าเราจะทำอะไร เราต้องมีปัจจัย กระบวนการว่าต้องทำอย่างไร เช่น การชงกาแฟ ใส่กาแฟกี่ช้อน คอฟฟี่เมต น้ำตาล อย่างไร  สุดท้ายเมื่อเราได้กาแฟ ถ้ากาแฟรสชาติไม่ดี ก็ให้ย้อนกลับไปดูว่า ขั้นตอน/กระบวนการชงมันเป็นอย่างไร มันมีอะไรมากหรือน้อยเกินไปหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ให้ไปดูปัจจัย เช่น การเติมน้ำร้อน ว่ามันเป็นอย่างไร น้ำร้อนไหม น้ำมากไปหรือน้อยไป นี่คือการทำงานอย่างเป็นระบบ  

คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) เล่าว่า ผอ.พูดถึงการวิจัย/พัฒนา ถ้าทุกคนยังวิเคราะห์ไม่เป็นนั้น จะต้องให้เขาจับ/รวมกลุ่มกันก่อน ให้ช่วยกัน เป็นกลุ่มเล็กๆ ให้ได้ประเด็นปัญหาขึ้นมาให้ได้ เอาตรงนั้นให้ได้ จะต้องกำหนดประเด็นปัญหาให้ได้  

คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน) บอกว่าวันนี้จะให้คุณอุบล(คุณกิจ+ลิขิต) เล่าประสบการณ์ที่ไปอบรมมาเมื่อวันที่ 13-15 มีนาคมที่ผ่านมา ให้สมาชิกในกลุ่มฯ ฟัง

 
คุณอุบล(คุณกิจ+ลิขิต) เนื่องจากเนื้อหาเยอะมาก จะขอพูดสาระสั้นๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับจากการอบรมเทคนิคการเป็นหัวหน้างานที่มีประสิทธิภาพ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 2 สุพรรณบุรี จากท่านวิทยากรทั้งสามวัน ที่ดีมาก !! ประทับใจในความอาทรของหน่วยงานที่มีต่อเรามาก โดยขอกล่าวสรุปอย่างสั้นๆ เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปต่อยอดความคิด และพัฒนาความรู้ต่อไป  เป็นเพียงตัวอย่างที่ต้องการจุดประกายให้ได้นำไปคิดต่อเท่านั้น ..   

ซึ่งเนื้อหาทั้งสามวันจะเป็นกึ่งวิชาการ บรรยากาศในห้องสบายๆ
วิทยากรพูดถึงเรื่องการที่เราจะพัฒนาคนและพัฒนางาน เราต้องมีการพัฒนาตัวเองก่อน เพราะถ้าตัวเรายังไม่พัฒนา โอกาสที่จะไปพัฒนาคนอื่นหรือพัฒนางานก็คงจะยากมาก  การแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนางานอย่างสม่ำเสมอ เช่น เข้าร่วมประชุม อบรมฯ ช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้เห็นความรอบรู้ ความชำนาญ ทุกคนมีเทคนิควิธีการในการทำงานที่น่าสนใจ แจ๋วจริงๆ คนรุ่นใหม่ อย่างนี้น่าอิจฉาองค์กรของเขา ที่มีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพมาก คือ มิไช่มีแต่ปริมาณแต่คุณภาพไม่มี วิทยากรวันแรก ชื่อคุณ ลือชัย ศรสุวรรณ จาก สำนักงานการบริหารการฝึกอบรม L.K.  ในหัวข้อ บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของหัวหน้างาน และการสื่อข้อความ การสั่งงาน การมอบหมายงาน และการควบคุมการปฏิบัติงาน เนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้มาก ทั้งทางด้านเทคนิค วิธีการ แนวคิด แนวทาง วิทยากรท่านนี้มีความรอบรู้ในเนื้อหาเยี่ยมมาก มีองค์ความรู้ที่หลากหลาย ส่วนวันที่ 2 และ 3 วิทยากร ชื่อคุณอรชน ไกรจักร จากโรงพยาบาลสำโรง สมุทรปราการ และคุณจิรภัทร ชูศิลป์ทอง จากสถาบันวิจัยและฝึกอบรม ที.เอ.ไอ พูดเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงาน เทคนิคการบังคับบัญชา การพัฒนาทีมงาน  

วิทยากรพูดถึงการทำงานโดยใช้ระบบ/แนวคิด แนวทาง ของ TPM,  R&D,  PDCA, วงจรเด็มมิ่ง, QC, 5 W 1H, KPI  

เป็นหัวหน้าต้อง มองการณ์ไกล ไวต่อความรู้สึก รับฟังเหตุผล สื่อสารตรงเป้าหมาย  

หัว    มีหน้าที่คิด คิดเหนือลูกน้อง คิดนอกกรอบ
หน้า   เอาไว้รับผิด  

หัวหน้าที่ดี
1. พรหมวิหาร 4
2. กรุณา ลูกน้องพ้นทุกข์
3. มุฑิตา   ยินดีเมื่อลูกน้องได้ดี
4. อุเบกขา   วางเฉยไม่ยินดียินร้าย  

สิ่งที่ลูกน้องอยากได้คือหัวหน้าที่เป็นพระเมตตา   สำหรับการมอบหมายงาน อย่าให้กลายเป็นมอบหาย  
ท่านวิทยากรพูดถึง การยิ้ม  คือ การทำมุมปากให้ตึง เขาเรียกว่า ยิ้ม  ยิ้มไม่เป็นลองเรียก แม่, เป๊ปซี่, 14   ยิ้มคือการโอบกอดระยะไกล  มองแล้วอบอุ่น  ในแต่ละวันให้คิดว่า วันนี้คุณยิ้มให้คนรอบข้างหรือยัง SMILE!!   ยิ้มคือเครื่องสำอางที่ถูกที่สุดในโลก   ยิ้มเป็นภาษาที่ใช้สื่อทั่วโลก  

เคล็ดลับ 5 นัก สู่ความสำเร็จของหัวหน้างาน
1. นักแก้ปัญหา
2. นักสอนงาน
3. นักปรับปรุงงาน  ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ
4. นักคิด
5. นักเรียนรู้  

หัวหน้าที่ลูกน้องอยากได้...  
หัวหน้าอย่าหูเบา ต้องใจกว้าง ต้องเท้าติดดิน เป็นหัวหน้าต้องทำงานหนัก พูดอย่างสร้างสรรค์  มีความฉลาดทางอารมณ์(
EQ)   ในการทำงาน ผิดได้...อย่าผิดซ้ำในเรื่องเดิม ปัจจุบันในการปฏิบัติงานเราต้องทำให้ได้ 100%   ญี่ปุ่นจะเคารพผู้บังคับบัญชา เพราะผู้บังคับบัญชาสอนให้รู้งานอย่างแท้จริง 
โดยธรรมชาติทุกคนอยากให้ใครพูดดีๆ กับตัวเองทั้งนั้น ต้องเคารพในความคิดของเขาด้วย ประเมินด้วยใจเป็นธรรม  การชมลูกน้อง
ต้องชมต่อหน้า ถ้าว่าให้ว่าเป็นการส่วนตัว  เป็นนักปกครองต้องรองเท้าขาดก่อนกางเกงขาด  
เป็นหัวหน้างานที่เชื่อมความรู้/ความเข้าใจ หัวหน้าต้องฟังแล้วก็ต้องปล่อยๆ ทิ้งๆ ไปบ้าง ไม่ต้องลงไปเล่นกับเขา ให้วางเฉยแล้วมอง/สังเกต/นิ่งเฉย ลูกน้อง..อยากได้/เลือกได้  หัวหน้า ประชานิยม
หัวหน้างานต้องสร้างบรรยากาศในที่ทำงาน   ถ้าสอนงานแล้วยังไม่รู้เรื่องให้ถือว่ายังไม่ได้สอน
ห้ามว่าลูกน้องโง่   หัวหน้างานเวลาสั่งงาน สามารถสอบกลับ ทวนกลับได้   ให้แต่แนวคิด แล้วให้ไปปฏิบัติเอง   ให้รู้จักพนักงานเป็นรายบุคคล   ใช้คนให้เหมาะกับงาน  

ต่อไปนี้เป็นคาถา(ที่เยี่ยมมาก)
      
ทักทายเมื่อพบหน้า*
      
ปิยวาจากับทุกคน
*
      
ทำตนให้เป็นประโยชน์
*
      
ไม่กล่าวโทษเพื่อนร่วมงาน
*
      
ประสานใจเป็นหนึ่งเดียว
*
 

แต่ท้ายสุดแล้วในการจะทำงานให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เราต้องดูแลตนเองด้วยนะ สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง ให้ฉกฉวยการออกกำลังทันที(รักตนเองบ้าง เราจะได้มีชีวิต เพื่อทำงานที่ตนเองรักต่อไป)  

ลักษณะของหัวหน้าที่ดี 4 ประการ (ลูกน้องอยากได้มาก !!)
1. ออกหน้ารับ (ทั้งผิดและชอบ)
2. น่านับถือ (ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณภาพ)
3. เชื่อถือได้ (คือคำพูด พูดจริง ทำจริง)
4. ไม่อคติ (เพราะชอบ เพราะโกรธ เพราะกลัว เพราะโง่)  

เอาภาระเป็นพลัง เอาวิกฤตเป็นโอกาส
การทำงานเป็นทีมคือสุดยอดของการทำงาน   งานที่มีประสบการณ์บวกกับทักษะใหม่ๆ จะทำให้เกิดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็ม 100 %  
ข้อมูลในอดีตนำมาอ้างอิง นำมาปรับใช้ในปัจจุบัน เอามาเป็นแนวทาง/ปรับปรุง   จิกซอแต่ละคนไม่เหมือนกัน อยู่ที่เราเติมเต็มให้สวยงามที่สุด 

  การบริการ   เก่งให้เกินความคาดหวัง ต้อนรับให้ประทับใจ คนแปลกหน้ามาอย่าให้เก้อ  

การสร้างแรงจูงใจให้ลูกน้อง
1. การฉลาดชม
2. การให้รางวัล
3. การสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
4. การส่งเสริมเมื่อเห็นว่าเหมาะสม
5. การให้โอกาส
6. เมื่อพลาดก็ให้กำลังใจ
7. เจอหน้าให้ทักทาย
8. ให้ทำงานที่แขวงไว้ซึ่งการแข่งขัน
9. พยายามพัฒนา  

องค์การจำเป็นต้องทำทั้งการให้การศึกษาและฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง
Education &Training หรือการให้การศึกษาและฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง การให้การศึกษา หมายถึงการให้ความรู้เพื่อให้สามารถทำงานในอนาคต ครับ
ส่วนการฝึกอบรม เป็นการให้ความรู้หรือทักษะที่ให้สามารถทำงานในวันนี้ได้

แปลว่า Education นั้น เป็นการสร้างคนในอนาคต
Training เป็นการสร้างคนเพื่อวันนี้ ขององค์การ  

สูตรสำเร็จรูปของความสำเร็จ 5 W 1H ที่เขียนง่ายทำยากกันดีกว่านะคะ
1. What  อยากทำงานอะไร
2. Who   อยากทำงานกับใคร
3. When อยากทำงานเมื่อไร
4. Why     อยากทำงานไปทำไม
5. Where อยากทำงานที่ไหน
6. How แล้วจะทำงานนั้นได้อย่างไร  

สไตล์การทำงานในปัจจุบัน หลายคนทำงานแบบตั้งรับอย่างเดียว ไม่มีโอกาสได้รุกเลย เพราะแค่รอรับคำสั่งจากเจ้านายเพียงอย่างเดียวก็ตั้งหลักไม่ทันแล้ว จะทำงานก็ต่อเมื่อเจ้านายสั่ง หน่วยงานอื่นขอเท่านั้น  

การพัฒนาตนเอง
วางแผนกลยุทธ์ของชีวิต   ท่านแนะนำให้ทำ SWOT ชีวิตตัวเอง  การวางแผนกลยุทธ์ชีวิตจะช่วยเรามีโฟกัสในการดำเนินชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงต่อความล้มเหลวหรือความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี
พัฒนาตนให้เป็นผู้บริหารอารมณ์มืออาชีพ   ใหญ่ที่สุดด้านการบริหารอารมณ์ EQ เป็นผู้นำทางด้านการบริหารอารมณ์(ทั้งของตนเองและผู้อื่น)แล้ว โอกาสที่เราจะได้รับการยอมรับจากบุคคลทุกระดับในองค์กรก็ย่อมมีมากขึ้น
ฝึกการคิดสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา   ความแปลกใหม่คือแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเราเอง
พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้  เป็นผู้นำแห่งการเรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่ ควรจะหาความรู้ในเชิงลึกของงาน และหาความรู้ในเชิงกว้างของวิทยากรด้านอื่นๆ อย่าปิดตัวเอง
วินัยในตัวเอง   สามารถเป็นโมเดลให้กับทุกคนในองค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตรงต่อเวลา ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำงาน ปัจจัยสำคัญที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาตนเองคือ การวางแผนที่ชัดเจน การนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และการปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องอยู่เสมอ  

การพัฒนาคน
มุ่งเน้นการพัฒนาจิตใจมากกว่าทักษะหรือพฤติกรรม   พัฒนาให้เขานำเอาความรู้และทักษะนั้นมาใช้ สิ่งสำคัญ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการพัฒนาความรู้ ทักษะหรือพฤติกรรมซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องภายนอก ไปสู่การพัฒนาสิ่งที่อยู่ภายในมากขึ้น เช่น การพัฒนาจิตสำนึก ความเชื่อ ทัศนคติของบุคลากรให้มากยิ่งขึ้น
มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากร   อะไรก็ตามที่คนไม่ได้มีส่วนร่วม ความร่วมมือก็จะมีน้อยลง

การพัฒนางาน
การจัดทำข้อมูลเชิงรุก   พัฒนาปรับปรุงระบบฐานข้อมูลเพิ่มเติม
การประสานความร่วมมือกับองค์กรอื่น   สร้างเครือข่าย   การจัดทำโครงการแลกเปลี่ยนวิทยากรระหว่างหน่วยงาน การใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน การทำแผนร่วมกัน
ทำงานแบบมีโฟกัสมากขึ้น   ควรมุ่งเน้นการทำงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น ระบบใหม่ๆเข้ามาใช้ในองค์กร การพัฒนาโครงการใหม่ๆ

คุณอุบล(คุณกิจ+ลิขิต) บอกสมาชิกกลุ่มฯ ว่าตนเองได้นำสาระ/องค์ความรู้/แนวทาง/แนวคิด นี้สรุปสาระสำคัญขึ้นไว้ที่ www.mangmoom.suphanburi2.net แล้ว ถ้าพี่ๆ ในกลุ่มสนใจสามารถเข้าไปดูได้

คุณอำนวย(หน.วิรัตน์ บุญหนุน)
พูดปิดท้ายก่อนแยกย้าย เพื่อทำงานต่อว่า การพัฒนางาน ให้วิเคราะห์จากเรื่องเล็กๆ อย่าคิดมาก มันจะเริ่มจากงานชิ้นเล็กๆ มาพัฒนา งานที่เราทำอยู่ในปัจจุบันที่มันมีปัญหาติดขัด คือที่เราคิดว่ามันยังไม่ดี เรายังไม่พอใจในผลของมัน แล้วเราต้องการจะเอามาพัฒนานั่นแหละ

ครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากครั้งที่แล้ว ที่เราเข้ากลุ่ม
km คือทำให้ทุกคนคิดให้ออก หาเรื่องที่จะพัฒนาให้ได้

แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะคะ
!!

                                                                 ผู้บันทึกเรื่อง
                                                               อุบล วงศ์ทับแก้ว
                                                       กลุ่มส่งเสริมการจัดฯ สพท.สพ.2

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการความรู้ สพท.สุพรรณบุรี เขต 2



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 
  • ยอดเยี่ยมเลยค่ะน้องเขียด บักทึกเล่าการ ลปรร ได้เห็นภาพ ของกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาชัดเจน
  • ฝากเรียนหัวหน้าวิรัตน์ด้วยว่าสุดยอด  ที่กลุ่มนิเทศฯยังทำไม่ได้เท่ากลุ่มส่งเสริมฯเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ แบบอย่างที่ตนเองมองและพยายามปฏิบัติตามในการทำงานที่ตนปฏิบัติอยู่ปัจจุบันนี้มาจากบุคคลต่อไปนี้ ผอ.อนุสรณ์ ฟูเจริญ หน.วิรัตน์ บุญหนุน หน.ลำดวน ไกรคุณาศัย ศน.ปวีณา ธิติวรนันท์(พี่กุ้ง) ขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นแบบที่ดูแล้ว ดีมาก!! ขอบคุณ หน.ลำดวน มากค่ะที่เข้ามาเยี่ยมเยียน