การดูแลวัยรุ่น,เมื่อลูกสาวเป็นวัยรุ่น

วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม เราจึงเห็นพฤติกรรมของวัยรุ่นเปลี่ยนแปลงไปจากตอนเป็นเด็ก


<p>
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นในวัยรุ่นส่วนใหญ่ และเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามปกติก่อนเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ อย่างไรก็ดีมีวัยรุ่นส่วนหนึ่งที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์และพฤติกรรมจนต้องได้รับการแก้ไข
</p>
<p>
การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและฮอร์โมนในวัยรุ่นมีผลต่อจิตใจและอารมณ์ของเขา ประกอบกับพัฒนาการทางสังคมตามวัยเริ่มเปลี่ยนแปลงจากการให้ความสำคัญกับพ่อแม่ และคนในครอบครัว มาเป็นให้ความสำคัญกับกลุ่มเพื่อน และคนเด่นดังในสังคมภายนอกมากขึ้น จึงเป็นธรรมดาที่วัยรุ่นจะไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ และจะกลายเป็นคนติดเพื่อน สิ่งเหล่านี้มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้เด็กสามารถพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง พัฒนาเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นรากฐานที่จะสามารถพึ่งพิงตัวเองได้เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
</p>
<p>
</p><p>
การที่เด็กจะสามารถพัฒนาผ่านพ้นวัยรุ่นไปได้ด้วยดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูก่อนหน้านี้ และการช่วยเฝ้าระวังของผู้ใหญ่ใกล้ชิด การที่คุณแม่ให้ความรักกับลูกคุณมาอย่างดีตั้งแต่เล็ก ประกอบกับความสนใจเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของเขา ก็เป็นปัจจัยเสริมที่จะช่วยให้ลูกคุณมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม และไม่เกิดปัญหา
</p>
<p>
บทบาทของพ่อแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น ควรให้อิสระกับลูกในขอบเขตที่เหมาะสม ขอบเขตที่เหมาะสมหมายความว่าไม่เสี่ยงอันตราย การไปเที่ยวกับเพื่อนหรือค้างบ้านเพื่อนที่เราเห็นว่าไม่ได้ไปมั่วสุมเสพยาเสพติด ก็ควรได้รับการผ่อนปรนได้ตามโอกาส แต่พ่อแม่ก็ควรสอดส่องดูแลด้วย เพราะวัยรุ่นยังมีความยั้งคิดและตัดสินได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ วิธีการดูแลวัยรุ่น ไม่ควรใช้การอบรมพร่ำสอนโดยตรง แต่ควรพูดคุยซักถามเรื่องเดียวกับที่เด็กสนใจ และหาโอกาสแนะนำให้เด็กคิด ทำตัวเป็นเหมือนเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง เช่น ลูกติดคอม คุณแม่อาจจะคุยกับลูกเรื่องคอม เรื่องอินเตอร์เน็ต คุยไปคุยมาคุณก็จะรู้เองว่าลูกคุณเข้าไปดูอะไรบ้างในอินเตอร์เน็ต และถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ค่อยชี้ให้เห็นข้อเสียให้เขาได้คิดเอง อย่าตำหนิหรือยื่นคำขาด เพราะจะยิ่งทำให้วัยรุ่นต่อต้าน
</p>
<p>
ถ้าคุณเป็นห่วงว่า ลูกคุณจะไปเที่ยวกับเพื่อนเกเรหรือเปล่า ก็คุยกับเขาเรื่องเพื่อนเขาเอง เรื่องกิจกรรมที่ทำกัน ชวนเพื่อนลูกมาเที่ยวที่บ้านคุณบ้าง ก็จะทำให้เด็กเรียนรู้ว่า คุณก็ยอมรับเขาและเพื่อนเขา และลูกคุณก็จะไว้ใจคุณ ถ้ามีปัญหาอะไรที่เขาแก้ไม่ได้ เขาก็จะได้ปรึกษาคุณ ดีกว่าคอยไปไล่จับว่า ไปค้างที่ไหน ไปกับใคร เพราะเด็กจะยิ่งปิดบัง และเขาจะไม่เล่าเรื่องของเขาให้คุณฟังเลย
</p>
<p>
</p>
<p>
สุดท้ายนี้ หวังว่าคุณแม่จะสามารถปรับรูปแบบการดูแลลูกของคุณได้อย่างที่กล่าวมา แล้วลูกก็จะลดการต่อต้านคุณลง เมื่อสัมพันธภาพของคุณกับลูกดีขึ้น ก็จะช่วยลดความรู้สึกอ้างว้างที่คุณเป็นอยู่ได้

</p>