ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรถูกใจอยากระบาย ผมขอขายของเก่าไปก่อนนะครับ บล็อกนี้ผมเคยลงไว้ที่ bloggang ของ pantip ประมาณปลายปีก่อน เห็นว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ พอดีได้อ่านบล็อกของอาจารย์ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ ก็เลยอยากจะเสนอแนวคิด ข้อมูลที่เคยพบมา ซึ่งตอนนี้ก็กำลังต่อยอดไปเรื่อยๆ ครับ ผมเองวิจัยเกมในแนวจิตวิทยาและวัฒนธรรม ตอนนี้แนวทางยังไม่ชัดเจนแต่ก็เริ่มเห็นทางออกรำไร ไม่นานคงมีอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมาเล่าสู่กันฟังครับ ตอนนี้อ่านของเก่าไปเพลินๆ ก่อนแล้วกันครับ

------------------------------

นักวิชาการหลายสาขาที่ต้องศึกษาพฤติกรรมมวลชน คงเคยฝันอยากมีโลกจำลองที่สามารถใส่กรอบความคิดหรือนโยบายต่างๆ ลงไปแล้วดูว่ามวลชนจะตอบสนองต่ออย่างไร หรือมีผลกระทบต่อสภาพสังคมโดยรวมขนาดไหน คิดดูถ้ามีคนหลายพันคนพร้อมใจกันจ่ายเงินเข้ามาร่วมในโลกจำลองนั้น และปฏิบัติตามนโยบายต่างๆ ที่เราวางกรอบไว้โดยไม่ขัดขืน ถ้าเขาไม่ชอบใจก็ถอนตัว แต่ก็ยังมีคนมากมายอยากจะร่วมประสบการณ์นี้มันจะดีแค่ไหน? ไอ้โลกจำลองที่ว่านี้เกิดมาตั้งนานแล้วครับ ส่วนความฝันที่จะวางกรอบการศึกษากิจกรรมต่างๆ ในโลกจำลองนั้นกำลังได้รับความสนใจมากในวงวิชาการ

นักเศรษฐาสตร์ท่านหนึ่งนาม เอ็ดเวิร์ด คาสโตรโนวา เกิดสนใจอยากจะศึกษาเกมออนไลน์ในมุมมองเศรษฐศาสตร์ขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อน แกก็รวมรวมข้อมูลต่างๆ เท่าที่จะหาได้ตามอินเตอร์เน็ต แล้วก็เขียนบทความไว้ให้คนอ่าน ผ่านไปไม่นานปรากฏว่าบทความของแกติดอันดับท๊อปดาวน์โหลด แกเลยได้ใจเขียนหนังสือมันซะเลย ด้วยความที่เป็นนักเศรษฐาสตร์ เลยเจาะประเด็นเศรษฐาสตร์ในเกม และโยงไปถึงเรื่องการเมืองการปกครอง นโยบายภาครัฐ และเรื่องอื่นๆ อีกมากมายเลยครับ หนังสือเล่มที่ว่าคือ  Synthetic Worlds: The Business and Culture of Online Games ซึ่งเพิ่งจะออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว (พฤศจิกายน 2005) จริงๆ แล้วหนังสือวิชาการที่อ้างถึงการศึกษาเกมในเชิงวิชาการนั้นมีมานานแล้วครับ แต่โลกออนไลน์ยังถือเป็นเรื่องใหม่ และเรื่องใหญ่ในแง่นี้

ใครบอกว่าเกมเป็นเรื่องไร้สาระ เสียเวลา ลองฟังคุณคาสโตรโนวาสักนิดนะครับ เรื่องแรกที่แกศึกษาคือการทำงานในเกมออนไลน์ครับ ทุกวันนี้ถ้าเราลองเข้า ebay แล้วค้นหาด้วยชื่อเกมออนไลน์ดังๆ (ทางฝั่งตะวันตก) ไม่ว่าจะเป็น Everquest หรือ World of Warcraft ผลการค้นหาจะแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ครับ กลุ่มแรกคือตัวผู้เล่นครับ (account or avatar) ที่ผมเพิ่งเข้าไปดู World of Warcraftเมื่อตะกี้นี้ เห็นเริ่มประมูลกันในราคาตัวละสี่ห้าร้อยเหรียญ (ตัวละเป็นพันยังมีเลย โอ้) อีกกลุ่มหนึ่งที่มีการซื้อขายกันคือเงินครับ พูดตรงๆ คือการเอาเงินในเกมไปแลกเงินดอลล่าล์นั่นเอง (กิจกรรมแบบนี้บ้านเราก็มีแล้วครับ และผู้ใหญ่บ้านเราก็ออกมาแสดงความห่วงใยกันแล้ว) แต่ที่คุณคาสโตรโนวาเห็นคือเศรษฐศาสตร์ครับ แกยกตัวอย่างง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องการขายเงินในเกมว่า ถ้าคุณเข้าไปเล่นเกมและเลือกที่จะขุดแร่เอามาขายแลกเงินกับพ่อค้าในเกม สมมติคุณใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงหาแร่ได้ x หน่วย ขายได้เงิน y หน่วย แล้วเอามาแลกเงินจริงกับ ebay แกบอกว่ามันมากกว่าทำงาน MacDonald อีกครับ กิจกรรมในเกมเริ่มมีนัยก็ตรงนี้ละครับ

ในหนังสือ Synthetic Worlds นี้คุณคาสโตรโนวาได้เสนอประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ไว้อีกหลายเรื่องครับ เรื่องหนึ่งที่ผมพอจะเข้าใจ  (จากที่เคยเรียน macro/micro เมื่อสิบปีก่อน) คือเกมออนไลน์นั้นไม่ใช่ว่าจะกำไรหายห่วงกันตลอด ต้องมีกลยุทธ์การดึงดูดลูกค้าใหม่ เอาใจลูกค้าเก่า ซึ่งแกบอกว่าเป็นทฤษฎี sport club (ผิดถูกประการใน วานนักเศรษฐศาสตร์ช่วยแจงนะครับ) กล่าวคือ sport club นั้นมีเนื้อที่จำกัด (ไม่ต่างกับ server ของเกมออนไลน์ ซึ่งรองรับจำนวนผู้เล่นได้จำกัด) ดังนั้น จำนวนสมาชิก หรือผู้เล่นจะต้องมีจำนวนที่คงที่ ถ้าชักจูงคนมามากเกินไปทาง club ก็ไม่สามารถให้บริการได้ ถ้าน้อยไปก็ขาดทุน ซึ่งประเด็นนี้เองครับ ที่ทำให้หลายคนอาจจะไปสมัครหลายๆ club และเปรียบเทียบกันว่าแต่ละ club มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร นี่คือเรื่องท้าทายของผู้บริหาร club และผู้บริหารเกมครับ

พอจะเห็นแล้วนะครับว่าโลกสังเคราะห์มันเริ่มจะมารวมกับโลกจริงของเราแล้ว ถ้าไปถามคนที่เล่นเกมออนไลน์แบบบ้าคลั่งอาจจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำ ฟังแล้วก็นึกถึงหนัง Matrix ผลที่ตามมาของปรากฏการณ์นี้ (หรือปัญหานี้) ก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นครับ เรื่องการขายตัวละครในเกม หรือการเอาเงินในเกมมาแลกเงินจริง และยังเกิดบริษัทตัวแทนการซื้อขายของเหล่านี้มากมายตามอินเตอร์เน็ต เช่นถ้าผมอยากจะขายของในเกมชิ้นหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นดาบ เป็นชุดเกราะ ก็ไปขายให้บริษัทนายหน้านี้และได้เงินทันที (เงินในเกมนะครับ) ส่วนคนที่อยากได้ของก็ไปเลือกซื้อที่เว็บนายหน้านั้น  ถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่าเขาจะส่งของกันยังไง? ไม่ยากครับ เพราะบริษัทเหล่านั้นมีตัวแทนเป็นผู้เล่นในเกมมากมาย ก็นัดสถานที่มาเลย บริษัทบางแห่งรับประกันส่งของถึงมือภายในสิบห้านาทีด้วยซ้ำ เร็วกว่าพิซซ่าเสียอีก

 แต่ประเด็นที่ทำให้คนติดเกมออนไลน์กันหัวปักหัวปำ ผมว่าเป็นเรื่องของชุมชนในเกมครับ เพราะในเกมออนไลน์ส่วนใหญ่จะมีการตั้งสมาคม (Guild) และร่วมกันปฏิบัติภารกิจ เช่นการจะไปฆ่ามังกรสักตัว อาจจะต้องใช้ผู้เล่นหลายอาชีพ (ทั้งพ่อมด แม่มด นักแม่นธนู นักรบ) นอกจากจะรวมกลุ่มเพื่อร่วมกันปฏิบัติภารกิจ สมาคมยังมีบทบาทสำคัญในการต่อรองกับผู้บริหารเกมครับ อาจมีการถกเถียงกับถึงนโยบายหรือกฎระเบียบต่างๆ หรือเสนอแนะนโยบายใหม่ๆ ให้กับผู้บริหารเกม ไม่ต่างกับการบริหารประเทศที่ผู้ปกครองต้องคอยฟังกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ แน่ละครับ ถ้ากลุ่มผลประโยชน์นั้นใหญ่ และมีพลัง ก็ย่อมจะเสียงดัง ถ้าเกิดเขารวมตัวกันออกจากโลกสังเคราะห์นั้นไปก็จะเกิดความเสียหายมาก (เรื่องนี้ดูจะต่างกับโลกความเป็นจริงของเรา เพราะถึงแม้ผู้นำจะเป็นคนไม่รับฟังความคิดเห็น เราก็ต้องทนอยู่กันต่อไป เฮ้อ!)

อย่าลืมนะครับว่ากลุ่มสังคมล้วนต้องมีผู้นำ สมาคมออนไลน์ก็เช่นกัน ถ้าเด็กอายุสิบห้าสามารถนำสมาคมออนไลน์ได้ และต่อรองผลประโยชน์สำคัญๆ ให้กับกลุ่มตัวเองได้ก็ไม่ธรรมดา จริงไหมครับ? อย่าเพิ่งขำนะครับ เพราะความสามารถเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ในภายหน้าได้ ล่าสุดเพื่อนผมเล่าให้ฟังว่ามีคนเขียนใน Resume ว่าเป็นผู้นำสมาคมออนไลน์แล้วครับ (สงสัยว่าจะเป็นสมาคมชื่อดัง) ซึ่งแน่นอนครับ โอกาสได้งานก็ย่อมสูงขึ้น

ผลพวงสุดท้ายคือตัวผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ครับ เพราะคุณคาสโตรโนวาตอนนี้เนื้อหอมไปเลย มีบริษัทเกมมากมายมาเชิญไปเป็นที่ปรึกษา วางแผนเศรษฐกิจในเกม  

------------------------------

ณ วันนี้ ต้องพูดว่าแนวร่วมการศึกษาเกมเชิงวิชาการยิ่งได้รับความสนใจกว่าเดิมหลายเท่า มีการประชุมวิชาการมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ เทคโนโลยี และสื่อสารมวลชน หันมาให้ความสนใจกับเกมคอมพิวเตอร์มากขึ้น ส่วนใหญ่ก็พยายามจะประยุกต์จากพื้นฐานของตนเอง เช่น นักภาษาศาสตร์ชื่อดัง James Gee มุ่งมั่นนำเสนอความคิดเปรียบเทียบเกมคอมพิวเตอร์กับการเรียนการสอนแบบเดิม พูดตรงๆ ว่าผมเห็นด้วยหลายประการ เกมดีๆ สอนเด็กได้มากกว่าชั้นเรียนครับ เกมดีๆ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเนื้อหานะครับ แต่หมายถึงการออกแบบ การค่อยๆ สอนผู้เล่นไปเรื่อยๆ ถึงจุดมุ่งหมายของเกม ทักษะและข้อมูลที่จำเป็นในการเล่นเกมนั้นๆ 

อีกประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจมากคือเรื่องชั้นเรียนเสมือนจริงใน second life ซึ่งมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งเปิดชั้นเรียนจริงๆ ไปเรียบร้อยแล้วครับ