ผิดกันที่รุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย แม้จะแต่งงานอายุน้อยแต่ดูเหมือนมีวุฒิภาวะมากกว่าเพราะได้เรียนรู้โดยกระบวนการขัดเกลาทางสังคมของชุมชนบนดอย แต่รุ่นใหม่เรียนหนังสือในเมือง เรียนรู้แบบเมืองๆ เลยดูเหมือนอายุเท่ากันนี้ แต่ยังไม่ประสีประสาในการใช้ชีวิต

เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสไปเชียงใหม่อีกครั้ง เพื่อติดตามเยาวชนคนหนึ่งที่กำลังน่าเป็นห่วง จึงได้เรียนรู้พฤติกรรมและทัศนคติทางเพศของเยาวชนชนเผ่าในเมืองที่เปลี่ยนไป ซึ่งแม้จะไม่ต่างจากวัยรุ่นอีกหลายต่อหลายคนในปัจจุบัน แต่ก็อดเป็นห่วงกว่าไม่ได้ เพราะภูมิคุ้มกันหรือการรู้เท่าทันโลกภายนอกน้อยกว่ากันมาก

เยาวชนคนแรกที่ฉันตั้งใจไปพบ อายุประมาณ ๒๕-๒๖ ปี เพราะได้ข่าวจากเพื่อนของเธอว่า ปัจจุบันเธอป่วย ไม่ทราบเป็นอะไร และไม่ยอมไปหาหมอ เธอไม่ยอมติดต่อกับเพื่อนๆ เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่า ปัจจุบันเธออยู่กับฝรั่งอายุกว่า ๖๐ ปี อยู่ด้วยกันมาปีกว่าๆ

เยาวชนคนนี้เป็นเด็กจากหมู่บ้านบนดอยที่ใสซื่อไม่ต่างจากเด็กสาวชนบทห่างไกลทั่วไป ได้มีโอกาสลงมาฝึกเรียนวิชาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า จนจบหลักสูตร และมีงานประจำที่ร้านมา ๖-๗ ปี จนปีที่ผ่านมาได้มาพบกับฝรั่งคนนี้โดยบังเอิญที่สวนสาธารณะและได้อยู่ด้วยกันเรื่อยมา

อีกคนหนึ่งอายุประมาณ ๒๑-๒๒ ปี จบ ป.๖ จากโรงเรียนบนดอยและเข้ามาทำงานในเมืองได้หลายปีแล้ว ปัจจุบันอยู่ด้วยกันกับแฟนหนุ่มเผ่าเดียวกัน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปของวัยรุ่นจากบนดอยที่เข้ามาทำงานในเมือง ที่แม้ตอนลงมาใหม่ๆ จะต่างคนต่างอยู่  แต่ไม่นานเมื่อชอบพอกัน ก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

เมื่อถามถึงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ เธอก็บอกอย่างเป็นเรื่องปกติว่าตอนนี้กินยาคุม พร้อมบอกยี่ห้อยาที่คงจะเป็นที่รู้จักกันในหมู่วัยรุ่น แถมอธิบายสรรพคุณให้ฟังว่า ยานี้จะมีผลกระทบต่อมดลูกบ้าง แต่ก็ดีกว่ายี่ห้ออื่น

มีเด็กอีกคนหนึ่งที่เพิ่งรู้ตัวเมื่อท้องได้ ๔ เดือน และพยายามฉีดยาให้เด็กออกมา แต่ไม่สำเร็จ โชคดีเด็กคลอดออกมาปกติสมบูรณ์ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อโตพอรู้ความ และได้รู้ว่าแม่ของตัวเคยพยายามจะไม่ให้ตัวเองเกิดมา เด็กจะรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง และกับแม่ของตน

มีบางคู่ที่พอมีความรับผิดชอบอยู่บ้าง ที่พอท้องขึ้นมาก็ต้องรีบกลับมาทำพิธีแต่งงานตามประเพณี จึงกลายเป็นครอบครัวใหม่ที่อายุไม่ถึง ๒๐ หรือ ๒๐ ต้นๆ ย้อนกลับไปเหมือนรุ่นพ่อแม่ที่แต่งงานกันตั้งแต่อายุน้อยๆ ผิดกันที่รุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย แม้จะแต่งงานอายุน้อยแต่ดูเหมือนมีวุฒิภาวะมากกว่าเพราะได้เรียนรู้โดยกระบวนการขัดเกลาทางสังคมของชุมชนบนดอยในอดีต แต่รุ่นใหม่เรียนหนังสือในเมือง เรียนรู้แบบเมืองๆ เลยดูเหมือนอายุเท่ากันนี้ แต่ยังไม่ประสีประสาในการใช้ชีวิต น่าเป็นห่วงการประคับประคองชีวิตครอบครัวและการอบรมเลี้ยงดูลูกที่จะเกิดมา

ไม่รู้ว่า ..สังคมชนเผ่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการใช้ชีวิตครอบครัวของเด็กและเยาวชนชนเผ่าในปัจจุบัน ??