แต่ผมได้เสนอให้เห็นว่า เวทีKMไม่ใช่เวทีที่มาพูดความคิดเห็นกัน ไม่พูดถึงอนาคตว่าอยากทำนั่นทำนี่หรือควรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เป็นการพูดถึงอดีตที่แต่ละคนทำมาและเห็นผลดีแล้วจึงนำเอามาบอกเล่ากัน ซึ่งคนเล่าต้องเล่าตามความเป็นจริง คนฟังก็ต้องเชื่อใจและชื่นชมในสิ่งที่เขาเล่า

   การทำกลุ่มในครึ่งวันเช้าจึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการค้นหาสิ่งดีรอบๆตัวกับสุนทรียสนทนา ส่วนในช่วงบ่ายเป็นเสมือนกลุ่มมาพบกันในครั้งที่สองที่มาช่วยกันกำหนดตัวเปรียบเทียบงานกันโดยใช้เครื่องมือชุดธารปัญญา

การจัดกลุ่มของทีมผู้จัดผมคิดว่าดีมากเพราะจัดกลุ่มคนที่ทำงานแบบเดียวกันไว้ด้วยกันแต่ต่างแผนกหรือต่างหน่วยงาน ทำให้สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ง่าย

กลุ่มในสสจ. มีเอ้เป็นวิทยากรกลุ่ม พี่อี๊ดเป็นคุณอำนวย มีสมาชิกกลุ่ม 13 คน แลกเปลี่ยนกันในประเด็นKVการทำงานเป็นทีม บรรยากาศกลุ่มสนุกสานดี มีเสียงหัวเราะเป็นระยะๆ มีบรรยากาศแห่งการชื่นชมกันมาก

กลุ่มใน สสอ. มีปิย์ เป็นวิทยากรกลุ่ม มีการทำBAR กันค่อนข้างนาน แต่บรรยากาศก็สนุกสนานดีเช่นกัน กลุ่มนี้เลือกประเด็นการนิเทศติดตามกำกับที่มีประสิทธิภาพ สมาชิกกลุ่มต่างมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนมาก คนเล่าก็เล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจ คนฟังก็พยักหน้ารับเป็นระยะๆ มีขุมทรัพย์ดีๆในการไปนิเทศงานตำบล เช่นคุณเอกเล่าว่า ต้องให้คำตอบได้ ไม่บ่นก่อนบอก หรือคุณอำนาจบอกว่า สร้างบรรยากาศนิเทศที่ดีโดยไม่พูดสิ่งที่เขาเบื่อ หรือ ต้องรู้จักขอโทษเมื่อเราผิดพลาดหรือบอกผิด หรือจากคุณอุ้ย ใช้เทคนิคพี่เพื่อน้องและน้องสอนพี่เรียนรู้ร่วมกัน

กลุ่มใน สอ. มีนางเป็นวิทยากรกลุ่ม หลังจากสร้างความรู้จักสัมพันธ์กันดีแล้ว ก็มีการกำหนดประเด็นได้อย่างรวดเร็วโดยพูดคุยแลกเปลี่ยนกันด้วยเรื่องการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กลุ่มนี้เสียงหัวเราะไม่มาก แต่พอไปสังเกตใกล้ชิดพบว่าบรรยากาศกลุ่มดีมาก ทุกคนที่เข้าร่วมมีรอยยิ้ม คนฟังใส่ใจคนพูดอย่างดี มีการกระตุ้นให้เกิดการซักถามเชิงบวกจากวิทยากรกลุ่ม มีขุมทรัพย์ดีๆ เช่นเมื่อผู้ป่วยขาดนัด ทำอย่างไร ทำสติกเกอร์สีติดที่แฟ้มประวัติ จะเห็นได้ชัดเมื่อสีแตกต่างจากผู้ป่วยคนอื่นที่มาตามนัด หรือ เจ้าหน้าที่ลงไปตามวัดความดันให้ที่บ้านเลย พอทำไปได้สักปีหนึ่ง คนไข้ก็จะไม่ผิดนัดอีกเพราะสงสาร เห็นใจเจ้าหน้าที่ หรือ การนัดผู้ป่วยรายหมู่บ้านเพื่อการทำกลุ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพร้อมกัน

กลุ่ม ในโรงพยาบาล มีปูเป็นวิทยากรกลุ่ม หลังจากทำกลุ่มสัมพันธ์แล้ว ก็มีการกำหนดประเด็นกันได้อย่างรวดเร็วโดยเลือกประเด็นการดูแลโรคเบาหวาน กลุ่มนี้ไม่ค่อยได้ยินเสียงหัวเราะ แต่ก็พบเห็นรอยยิ้มจากผู้เข้าร่วมทำกลุ่ม และมีการเล่าเรื่องที่ดีๆในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน พร้อมกับการซักถามกันเป็นระยะๆ มีขุมทรัพย์ดีๆในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานเช่น การทำบัตรคิวให้คำแนะนำ ธนาคารขนม

ในช่วงการสรุปการทำกิจกรรมกลุ่ม ผมได้เข้าไปร่วมกับแต่ละกลุ่มเป็นระยะๆ มีการถอดบทเรียนการเป็นคุณอำนวย ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะไปว่า ควรถอดจากสิ่งที่ได้ของการทำกลุ่ม ดูว่าบทบาทอย่างไรที่วิทยากรกลุ่มทำแล้วทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนที่ดี บางอย่างที่ทำแล้วรู้สึกกระทบต่อการอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือความรู้สึกของสมาชิกกลุ่มในขณะทำกลุ่มรู้สึกอย่างไร เกิดจากอะไร และคุณอำนวยควรทำอย่างไรจึงจะเกิดหรือไม่เกิดสถานการณ์แบบนั้น แล้วนำเสนอมาเป็นบทบาทของคุณอำนวยในเชิงบวก โดยไม่กระทบตัวบุคคล ซึ่งจะทำให้เราได้แท็คติกของคุณอำนวยจากการปฏิบัติจริง ไม่ใช่นึกเอาเองหรือลอกตามตำรา

บางกลุ่มเสนอว่ายอมรับความคิดเห็นของสมาชิกกลุ่ม แต่ผมได้เสนอให้เห็นว่า เวทีKMไม่ใช่เวทีที่มาพูดความคิดเห็นกัน ไม่พูดถึงอนาคตว่าอยากทำนั่นทำนี่หรือควรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เป็นการพูดถึงอดีตที่แต่ละคนทำมาและเห็นผลดีแล้วจึงนำเอามาบอกเล่ากัน ซึ่งคนเล่าต้องเล่าตามความเป็นจริง คนฟังก็ต้องเชื่อใจและชื่นชมในสิ่งที่เขาเล่าโดยไม่ไปพยายามบล็อกหรือถามในทำนองว่าทำจริงหรือ พูดเกินจริงหรือเปล่า เพื่อช่วยกันรักษาและสร้างบรรยากาศเชิงบวกแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ในการทำกิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผมจึงขอให้แต่ละกลุ่มกำหนดกฎกติกาของกลุ่มที่ชัดเจนก่อน โดยเฉพาะสุนทรียสนทนานั้นต้องพูดอย่างจริงใจ ฟังอย่างตั้งใจ ถามอย่างซาบซึ้งใจ จดอย่างใส่ใจ (ต้องมี 4 อย่างคือพูด ฟัง ถาม จด)

พูดอย่างจริงใจ คือพูดตามความจริงที่ทำมา ไม่พูดเกินจริง และไม่กั๊กความรู้หรือเทคนิคดีๆไว้

ฟังอย่างตั้งใจ คือตั้งใจฟังสิ่งที่เขาเล่า พยายามสกัดเอาขุมทรัพย์ออกมาให้ได้ ไม่สนใจนอกเรื่องนอกวง ไม่พูดคุยกันเองจนรบกวนคนเล่า

ถามอย่างซาบซึ้งใจ ก็คือสนใจใส่ใจถามเพิ่มเติมด้วยความชื่นชมกัน ไม่ถามให้เขาจนมุมหรือไล่ต้อนหรือไม่ถามแบบไม่ค่อยเชื่อถือคนเล่า หรือไม่ฟังอย่างเฉยเมย ไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง เนื่องจากการถามจะเป็นการกระตุ้นให้คนเล่าได้พยายามขุดหรือควักเอาความรู้ดีๆในตัวเขาออกมาได้มากขึ้น

จดอย่างใส่ใจ คือฟังให้ชัด แล้วจดตามที่เขาเล่า โดยไม่ตีความเอง ไม่จดรวบรัดหรือจดทุกคำพูด ควรจดสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความรู้หรือเทคนิคใหม่ คำพูดหรือประโยคกินใจ เร้าใจ

ประมาณเที่ยงวัน การทำกลุ่มในช่วงเช้าก็เสร็จสิ้นลง ช่วงบ่ายเป็นการฝึกใช้เครื่องมือชุดธารปัญญา มีการกำหนดตารางอิสรภาพ แต่เวลามีน้อยจึงค่อนข้างเร่งรีบ แต่ทุกกลุ่มก็สามารถฝึกใช้ทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วนพร้อมวิทยากรกลุ่มได้ช่วยอธิบายการใช้ การประเมินและการแปลผลให้สมาชิกกลุ่มได้ทราบด้วย

การกำหนดตารางอิสรภาพมีความสำคัญมากและถ้าทำให้ดีจริงจะค่อนข้างยาก ต้องมีการเตรียมตัวในประเด็นKVมาด้วย จะได้กำหนดปัจจัยได้ชัดเจน รายละเอียดเรื่องการใช้ตารางอิสรภาพผมได้เขียนไว้ในบล็อคแล้ว